ผู้สมัครสส. ‘พลังประชารัฐ’ วอน ‘ลุงป้อม’ คัมแบ๊กหัวหน้า โอดโดน ‘ตรีนุช’ ทิ้งกลางทาง
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 ม.ค. ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ย่านบางโพ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้กลุ่มผู้สมัครสส. ได้นัดรวมพลเพื่อทวงถามความชัดเจนด้านนโยบาย ตลอดจนการบริหารจัดการภายในพรรค พร้อมเรียกร้องให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรค และอดีตหัวหน้าพรรค กลับมาบริหารงานพรรค เพื่อสร้างความมั่นใจกับผู้สมัคร รวมถึงสมาชิกพรรค เพื่อสู้ศึกเลือกตั้ง แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลานัดหมาย 10.00 น. มีผู้สมัคร สส. เดินทางมาไม่ถึง 10 คน โดยมีผู้สมัคร สส. จากหลายภาค เดินทางมา อาทิ อุบลราชธานี นครพนม ปัตตานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และชลบุรี ขณะที่มีผู้สื่อข่าวหลายสำนักมารอทำข่าวเป็นจำนวนมาก หลังได้รับแจ้งว่าจะมีผู้สมัครเดินทางมากว่า 100 คน
นายศุภศิษฎิ์ สรภัสจิรพงศ์ ผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ที่มาวันนี้จะมาขอสอบถาม และขอความชัดเจนจากพรรคพลังประชารัฐเกี่ยวกับแนวทางการสนับสนุน และดูแลผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ทั้งในด้านนโยบาย การสื่อสาร การจัดสรรทรัพยากร และการประสานงานในระดับพื้นที่ เพื่อให้การหาเสียงมีประสิทธิภาพ และเป็นเอกภาพ สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของพรรคอย่างชัดเจน ขณะนี้สมาชิกพรรคเหมือนถูกทอดทิ้ง ตอนนี้มีปัญหาเรื่องของการหาเสียงในพื้นที่ ไม่มีผู้ใหญ่ในพรรคลงไปดูแล หรือให้การสนับสนุนเชิงนโยบายในการหาเสียง
นายศุภศิษฏิ์ กล่าวอีกว่า อยากให้พรรคพลังประชารัฐจัดสรรทีมดูแลผู้สมัคร สส.เขต ทั่วทุกภาค และสนับสนุนการหาเสียงในแต่ละเขตทั่วทั้งประเทศ เพราะตอนนี้ไม่มีการวางยุทธศาสตร์ในการหาเสียงเลย ซึ่งแตกต่างกับตอนที่ พล.อ.ประวิตร เป็นหัวหน้าพรรคอย่างสิ้นเชิง ในสมัย พล.อ.ประวิตร มีการมอบหมายนโยบาย และชี้แจงแนวทางในการหาเสียงให้ ตอนนี้รู้สึกเหมือนขาดเสาหลัก และหาเสาไม่เจอเลยสักหลัก และตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับผู้ใหญ่คนไหน เพราะไม่มีผู้ใหญ่ของพรรคคนไหนมาคุยกับผู้สมัคร และหากยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา จะส่งผลกระทบกับผู้สมัครในการวันเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม การหาเสียงไม่ได้แพ้ผู้สมัครอื่น แต่แพ้แกนนำพรรคที่ไม่ได้มาช่วยหาเสียง และยินดีให้ พล.อ.ประวิตร กลับมาเป็นหัวหน้าพรรค เพราะเป็นนักสู้ตัวจริง และดูแลผู้สมัครได้ดี
“ซึ่งลักษณะเหมือนว่าได้หมายเลข ได้เบอร์แล้วปล่อยทิ้ง ไม่มีการเรียกประชุมชี้แจงให้แนวทางในการหาเสียง ไม่มีการอบรม ไม่มีการส่งเสริมการหาเสียงในเชิงประชาธิปไตย ผมในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 4 ซึ่งนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ผมอยู่ในบ้านท่าน ท่านยังทิ้งผมเลย แล้วนอกบ้านล่ะ เพราะนายภัครธรณ์ บ้านอยู่บางแสน จ.ชลบุรี ส่วนผมอยู่ อ.บ่อทอง”นายศุภศิษฏิ์ กล่าว
