ออกแล้ว! ผลตรวจดีเอ็นเอ คดีจ้างอุ้มปลิดชีพ ผู้จัดการหนุ่ม โผล่บ้านร้างลพบุรี
วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา มีรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญ ปลิดชีพนายรุทธ์ หรือ ท็อป อายุ 46 ปี ผู้จัดการฝ่ายขายบริษัทนำเข้าและจำหน่ายเครื่องมือทางการแพทย์ ย่านสุทธิสาร หลังถูกกลุ่มคนร้ายดักอุ้มตัวบริเวณลานจอดรถบ่อตกกุ้ง ซอยรัชดา 18 ช่วงเช้าวันที่ 18 ก.พ.2569 โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์เอาไว้ได้ ก่อนจะไปพบร่างในสภาพถูกเผาจนเหลือเพียงโครงกระดูก ภายในห้องน้ำของบ้านร้าง พื้นที่ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา
พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.อธิพงษ์ ศรีโพธิ์ สารวัตร (สอบสวน) สน.สุทธิสาร เปิดเผยว่า ภายหลังได้รับผลตรวจดีเอ็นเอของผู้เสียชีวิตที่ถูกเผาในพื้นที่ จ.ลพบุรี ปรากฏว่าตรงกับนายรุทธ์ ประกอบกับก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหา รวมทั้งผู้ที่เข้ามอบตัวในคดีนี้ได้แล้ว รวม 7 คน
ขณะเดียวกัน ว่าที่ร.ต.ภูเมธ หรืออาร์ท อายุ 48 ปี ยังคงหลบหนีอยู่ระหว่างการติดตามตัวของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการรวบรวมพยานหลักฐานของชุดสืบสวน พบความเชื่อมโยงไปถึงตัวการสำคัญซึ่งเป็นบอสใหญ่ผู้ว่าจ้าง รวมถึงหญิงคนสนิทของบอสใหญ่อีก 1 คน ที่มีบทบาทว่าจ้างนักสืบให้ติดตามพฤติกรรมของผู้เสียชีวิต
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำพยานหลักฐานทั้งหมดไปยื่นต่อศาลอาญา เพื่อขออนุมัติหมายจับบุคคลทั้ง 2 ราย ซึ่งศาลได้พิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุมัติหมายจับ ในข้อหา
ปลิดชีพผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใด ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด ทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สิน ของผู้ถูกข่มขืนใจ หรือ โดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจ ต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไปปล้นทรัพย์ และ ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้าย รื้อทำลายร่าง หรือส่วนของร่าง เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการเสียชีวิต
ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่า ตำรวจชุดสืบสวนได้เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมเข้าจับกุมผู้ต้องหาคนสำคัญในคดีอุ้มปลิดชัพดังกล่าวแล้ว
เรียบเรียงโดย มุมข่าว