โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

บูม ‘บางใหญ่’ ฮับภูมิภาค ‘2 ตระกูลดัง’ แข่งผุดบิ๊กโปรเจ็กต์

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ทำเล “บางใหญ่” กลับมาร้อนแรงอยู่บนสปอตไลต์อีกครั้ง หลังมีความเคลื่อนไหวที่ดิน “บิ๊กคิงส์ บางใหญ่” เนื้อที่กว่า 23 ไร่ ใกล้สถานีตลาดบางใหญ่ของรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงเตาปูน-คลองบางไผ่ ถูกรื้อทิ้งเหลือไว้เพียงตำนาน

2 บิ๊กทุนประชันบิ๊กโปรเจ็กต์

ความร้อนแรงไม่ได้อยู่ที่ขนาดที่ดิน แต่อยู่ที่ผู้ถือครอง คือเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ที่ซื้อไว้นานหลายปี แต่เพิ่งมาขยับ จึงเป็นที่จับตา “โปรเจ็กต์ใหม่” ที่จะมาแทนที่

อย่างไรก็ดี มีการวิเคราะห์จากคนในวงการอสังหาริมทรัพย์ว่า ด้วยศักยภาพของทำเลที่ตั้งและผังเมืองรวมจังหวัดนนทบุรีที่ปลดล็อกการพัฒนา ดังนั้นการพัฒนาคงหนีไม่พ้นเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ และคาดว่าด้วยราคาที่ดินที่พุ่งทะยาน 1-3 แสนบาทต่อตารางวา น่าจะใช้เงินลงทุนหลัก 1 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ยังเพิ่มดีกรีด้วยที่ดินแปลงใหญ่ฝั่งตรงข้าม ติดศูนย์การค้า “เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต” ซึ่งเป็นที่ตั้งเดิม “โฮมโปรและบิ๊กซี” กำลังถูกรื้ออีกเช่นกัน หลังหมดสัญญาเช่า

บางใหญ่

สำหรับที่ดินแปลงดังกล่าว เป็นของนักการเมืองรุ่นใหญ่ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ซึ่งกำลังศึกษาจะนำมาพัฒนาเป็นสนามอารีน่า สปอร์ตคลับ และโรงแรม คาดว่าจะเป็นในนาม “พราวกรุ๊ป”

เพื่อรองรับการขยายตัวของกรุงเทพฯโซนตะวันตก และจังหวัดโดยรอบ หลังมีโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วง, มอเตอร์เวย์ M81 สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ล่าสุดกำลังอัพเกรดถนนกาญจนภิเษก ช่วงบางบัวทอง-บางปะอิน เป็นมอเตอร์เวย์สายใหม่ M9 นอกจากนี้ ผังเมืองรวมจังหวัดนนทบุรี เปิดทางการพัฒนาได้มากขึ้นอีกด้วย

ขณะที่การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการตบเท้าเข้าไปลงทุนอย่างคึกคักนับจากสายสีม่วงเปิดบริการ อาทิ บมจ.แสนสิริ, บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น, บมจ.เอพี (ไทยแลนด์), บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮาส์, บมจ.ลลิล, บมจ.พฤกษา, บมจ.เสนาดีเวลลอปเม้นท์ รวมถึงยักษ์ค้าปลีกเซ็นทรัลและอิเกีย

จากบิ๊กคิงส์สู่โปรเจ็กต์มิกซ์ยูส

“ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาอสังหาฯในเขตเมืองปริมณฑลของกรุงเทพฯ ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการขยายระบบขนส่งมวลชนและการเพิ่มขึ้นของศูนย์กลางพาณิชยกรรมขนาดใหญ่รอบเมือง หนึ่งในพื้นที่กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ แปลงที่ดิน “บิ๊กคิงส์ บางใหญ่” ซึ่งมีความคืบหน้าในการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญและถูกจับตาในฐานะทำเลศักยภาพสูงสำหรับโครงการรูปแบบใหม่ของเมืองฝั่งตะวันตก

ที่ดินแปลงนี้ตั้งอยู่ทำเลที่โดดเด่นใกล้สายสีม่วง, การเข้าถึงถนนสายหลักที่เชื่อมต่อกรุงเทพฯ นนทบุรี และปทุมธานี และตั้งอยู่ในย่านชุมชนที่พัฒนาแล้วทั้งโครงการที่อยู่อาศัย ศูนย์การค้าและพื้นที่พาณิชย์ ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ เช่น เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต และอิเกีย บางใหญ่ เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์และเศรษฐกิจเสริมพลังดึงดูดของทำเลนี้

