พยาบาล มช. สุดเจ๋ง! วิจัย AI ESTIMATA-EX ครั้งแรกในไทย ประเมินเสียเลือด Real-time ยกระดับความปลอดภัยผู้ป่วย
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ได้เปิดตัวนวัตกรรม "ESTIMATA-EX" ระบบปัญญาประดิษฐ์ทางการแพทย์ (Medical AI) สำหรับประเมินการสูญเสียเลือดระหว่างผ่าตัดแบบ Real-time เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อยกระดับความปลอดภัยของผู้ป่วยวิกฤต โดย รศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีผู้ป่วยซับซ้อนจำนวนมาก และมีการผ่าตัดกว่า 16,000-17,000 รายต่อปี เผชิญกับความท้าทายในการดูแลผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อการเสียเลือดมาก การประเมินการเสียเลือดที่ไม่แม่นยำ ซึ่งปัจจุบันอาศัยการคาดคะเนด้วยสายตาและมีความคลาดเคลื่อนสูงถึง 20-40% ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรักษา ทั้งการตัดสินใจทดแทนสารน้ำหรือให้เลือดล่าช้าเกินไป (Under-transfusion) หรือมากเกินไป (Over-transfusion) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ความดันโลหิตตก ช็อก หัวใจ ตับ ไต ขาดเลือด หรือภาวะแทรกซ้อนจากการแพ้เลือด ปอดและหัวใจทำงานผิดปกติ ซึ่งทำให้ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้นและมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงต่อการลืมวัสดุซับเลือดตกค้างในร่างกายผู้ป่วย ซึ่งต้องผ่าตัดซ้ำและเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
ESTIMATA-EX ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีการประมวลผลภาพร่วมกับอัลกอริทึม Deep Learning ภายใต้ความร่วมมือของ Medical AI Consortium ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบ่งปันข้อมูล Medical AI โดยมีเนคเทค คณะแพทยศาสตร์จากสถาบันต่างๆ และกรมการแพทย์เป็นสมาชิก ความร่วมมือนี้เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและความเชี่ยวชาญทางคลินิกจนนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรม ESTIMATA-EX ที่มีความโดดเด่นในการเป็นระบบประเมินปริมาณการเสียเลือดและนับจำนวนวัสดุซับเลือดในห้องผ่าตัดด้วย AI-Driven จากภาพถ่ายวัสดุซับเลือดผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย (Technology Readiness Level: TRL 7-8)
ระบบ ESTIMATA-EX นี้เป็น Digital Service Innovation ที่เชื่อมโยงการทำงานผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการคิด กระบวนการทำงาน และการดูแลผู้ป่วยแบบเดิมๆ โดยเปลี่ยนจากการคาดคะเนด้วยสายตาและการรับรู้ส่วนบุคคล ให้กลายเป็นข้อมูล AI ที่มีความแม่นยำสูงและรวดเร็วในระดับวินาที มีการนำหลักการพัฒนาคุณภาพแบบบูรณาการมาใช้ เช่น CQI, PDSA Cycles, LEAN และ Design Thinking เพื่อยกระดับการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำนวัตกรรมการแพทย์ในภูมิภาค
📰 อ่านข่าวฉบับเต็มพร้อมภาพประกอบทั้งหมด
👉 คลิกอ่านต่อที่ 77kaoded.news