โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามที่ไม่มีวันจบแต่สงบได้บัดเดี๋ยวนี้

สยามรัฐ

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 23.52 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 23.30 น.

คนโลกสวย/ ทวี สุรฤทธิกุล

สงครามรัสเซียยูเครนเข้ามาปีที่ 4 แล้ว สงครามอิสราเองกับโลกอาหรับก็ประทุเป็นพัก ๆ มากว่าครึ่งศตวรรษ นี่ก็ชวนสหรัฐมารุมบอมบ์อิหร่านอีกแล้ว สงครามบนโลกนี้คงไม่ได้สงบลงง่าย ๆ เพราะเป็น “ข่าวร้ายที่ดีที่สุด” สำหรับหล่อเลี้ยงสื่อต่างๆ นั้นต่อไป

หลายคนคงจะพอจำได้ว่า เมื่อต้นปี 2565 สงครามแย่งชิงดินแดนระหว่างยูเครนกับรัสเซียได้เริ่มขึ้น แต่โชคร้าย(ของผู้เสพข่าว)ที่มาเกิดในช่วงที่กระแสสื่อโซเชียลกำลังโหมกระพืออย่างรุนแรง ทุกคนที่มีโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ต ล้วนแต่ถูก “พายุข่าว” เกี่ยวกับสงครามครั้งนั้น พัดไปพัดมาอย่างรุนแรงจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้นจนถึงขั้นยืนไม่อยู่ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่ข่าวสงครามของสองชาตินี้ “กระแทกตา ตบหัว อัดหู และชกหน้า” จนระบมไปทุกอวัยวะนั้น

ที่น่ารำคาญก็คือบรรดา “สื่อกรูเอง” (น่าจะใช้แทนสื่อส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่แข่งกับสื่อมวลชน) ที่พยายามจะเสนอข่าวอย่างรวดเร็วฉับไว จนดูมั่วไปหมด โดยเฉพาะที่พยายามจะ “ตีไข่ใส่สีปรุงรส” กันอย่างเต็มฝีมือ เพื่อให้ “ข่าวของกรู” นั้นน่าสนใจ บางทีก็ทำเอาสนุก ๆ แบบ “กรูรู้เร็ว กรูรู้ดี” มีมุกอะไรก็ใส่เข้าไปให้น่าอ่าน ร่วมถึงพวกที่อยากได้ “ยอดไลก์ ยอดแชร์ และผู้ติดตาม” ด้วยคิดว่าจะสร้างตัวคนให้เป็นเศรษฐีมหาเศรษฐีในการขายข่าวสารออนไลน์นี้ได้ต่อไป

นั่นก็ยังแย่ไม่เท่าไหร่ แต่ที่แย่มาก ๆ ก็คือพวกที่สร้างข่าวจาก ความโง่ ความไม่รู้ ความไม่สนใจจะสร้างความรู้ เพียงแต่รู้อะไรมา หรือคิดเอาเองว่าน่าจะเป็นแบบนั้นแบบนี้ พวกนี้ก็ยังพอให้อภัย แต่ที่แย่ที่สุดถึงขั้นทุเรศที่สุดก็คือ พวกที่พยายามจะสร้างข่าวให้ดูดุเดือดรุนแรง โดยหาเหตุผลหรือเล่าเรื่องเชื่อมโยงแบบ “ปั้นและปั่นข่าว” คือมีเจตนาสร้างข่าวเท็จเพื่อประโยชน์ของตัวเอง โดยมองว่าถ้าทำให้สงครามนั้นมัน “ฉิบหายวายป่วง” ได้ก็ยิ่งดี(สำหรับคนที่สร้างข่าว แต่เลวสำหรับคนที่รับข่าว) โดยไม่รู้สึกว่าจะต้องรับผิดชอบ

ขอนำเรื่องราวของคนไทยที่ต้องรับทุกข์อย่างรุนแรงจากการนำเสนอข่าวที่ “เอามัน” แต่อย่างเดียวนั้น นั่นก็คือในปี 2566 ที่อิสราเอลบุกโจมตีพวกกลุ่มก่อการร้าย “ฮามาส” ในฉนวนกาซา เพื่อแย่งชิงตัวประกันหลายร้อยคน ในจำนวนนั้นมีคนไทยจำนวน 31 คน ที่สุดพวกฮามาสค่อย ๆ ปล่อยตัวประกันออกมาเป็นหลายระลอก โดยคนไทยได้รับการปล่อยตัวออกมา 28 คน เสียชีวิตในการถูกจับเป็นตัวประกัน 2 คน และสูญหายรอการพิสูจน์ทราบและค้นหาอีก 1 คน