ด้านนายกิตติศักดิ์ ครุฑประเสริฐ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวว่า กิจกรรมของพรรคพลังประชารัฐเมื่อวันที่ 5 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งวันนั้นทำให้สมาชิกพรรคมีกำลังใจ โดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 2 คน ทั้ง น.ส.ตรีนุช เทียนทอง และ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ได้พูดปลุกใจลูกพรรคได้ดีมาก แต่หลังจากนั้น พล.อ.ประวิตร ได้แจ้งลาออก ทำให้ผู้สมัคร สส. ของพรรคที่ฝากชีวิตไว้ กำลังใจถดถอย แต่ยังคงรออยู่ว่า วันใดผู้บริหารพรรค หรือแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค จะจัดกิจกรรมคิกออฟการหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครเข้าไปแสดงนโยบาย แต่จนถึงวันนี้ และเหลืออีก 20 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้ง ก็ยังไม่มีชัดเจน ซึ่งเมื่อเทียบกับพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน หรือพรรคโอกาสใหม่ ที่เพิ่งตั้งพรรค ก็มีกิจกรรมคิกออฟการหาเสียงแล้ว เหลือแต่พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นพรรคที่มีผลงานเป็นอย่างมาก และบริหารประเทศมาแล้ว กลับปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า ทั้งที่ “ลุง 3 ป.” เคยทำสำเร็จ และประชาชนได้รับนโยบายที่ดีจากพรรคพลังประชารัฐ และมั่นใจว่าพรรคยังมีจุดขาย
ด้าน น.ส.ณัฐพร ฝาระมี ผู้สมัคร สส.นครพนม เขต 4 กล่าวว่า วันนี้เราตั้งใจมารวมกัน 100-200 คน แต่ว่าหลายคนอยู่ต่างจังหวัดกำลังทยอยมา ยืนยันไม่ใช่เรื่องเงิน ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้สมัคร สส. ได้ส่งหนังสือมาถึงพรรค เพื่อเรียกร้องให้มีการชี้แจงยุทธศาสตร์ และแนวทางในการหาเสียงของผู้สมัคร แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ อยากให้การบริหารจัดการภายในพรรคเป็นระบบ ไม่ใช่ปล่อยลอยแพ ทำเหมือนไม่ให้เกียรติผู้สมัคร พวกเรายังเชื่อมั่นในการทำงานของพรรค และ พล.อ.ประวิตร จึงอยากได้ความชัดเจนตรงนี้ ในส่วนของผู้สมัครยังเดินหน้าต่อไป แต่อยากให้ช่วยเหลือผู้สมัคร ไม่ใช่ปล่อยทิ้งกลางทาง เราเสียสละมาอยู่ตรงนี้เพราะอยากทำงานให้ออกมาดี ให้พรรคได้ สส.บัญชีรายชื่อ จำนวนมาก ถ้าเรารวมกลุ่ม มีความสามัคคี เชื่อว่าพรรคจะเดินหน้าต่อไปอีกนาน
“ส่วนประเด็นที่ว่า เมื่อ พล.อ.ประวิตร ไม่อยู่แล้ว จะไม่มีการสนับสนุนค่าใช้จ่ายการหาเสียงนั้น ยอมรับว่าตรงนี้เป็นแค่ส่วนหนึ่ง แต่ปัจจัยหลัก คือคณะกรรมการบริหารพรรคไม่ให้เกียรติผู้สมัคร เราเดินคนเดียวและพรรคไม่มีการจัดการที่ดี ถ้าบริหารจัดการไม่ได้ก็ออกไป ขอลุงเรากลับคืนมา เพราะว่าถ้าไม่มีลุง ก็ไม่มีความมั่นคง ทั้งในพรรคและในประเทศ ขอร้องอยากให้ลุงกลับมา พวกเรายังรักลุงอยู่เหมือนเดิม” น.ส.ณัฐพร กล่าว
ขณะที่นายอิบรอเฮง โตะฮีแล ผู้สมัคร สส.ปัตตานี เขต 2 เปิดเผยว่า ตนเคยสมัคร สส. กับพรรคพลังประชารัฐมาก่อน ไม่เคยเจอเช่นนี้ แม้แต่ป้ายหาเสียงก็ยังไม่มี จึงฝากถึง พล.อ.ประวิตร ว่า พวกเรารู้สึกเสียดายที่ พล.อ.ประวิตร ไม่ได้เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว พวกเรามาทำงานด้วยหัวใจเพื่อประเทศชาติ และศาสนา ตนรู้สึกเสียใจที่เหมือนถูกทิ้งกลางทาง และอยากร้องไห้หลายครั้ง ยืนยันว่า คนภาคใต้ยังคิดถึง และเคารพ พล.อ.ประวิตร อยู่ ถ้าเป็นแบบนี้ตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า นายภัครธรณ์ จะเดินทางมารับฟังข้อเสนอ และเป็นตัวแทนรับเรื่อง แต่ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใหญ่ของพรรครับเรื่องแต่อย่างใด ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เปิดเผยว่า จะไม่กลับมาทำหน้าที่หัวหน้าพรรคแล้ว เพราะได้ลาออกไปแล้ว.