โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“เสรีพิศุทธ์” กลับสภารอบเกือบ 2 ปี ซัดแรงเอาชื่อใส่สูตรตั้งรัฐบาล “ไร้มารยาท”

The Better

อัพเดต 06 มี.ค. เวลา 04.18 น. • เผยแพร่ 06 มี.ค. เวลา 04.10 น. • THE BETTER
เสรีพิศุทธ์ ยืนยันจุดยืนพรรคเสรีรวมไทยไม่ร่วมรัฐบาลกับผู้มีพฤติกรรมทุจริต พร้อมวิจารณ์การนำชื่อพรรคไปใส่ในสูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ได้รับความยินยอมว่าเป็นการเมืองที่ไร้มารยาท

เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เดินทางมารายงานตัวเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงการกลับมาปฏิบัติหน้าที่ในสภาอีกครั้ง หลังไม่ได้ทำหน้าที่ในสภามาเกือบ 2 ปี

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่ได้เข้ามาทำหน้าที่ในสภา เนื่องจากยึดมั่นในอุดมการณ์เรื่องการเสียสละ เปิดโอกาสให้ผู้อื่นได้ทำงานแทน ไม่ใช่เพราะความเกียจคร้าน โดยตลอดช่วงเวลาที่อยู่นอกสภา ยังคงติดตามสถานการณ์บ้านเมืองและทำงานทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง

การกลับมารายงานตัวครั้งนี้จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้กลับมาพบเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และตั้งใจทำหน้าที่ตามความไว้วางใจที่ประชาชนมอบให้ในการเลือกตั้ง เพื่อปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนราษฎรอย่างเต็มที่

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่าพรรคเสรีรวมไทยอาจเข้าร่วมรัฐบาลกับ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยืนยันว่า ไม่เคยมีการติดต่อหรือเชิญอย่างเป็นทางการ แต่กลับมีการนำชื่อของตนและพรรคไปใส่ไว้ในสูตรจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมองว่าเป็นการกระทำที่ “ไม่มีมารยาททางการเมือง”

เขายังวิจารณ์ว่า การนำชื่อพรรคการเมืองต่าง ๆ ไปรวมกันเพื่อให้ดูว่ามีเสียงสนับสนุนจำนวนมาก เป็นเพียงการสร้างภาพว่ามีเสียงเกิน 300 เสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล ทั้งที่ความจริงอาจยังไม่ได้รับความยินยอมจากพรรคเหล่านั้น และอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือกดดันพรรคการเมืองอื่นให้เข้าร่วมโดยไม่มีอำนาจต่อรอง

หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยยังย้ำจุดยืนว่า พรรคไม่สามารถร่วมรัฐบาลกับผู้ที่มีพฤติกรรมทุจริตได้ โดยย้ำว่านโยบายสำคัญของพรรคคือ “โกงเจอกู” จึงไม่สามารถร่วมงานกับผู้ที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความโปร่งใส พร้อมเรียกร้องให้พรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องชี้แจงต่อสาธารณชนอย่างชัดเจน

ในประเด็นการเลือกนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อธิบายว่า ตามรัฐธรรมนูญ การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมลงชื่อไม่น้อยกว่า 25 คน และไม่ได้กำหนดว่าพรรคที่มีจำนวน ส.ส. มากที่สุดจะต้องได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยอัตโนมัติ

สำหรับรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคต่าง ๆ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า โดยส่วนตัวอยากเห็น อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แคนดิเดตจากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ยอมรับว่าจำนวนเสียงของพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่เพียงพอที่จะเสนอชื่อได้ จึงจำเป็นต้องพิจารณาบุคคลจากพรรคอื่น ๆ โดยดูทั้งคุณสมบัติและประวัติที่ผ่านมา หากไม่มีผู้ที่ดีที่สุด ก็อาจต้องเลือกคนที่มีปัญหาน้อยที่สุด

นอกจากนี้ยังกล่าวถึงแคนดิเดตจากพรรคการเมืองต่าง ๆ เช่น ธรรมนัส พรหมเผ่า จากพรรคกล้าธรรม ซึ่งปัจจุบันไม่ได้มีคดีความในประเทศไทย แม้ในอดีตจะมีประเด็นคดีในประเทศออสเตรเลีย รวมถึง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคประชาชน ที่มีคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาเกี่ยวกับมาตรา 112 ซึ่งยังไม่ทราบผลว่าจะออกมาอย่างไร

ส่วนกรณีของ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ระบุว่า แม้จะไม่เคยถูกดำเนินคดี แต่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ในหลายประเด็น เช่น กรณีที่ดินในพื้นที่ปากช่อง และการใช้งบประมาณรัฐในโครงการต่าง ๆ

สำหรับบทบาทหลังจากนี้ในฐานะฝ่ายค้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ยอมรับว่าอาจมีข้อจำกัด เนื่องจากพรรคเสรีรวมไทยมี ส.ส. เพียง 1 เสียง การดำเนินการทางรัฐสภาหลายเรื่องจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. คนอื่น แต่ยืนยันว่าจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งในและนอกสภา

ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เปิดเผยว่า เตรียมเดินหน้าเปิดประเด็นตรวจสอบกรณีที่ดิน “เขากระโดง” ซึ่งเป็นเรื่องที่ติดตามมาระยะหนึ่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและเอกสารเพิ่มเติม ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...