“ด้วยบริบทนี้ ที่ดินบิ๊กคิงส์เหมาะพัฒนามิกซ์ยูส มีที่พักอาศัย ค้าปลีกและกิจกรรมเชิงพาณิชย์ในอาคารเดียวหรือบนผืนดินเดียวกัน โดยเฉพาะอาคารที่อยู่อาศัยแนวสูงและรูปแบบมิกซ์ยูสที่สามารถเพิ่มความมีชีวิตชีวาของพื้นที่และสร้าง Value Creation ให้กับโครงการได้ในระยะยาว”

บางใหญ่

ทำเลตอบโจทย์อยู่อาศัย-ลงทุน

“ภัทรชัย” วิเคราะห์ว่า ด้วยแปลงที่ดินตั้งอยู่ในย่านที่มีการพัฒนาที่อยู่อาศัยหนาแน่น สามารถเชื่อมต่อจุดยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของเมืองได้ง่ายผ่านเครือข่ายถนนสายหลัก รวมถึงการเข้าถึง MRT สายสีม่วง และถนนบางบัวทอง-บางใหญ่ ช่วยสนับสนุนให้ทำเลนี้มีศักยภาพในมุมของผู้อยู่อาศัย นักลงทุน และการพาณิชย์อย่างรอบด้าน

ด้วยข้อได้เปรียบด้านทำเลและโครงสร้างพื้นฐาน แปลงบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ จึงถูกจัดให้เป็นทำเลศักยภาพสูงสำหรับโครงการที่ต้องการการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างคุ้มค่า สำหรับพื้นที่โดยรอบ “ภัทรชัย” ระบุว่า มีทั้งแนวราบและคอนโดฯสะท้อนความต้องการอยู่อาศัยที่โตต่อเนื่อง มีบ้านจัดสรร 6,470 ยูนิต รองรับประชากรราว 16,175-19,410 คน, คอนโดฯ 7,843 ยูนิต รองรับประชากร 15,686 คน เป็นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนามิกซ์ยูส

ยังมีพื้นที่พาณิชย์มีซัพพลายรวม 170,974 ตร.ม. ประกอบด้วย เซ็นทรัล พลาซ่า เวสต์เกต ซึ่งเป็นศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับ Regional Mall หรือระดับภูมิภาค, อิเกียบางใหญ่ สาขาขนาดใหญ่และมีบทบาทเป็นเดสติเนชั่นสำคัญ ช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่งเสริมศักยภาพของมิกซ์ยูสที่จะพัฒนาในพื้นที่นี้

จากการสำรวจอุปทานพื้นที่ค้าปลีกในพื้นที่โดยรอบ บิ๊กคิงส์ บางใหญ่ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2568 มีพื้นที่ 170,974 ตร.ม. เป็นช็อปปิ้งมอลล์ 148,974 ตร.ม. สะท้อนพื้นที่ส่วนใหญ่ย่านนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการช็อปปิ้งแบบครบวงจร ตอบสนองความต้องการทั้งครอบครัว นักเรียน นักศึกษา และกลุ่มนักท่องเที่ยว ขณะที่ “ไฮเปอร์มาร์เก็ต” มี 22,000 ตร.ม. สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของแหล่งค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นจุดดึงดูดผู้บริโภคในชีวิตประจำวันและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับชุมชนโดยรอบ

แข่งขันสูงลงทุนต้องรอบคอบ

ยังพบว่ามีพื้นที่ค้าปลีกถูกใช้งานแล้ว 156,164 ตร.ม. หรือ 91.4% ของพื้นที่ค้าปลีกทั้งหมด สะท้อนถึงความต้องการพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สูงและความเข้มข้นของตลาดรอบบิ๊กคิงส์ บางใหญ่ ยังมีศักยภาพสูงและดึงดูดทั้งผู้ประกอบการและนักลงทุนได้ต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ยังมีพื้นที่ว่างรอการเช่าอยู่ 14,810 ตร.ม. หรือ 8.6% ซึ่งยังต่ำ แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่สูงในตลาดค้าปลีกย่านนี้ การพัฒนาหรือขยายพื้นที่ค้าปลีกใหม่ต้องวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและสร้างความแตกต่าง เช่น การพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกเชิงประสบการณ์ ร้านอาหารและบริการเสริม หรือพื้นที่กิจกรรมที่ช่วยดึงดูดผู้บริโภค

“เมื่อพิจารณาภาพรวมของซัพพลายและอัตราการใช้พื้นที่ย่านนี้มีศักยภาพพัฒนาพื้นที่ค้าปลีกสูง ทั้งด้านความต้องการของผู้บริโภคและความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน แต่การลงทุนใหม่จำเป็นต้องมีการวิเคราะห์ความเหมาะสมและรูปแบบการพัฒนาที่ตอบโจทย์ตลาดปัจจุบัน เพื่อสร้างความสำเร็จในระยะยาวอย่างยั่งยืน” ภัทรชัยทิ้งท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : บูม ‘บางใหญ่’ ฮับภูมิภาค ‘2 ตระกูลดัง’ แข่งผุดบิ๊กโปรเจ็กต์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...