คนไทยในอิหร่านขออพยพเพิ่มเป็น 125 คน กต.เปิดศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนตุรกี
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. เวลา 18.15 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางขณะนี้ยังคงอ่อนไหว ฝ่ายอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่านยังโจมตีซึ่งกันและกัน โดยมีรายงานการโจมตีระลอกใหม่เข้ามาเรื่อยๆ การปะทะยังขยายวงไปยังประเทศข้างเคียง ซึ่งมีรายงานด้วยว่าประเทศอาเซอร์ไบจานถูกโจมตีทางอากาศ ทำให้พลเรือนบางส่วนได้รับบาดเจ็บ และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศดังกล่าวได้รับความเสียหาย ซึ่งต่อมารัฐบาลอาเซอร์ไบจานพร้อมตอบโต้ จึงทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น สำหรับการเปิด-ปิดน่านฟ้านั้น ขณะนี้ประเทศที่ปิดน่านฟ้าอยู่ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) อิสราเอล ซีเรีย อิรัก อิหร่าน บาห์เรน คูเวต และกาตาร์ ขณะที่ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และจอร์แดน ยังเปิดน่านฟ้าอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซาอุดีอาระเบียและโอมาน ตอนนี้กลายเป็นศูนย์กลางในการอพยพคนนอกภูมิภาคทางอากาศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่ามีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลาง ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่กระทรวงการต่างประเทศยังขอเรียกร้องให้คนไทยเร่งออกนอกพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด และขอให้ลงทะเบียนแจ้งที่อยู่และช่องทางติดต่อของท่านกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยในพื้นที่
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลางนั้น กรณีคนในอิหร่าน ขณะนี้มีผู้แจ้งขอเดินทางกลับประเทศไทย จากเดิม 117 คน เพิ่มเป็น 125 คน โดยยังคงแบ่งการเดินทางออก ทางบกเป็น 2 รอบ คือ รอบแรกจะเดินทางในวันที่ 7 มี.ค.นี้ จำนวน 69 คน รอบที่ 2 จะเดินทางในวันที่ 10 มี.ค. จำนวน 56 คน สำหรับคนไทยกลุ่มแรกที่จะเดินทางออกจากอิหร่านไปยังเมืองวาน ประเทศตุรกีนั้น จะมีคณะเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุล และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี เตรียมต้อนรับ พร้อมกับจัดหาที่พักและอาหาร ระหว่างที่คนไทยกลุ่มดังกล่าวรอขึ้นเครื่องบินเพื่อกลับไทยในช่วง 2-3 วันข้างหน้า ขณะเดียวกัน ตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.นี้ เป็นต้นไป สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา จะเปิดศูนย์ปฏิบัติการชั่วคราวที่เมืองวาน ประเทศตุรกี เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนไทยที่จะอพยพจากอิหร่านและเดินทางกลับประเทศไทย และเป็นที่ทำการชั่วคราวของสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ด้วย เพื่อให้การช่วยเหลือคนไทยที่เหลืออยู่
นายปาณิดล กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ออกประกาศแนะนำคนไทยที่ประสบปัญหาเที่ยวบินถูกยกเลิกเนื่องจากสนามบินอิสตันบูลต้องรองรับสายการบินอื่นๆ จำนวนมาก ที่เลี่ยงการบินหรือแวะผ่านประเทศปิดน่านฟ้า โดยขอให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอรับการเยียวยาระหว่างรอเที่ยวบินใหม่ หรือหากมีแนวโน้มที่จะได้รับเที่ยวบินใหม่ล่าช้าจนอาจพ้นกำหนดวีซ่า ขอให้พิจารณายกเลิกเที่ยวบิน และซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินใหม่ที่เลี่ยงเส้นทางการผ่านประเทศที่ปิดน่านฟ้า ซึ่งคนไทยสามารถพำพักที่ตุรกีโดยไม่ต้องใช้วีซ่า 30 วัน
นายปาณิดล กล่าวว่า กรณีของซาอุดีอาระเบีย เป็นประเทศที่น่านฟ้ายังเปิด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด ได้ประสานงานใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยประเทศใกล้เคียงที่น่านฟ้าปิดอยู่ในการนำคนไทยเดินทางข้ามแดน เพื่อเดินทางกลับไทยหรือมีทางอื่นโดยใช้เครื่องบิน ส่วนยูเออี เรามีสถานเอกอัครราชทูตที่กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ที่เมืองดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยที่ตกค้างอย่างใกล้ชิด โดยล่าสุดสถานกงสุลใหญ่เมืองดูไบได้ประสานจัดเที่ยวบินที่พาคนไทยตกค้างออกนอกประเทศ 125 คน และสนับสนุนคนไทยในการเดินทางออกต่อไป แม้น่านฟ้าส่วน UAE ยังปิดอยู่แต่สายการบิน Etihad Emirates และ Air Arabia ได้เปิดเส้นทางบินบางส่วนเพื่อพาชาติต่างๆ กลับประเทศแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป นอกจากนี้หน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองของยูเออีได้ประกาศยกเว้นค่าปรับ กรณีพำนักเกินกำหนดการตรวจลงตรา หรือ Overstay สำหรับคนที่ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านฟ้าตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ในส่วนประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ในพื้นที่ได้อำนวยความสะดวก และให้คำแนะนำกับคนไทยที่ประสงค์กลับประเทศประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งกระบวนการทางเอกสาร.