คนไทยที่ถูกจับเกือบทั้งหมดเป็นแรงงานไทยที่ไปทำงานด้านการเกษตรในอิสราเอล ส่วนมากเป็นคนจากภาคอีสาน เมื่อตอนที่ถูกฮามาสจับไปนั้น พวกสื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อมวลชนและสื่อกรูเอง นอกจากจะนำเสนอข่าวตามที่สื่อมวลชนของต่างประเทศเขานำเสนออยู่ทั่วไปนั้นแล้ว หลายสื่อก็พยายาม “จินตนาการ” (ที่เรียกกันแบบมั่ว ๆ ว่า วิเคราะห์ข่าวบ้าง สืบค้นข่าวบ้าง) ว่าตัวประกันเหล่านี้น่าจะเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ ตั้งแต่ถูกทรมานไปจนถึงถูกสังหาร บ้างก็ว่าทรมานแบบนั้นแบบนี้ รวมถึงการถูกสังหารที่มีการจินตนาการให้ “โหดสุด ๆ” โดยคิดว่าจะทำให้มีคนติดตามสื่อของตนมาก ๆ โดยไม่คิดว่าญาติพี่น้องของเขาจะรู้สึกอย่างไร

มีคนไทยคนหนึ่งที่ถูกปล่อยตัวมาแล้วสถานทูตไทยที่อิสราเอลได้ส่งตัวกลับไทย โดยมีญาติพี่น้องไปรับอย่างอบอุ่น สื่อมวลชนก็พยายามไปรุมถามว่าเขาได้รับความทุกข์ทรมานอะไรหรือไม่ ซึ่งเขาก็ไม่ได้ตอบสื่อในวันนั้น แต่ได้ไปออกรายการของสื่อช่องหนึ่งในเวลาต่อมาแล้วบอกว่า ญาติพี่น้องของเขาทุกข์ทรมานยิ่งกว่าเขาอีก เพราะต้องทนรับฟัง “ข่าวร้าย” จากสื่อต่าง ๆ อยู่หลายเดือน กว่าที่เขาจะได้รับการปล่อยตัวออกมา บางสื่อบอกว่าเขาตายไปแล้วด้วยการถูกฆ่าอย่าโหดร้ายทารุณที่สุด ซึ่งญาติพี่น้องของเขาบางคนถึงกับช็อกไปตามข่าวนั้น ทั้งที่ความจริงการถูกคุมตัวก็อาจจะมีทุกข์และได้รับความทรมานบ้าง โดยเฉพาะความทรมานที่เกิดจากความที่กลัวว่าจะถูกฆ่าเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ รวมถึงที่กลัวว่าญาติพี่น้องของเราจะทุกข์ทรมานไปด้วยแค่ไหน

มาดูเรื่องใกล้ ๆ ตัวเราในตอนนี้บ้าง คือการสู้รบที่ชายแดนของไทยกับกัมพูชา หลายท่านคงจะจำได้ว่า ก่อนที่จะมีการทำข้อตกลงกันก่อนสิ้นปี 2568 นั้น การสู้รบทำท่าว่าจะบานปลายไปน่ากลัวมาก สื่อต่าง ๆ ทั้งสื่อมวลชนและสื่อกรูเองก็พยายามประโคมข่าวว่ามีการใช้อาวุธหนักต่าง ๆ สาดซัดยิงใส่กัน แต่เหตุการณ์ก็ไม่ลุกลามอะไรไปอีก หลายสื่อก็ไม่รู้จะเอาเรื่องร้าย ๆ อะไรมาทำมาหากิน บางสื่อจึงพยายาม “เล่นข่าว” เอาเรื่องสนุก ๆ เช่น การหาอะไรกิน “แปลก ๆ” ของทหารทั้งฝ่ายไทยและกัมพูชามานำเสนอ กลายเป็นรายการ “สะเก็ดข่าว(สงคราม)” ไปก็มี

คนที่สนใจข่าวสงครามขอให้หาความรู้เพิ่มเติมสักหน่อย เพื่อที่จะได้ไม่สับสนหรือ “ปวดหัว – กลุ้มใจ” กับความวุ่นวายต่าง ๆ รอบ ๆ ตัวเรา โดยเฉพาะรูปแบบสงครามในยุคใหม่ เอาง่าย ๆ ไหน ๆ ทุกคนก็ต้องใช้มือถือและอินเทอร์เน็ตอยู่เป็นประจำ ลองเข้าไปค้นหาความรู้นั้น ๆ ในกูเกิลหรือเอไอต่าง ๆ ก็ได้

