เขย่าการเมืองลพบุรีลด สส.เหลือ 4 ที่นั่ง เขต 2 เดือดอดีตสส.ใหญ่ปะทะกัน ‘ช้างชนช้าง’
การแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ครั้งนี้ กกต.ได้ยึดหลักการเฉลี่ยจำนวนประชากรในแต่ละเขตให้มีความใกล้เคียงกันมากที่สุด เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นธรรมและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับเขตดังกล่าวทำให้หลายพื้นที่ถูกโยกย้ายไปรวมกับเขตเลือกตั้งใหม่ ส่งผลให้ทั้งประชาชนและผู้สมัครจำนวนไม่น้อยต้องปรับตัว โดยเฉพาะผู้สมัครที่เคยทำงานการเมืองอยู่ในพื้นที่เดิมมาอย่างยาวนาน แต่ต้องขยายหรือเปลี่ยนฐานเสียงไปยังพื้นที่ที่อาจยังไม่คุ้นเคยกับประชาชนในเขตนั้น
สำหรับอดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งและอดีต สส. การแบ่งเขตใหม่ยิ่งเพิ่มความเข้มข้นให้กับสนามเลือกตั้ง เนื่องจากเมื่อจำนวนเขตลดลง ทำให้ในบางเขตเลือกตั้งมีอดีต สส.หลายคนต้องมาลงแข่งขันกันเอง ภาพการแข่งขันภายในเขตจึงมีความรุนแรงมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้บรรยากาศทางการเมืองในจังหวัดลพบุรีเริ่มร้อนแรง มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงความได้เปรียบเสียเปรียบของผู้สมัครแต่ละรายในวงสนทนาทางการเมือง หรือที่เรียกกันว่า “สภากาแฟ” อย่างกว้างขวาง
เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการเปิดรับสมัครรับเลือกตั้ง สส. พบว่ามีผู้สมัครจากหลายพรรคการเมืองเดินทางมายื่นใบสมัครในเขตเลือกตั้งที่ 2 เป็นจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความสำคัญของพื้นที่ดังกล่าวในเชิงยุทธศาสตร์ทางการเมือง หลายฝ่ายจึงมองว่าเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดลพบุรีจะเป็นอีกหนึ่งสนามเลือกตั้งที่มีการแข่งขันสูง และอาจเป็นตัวชี้วัดทิศทางการเมืองของจังหวัดในภาพรวม
หนึ่งในเขตที่ได้รับการจับตามองมากที่สุด คือ เขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีกำหนดจัดการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เขตเลือกตั้งนี้ถือเป็นเขตขนาดใหญ่และมีความสำคัญทางการเมือง เนื่องจากครอบคลุมพื้นที่หลักของอำเภอเมืองลพบุรีหลายตำบล ได้แก่ เขตเทศบาลเมืองลพบุรี เทศบาลตำบลป่าตาล ตำบลทะเลชุบศร ตำบลโก่งธนู ตำบลโคกกะเทียม ตำบลโคกลำพาน ตำบลงิ้วราย ตำบลดอนโพธิ์ ตำบลตะลุง ตำบลท่าแค ตำบลท่าศาลา ตำบลบ้านข่อย ตำบลท้ายตลาด ตำบลพรหมมาสตร์ ตำบลโพธิ์เก้าต้น ตำบลโพธิ์ตรุ ตำบลถนนใหญ่ ตำบลสี่คลอง รวมถึงพื้นที่อำเภอท่าวุ้งทั้งอำเภอ
ความน่าสนใจของเขตนี้ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อพบว่ามีพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งมีโอกาสจัดตั้งหรือเข้าร่วมรัฐบาลในสมัยหน้า ส่งอดีต สส.ลงแข่งขันในพื้นที่เดียวกันถึง 2 พรรค โดยพรรคภูมิใจไทย ได้ส่ง น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ผู้สมัครหมายเลข 3 อดีตเจ้าของพื้นที่อำเภอท่าวุ้ง ลงชิงชัย ขณะที่พรรคเพื่อไทย ได้ส่ง นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ผู้สมัครหมายเลข 5 อดีตเจ้าของพื้นที่เขตเมืองลพบุรี ลงแข่งขันเช่นกัน
การที่อดีต สส.ซึ่งมีฐานเสียงและประสบการณ์ทางการเมืองสูงจากพรรคการเมืองใหญ่ต้องมาพบกันในสนามเดียวกัน ทำให้คอการเมืองในจังหวัดลพบุรีต่างจับตามองอย่างใกล้ชิด หลายฝ่ายประเมินว่าการเลือกตั้งในเขตนี้จะเป็นการต่อสู้ที่เข้มข้น ดุเดือด และสูสีในลักษณะ“ช้างชนช้าง” อย่างแท้จริง
ในส่วนของบรรยากาศการหาเสียง นายสิทธิชัย หล่อประสงค์สุข ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ได้เริ่มขยับตัวอย่างรวดเร็ว โดยเลือกจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการติดตั้งป้ายหาเสียง เพื่อสร้างการรับรู้และจดจำในหมู่ประชาชน พร้อมกันนี้ยังได้ลงพื้นที่หาเสียงแบบเคาะประตูบ้าน พบปะพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อรับฟังปัญหาและชี้แจงผลงานในสมัยที่ผ่านมา ทั้งด้านการดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน การแก้ไขปัญหาพื้นฐานในพื้นที่ รวมถึงการผลักดันโครงการพัฒนาต่าง ๆ ที่สร้างความเจริญให้กับจังหวัดลพบุรีผ่านกระบวนการของรัฐอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ นายสิทธิชัย ยังได้ถือโอกาสชี้แจงนโยบายของพรรคเพื่อไทยต่อประชาชนในพื้นที่ โดยมุ่งเน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจ ปากท้อง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต พร้อมแสดงความตั้งใจที่จะกลับเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนในการผลักดันปัญหาและข้อเสนอจากพื้นที่เข้าสู่ระดับนโยบายต่อไป
จากปัจจัยทั้งหมด ทั้งการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ การลดจำนวน สส. การรวมพื้นที่เมืองและชนบทเข้าด้วยกัน รวมถึงการลงสนามของอดีต สส.จากพรรคการเมืองใหญ่ ทำให้การเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ 2 ของจังหวัดลพบุรี ถูกจับตามองในฐานะหนึ่งในสนามเลือกตั้งที่มีความเข้มข้นที่สุดของจังหวัด และอาจเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์พลวัตทางการเมืองของลพบุรีภายใต้โครงสร้างเขตเลือกตั้งใหม่ในครั้งนี้.
กฤษณพงศ์ อยู่รอด