โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SOCIETY: ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง’ จากศาลศักดิ์สิทธิ์สู่ศาลจำลอง พื้นที่ประวัติศาสตร์ของบรรทัดทอง-สามย่าน กับการต่อสู้เพื่อมิให้เหลือเพียงความทรงจำ

BrandThink

เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 10.18 น.

‘บรรทัดทอง-สามย่าน’ อีกหนึ่งย่านที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านที่อยู่อาศัยสูง จากอดีตที่เคยเห็นเป็นทั้งตึกแถวที่พัก เป็นทั้งย่านค้าเก่าแก่ของคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนที่ขยายตัวมาจากเยาวราช ทว่าปัจจุบันพื้นที่บางส่วนได้ทยอยถูกทุบทิ้ง นำไปสร้างเป็นคอนโดมิเนียม ทำให้บริบทโดยรอบของพื้นที่ดังกล่าวต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลง และ ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง’ ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่หลีกไม่พ้นการเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลืองนั้นเป็นศูนย์รวมแห่งความศรัทธา และเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขับเคลื่อนวิถีวัฒนธรรมของคนเชื้อสายจีนในย่านบรรทัดทอง-สามย่าน ที่สืบเนื่องกันมาจวบจนปัจจุบัน ที่นี่เป็นศาลเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน และอยู่ในบริเวณนี้ก่อนจะมีการพระราชทานพื้นที่เพื่อก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีองค์เจ้าแม่ทับทิม หรือ ‘เทียนโหวเซี้ยบ้อ’ (เทพนารีที่มีความสำคัญมากกับชาวจีน เป็นเทพประจำอาชีพประมง เชื่อกันว่าถ้าขอพรจะช่วยลดความเสี่ยงและอันตรายจากการเดินเรือ) ที่แกะสลักจากไม้ เป็นองค์เทพประธานประดิษฐานอยู่ในบ้านของชาวชุมชนสะพานเหลือง มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชุมชน หากนับอายุรวมแล้วเชื่อว่าน่าจะยาวนานกว่า 100 ปี

ในด้านสถาปัตยกรรมของศาลเจ้าแห่งนี้ ถูกสร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนแต้จิ๋ว ที่เรียกว่า ‘เตี่ยวโผกิก’ มีลักษณะเด่นคือ หน้าบัน เป็นองค์ประกอบหนึ่งของโครงสร้างหลังคา หรือบริเวณเหนือประตูทางเข้าของศาล ที่มักจะเป็นรูปทรงเรขาคณิต ที่มีความเชื่อกระแสหลักเกี่ยวกับเรื่องธาตุ อีกทั้งในเชิงศิลปกรรมของศาลเจ้าแห่งนี้ มีการใช้เทคนิคงานแกะสลักปิดทองล่องชาดบนบัลลังก์ไม้ เสามังกรมีบทกวีอยู่ตามเสา ตุ๊กตากระเบื้องเป็นสิบๆ ตัวที่ประดับอยู่บนหลังคา รวมไปถึงการแกะสลักองค์เทพต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นผลงานของช่างชาวจีนมากฝีมือในยุคนั้น

ขณะเดียวกัน ที่นี่ยังถือเป็นศาลเจ้าที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่ง เนื่องจากมีหลักฐานมาตั้งแต่อดีต นั่นคือ ‘กระถางธูป’ ที่รัชกาลที่ 6 พระราชทานให้กับทางศาลเจ้า เป็นเครื่องสังเค็ดเนื่องในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพรัชกาลที่ 5 ตั้งแต่ปี 2454 โดยบนกระถางธูปมีพระปรมาภิไธยย่อ จปร. พร้อมด้วยอักษรภาษาจีนสลักไว้ชัดเจน

จึงไม่แปลกที่ ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง’ จะมีความสำคัญกับชุมชน ทั้งในแง่ที่พึ่งทางใจและในมิติอื่นๆ

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) ได้ส่งหนังสือแจ้งถึงผู้ดูแลศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง ให้ย้ายออกจากพื้นที่ เนื่องจากจะมีการปรับพื้นที่เตรียมการก่อสร้างอาคาร ตามโครงการพัฒนาที่ดิน ทั้งนี้ทางจุฬาฯ ได้เตรียมพื้นที่ภายในบริเวณอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ สำหรับก่อสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งใหม่เอาไว้ และชุมชนต้องย้ายออกจากพื้นที่ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2563 โดยสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า พื้นที่บริเวณรอบศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง เรียกว่า ‘โครงการพัฒนา BLOCK 33’ ที่ตั้งใจจะพัฒนาเพื่อสร้างย่านที่พักอาศัยที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุทำเลที่ตั้งซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของย่านนี้ ที่สามารถเชื่อมโยงพื้นที่ต่างๆ ตั้งแต่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขตชุมชน เขตพาณิชย์ และอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้ทางกรมศิลปากรระบุว่า ศาลเจ้าแม่ทับทิมฯ ไม่ถือเป็นโบราณสถานหรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จึงไม่เข้าข่ายในการเข้ามาดูแลรักษา

หลังจากนั้นไม่นาน ก็เกิดกระแสคัดค้านในโลกออนไลน์ จนแฮชแท็ก #saveศาลเจ้าแม่ทับทิม ติดเทรนด์โซเชียลมีเดีย มีผู้คนออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย พร้อมกับตั้งคำถามถึงแนวทางการพัฒนาที่กำลังลบล้างประวัติศาสตร์อันยาวนานของชุมชนแห่งนี้ รวมทั้งชาวบ้าน นิสิตจุฬาฯ ตลอดจนผู้คนที่มีความศรัทธา มาร่วมกันถือป้ายคัดค้าน และรวมพลังกันเคลื่อนไหว เพื่อปกป้องพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ (ที่อาจจะเป็นมรดกของชุมชนแห่งสุดท้าย) ของย่านนี้ไว้ ควบคู่ไปกับความเคลื่อนไหวในโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตาม ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง’ ขณะนี้ยังไม่ได้มีการรื้อถอน แต่เมื่อปี 2565 สำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งใหม่โดยตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานจุฬาฯ 100 ปี โดยให้เหตุผลว่าการย้ายศาลเจ้าแม่ทับทิมมายังอุทยาน 100 ปี จุฬาฯ นั้นเป็นความพยายามในการรักษามรดกทางวัฒนธรรมและสร้างแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชุมชนชาวจีนในกรุงเทพฯ

แม้จะมีการสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมแห่งใหม่ในพื้นที่อุทยาน 100 ปี จุฬาฯ หากแต่ ‘ศาลเจ้าแม่ทับทิมสะพานเหลือง’ ดั้งเดิมก็ยังดำรงอยู่ โดยยังทรงคุณค่า มีความหมายกับผู้คนในพื้นที่ ด้วยความที่อยู่คู่กับชุมชนมากว่าร้อยปี จนเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของชุมชน และยังเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สามารถสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนออกมาในหลากหลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แห่งความเชื่อ ความศรัทธา อีกทั้งศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของผู้คน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...