ผู้เขียนชอบใช้ ChatGPT จึงเปิดแอปตัวนี้แล้วตั้งคำถามเข้าไปว่า “สงครามที่อิหร่านในตอนนี้เป็นสงครามในรูปแบบใด จะรุนแรงลุกลามหรือไม่ และจะส่งผลกระทบอย่างไร คำตอบที่ได้ก็คือ “เป็นสงครามจำกัดขอบเขต สงครามตัวแทน และสงครามไฮบริด” พอถามต่อไปว่า “สงครามทั้งสามนี้คืออะไร” มันก็ตอบว่า “สงครามจำกัดขอบเขตคือใช้กำลังมากอยู่ในอาณาบริเวณหนึ่ง ๆ แต่มหาอำนาจยังระมัดระวังการประทะ, สงครามตัวแทนคือคู่สงครามเป็นตัวแทนของมหาอำนาจหรือมีมหาอำนาจคอยสนับสนุน, สงครามไฮบริดคือการทำสงครามทั้งการทหาร ผสมผสานกับสงครามเศรษฐกิจ สงครามข่าวสาร ที่รวมถึงสงครามไซเบอร์”

ทั้งนี้เจ้าเอไอตอบด้วยว่า จะไม่ลุกลาม แต่อาจจะมีการเจรจาเป็นรอบ ๆ มีการต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ เพราะสงครามสมัยใหม่จะระมัดระวังไม่ให้เกิดความรุนแรงแบบที่เรียกว่า “หายนะ” เช่น การใช้อาวุธนิเคลียร์ หรือกองกำลังเต็มรูปแบบ อีกทั้งสถานการณ์การเมืองในประเทศ อย่างสหรัฐอเมริกาก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย (ที่ตอนนี้รัฐสภาสหรัฐเองก็เสนอคัดค้านการกระทำของทรัมป์ ที่ไปทำสงครามโดยไม่แจ้งขอมติจากรัฐสภา - ข่าวจากสื่อหลักเมื่อเช้าวันที่ 2 มีนาคม 2569) รวมถึงพยายามที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบอื่น ๆ เช่น ปัญหาเศรษฐกิจ ที่อาจจะลุกลามเป็นปัญหาต่อไป

ผู้เขียนเกิดไม่ทันสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เป็นสงครามใหญ่ที่ใกล้ตัวที่สุด แต่เคยได้ฟังจากผู้เฒ่าผู้แก่ที่เกิดอยู่ในยุคนั้นว่า “น่ากลัวมาก” ตอนนั้นคนชอบฟังวิทยุแบบที่เครื่องใหญ่ ๆ ใช้ระบบหลอด มีราคาแพง คนที่มีวิทยุแบบนี้ต้องตั้งวางไว้กลางบ้านให้คนอื่นที่ผ่านไปมาเห็นชัด ๆ เวลาจะฟังอะไรก็เรียกกันมาฟังเยอะ ๆ เป็นที่สนุกสนานและแสดงความโก้หรู คุณตาของผู้เขียนบอกว่าตอนสงครามต้องไปฟังตามร้านกาแฟหรือในตลาด วันหนึ่งตลาดเงียบไปหมดเพราะร้านที่ไปฟังวิทยุด้วยกันของหลาย ๆ คนนั้นเกิดเสีย เลยรับฟังอะไรไม่ได้ ปรากฏว่าทุกคนมีความสุขสบายกันดี แต่พอวันต่อมาวิทยุซ่อมแล้ว พอทุกคนได้มาฟังข่าวก็เกิดความทุกข์กลุ้มอกกลุ้มใจไปทั่ว คุณตาเลยบอกว่า “อ๋อ เข้าวิทยุนี่เองที่ทำให้คนเป็นทุกข์ ปิดหรือไม่ฟังมันเสียก็ไม่ทุกข์”

วันนี้ถ้าเราอยากสงบจิตสงบใจ ก็เพียงแค่ไม่เล่นมือถือ ไม่เข้าอินเทอร์เน็ต ก็อาจจะทำให้เรามีความสุขความสบายใจมากขึ้น แต่ถ้าขาดมันไม่ได้ หรือจำเป็นต้องใช้ ก็เลือกใช้ คิดใช้ให้ถูกต้องตามสมควร

เมื่อวันที่หวยออก สักบ่ายสี่โมง ผู้เขียนเข้าตลาดไปหาซื้อผักและผลไม้ ได้ยินเสียงเฮดังลั่นเป็นทอด ๆ ไปทั้งตลาด ปรากฏว่าเป็นเสียงของแม่ค้าหลายคนที่ดีใจที่ถูกรางวัลเลขท้าย แต่พอตอนที่ประกาศรางวัลที่หนึ่งก็มีแต่เสียงฮือ ๆ เบา แล้วก็เงียบไปหมดทั้งตลาด

จิตใจเรานี่เองคือ “สวิตช์” ที่ดีที่สุด ที่จะรับหรือไม่รับอะไรเข้าตัวเรา อยากรับก็เปิดไว้ ไม่อยากรับก็ปิดเสีย ความทุกข์ความสุขก็อยู่ที่ “เปิดปิดที่จิตใจ” นี่แหละโยม !

#คนโลกสวย #ทวีสุรฤทธิกุล #สงครามโลก #ข่าวสงคราม #สื่อโซเชียล #ข่าวปลอม #สันติภาพ #มุมคิดชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...