เปิด 5 ขั้นตอนรีเซ็ตน้ำตาลในเลือด…ก่อนโรคต่างๆถามหา
วันนี้ “เดลินิวส์” นำบทความจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ โดย“หมอเจด” นายแพทย์เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ให้ความรู้สุขภาพ ผ่านเพจ “หมดเจด” ระบุว่าหลังปีใหม่ หลายคนรู้สึกหิวบ่อย เพลีย ง่วงง่าย ทั้งที่กินไม่เยอะ นั่นไม่ใช่ว่าเราขี้เกียจแต่เป็นสัญญาณว่า “น้ำตาลในเลือดยังเหวี่ยง” จากของหวาน แอลกอฮอล์ และการนอนดึกช่วงหยุดยาว ถ้าไม่รีเซ็ตให้ถูก จุดนี้จะลากยาวไปเป็นพุง เบาหวานแฝง และอักเสบเรื้อรัง มาดู 5 ขั้นตอนที่ทำได้จริง
เปิด 5 ขั้นตอน รีเซ็ตน้ำตาลในเลือด หลังปาร์ตี้สุดเหวี่ยงช่วงปีใหม่
1.ตัดหวานแฝงก่อน ไม่ใช่อดอาหาร ไม่ต้องอดข้าว แต่อย่าปล่อยน้ำตาลแฝง เช่น น้ำหวาน ชานม ขนมปังขาว ซอสหวาน ๆ เพราะสิ่งนี้ทำให้น้ำตาลพุ่งทั้งวัน เริ่มจากดื่มน้ำเปล่า ชา กาแฟไม่หวาน และกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนแทน น้ำตาลจะเริ่มนิ่งภายใน 3–5 วัน
2. โปรตีนต้องมีทุกมื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้า มื้อเช้าที่มีแต่แป้ง จะทำให้น้ำตาลพุ่งตั้งแต่ต้นวัน ควรเติมโปรตีน เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ หรือโยเกิร์ตไม่หวาน โปรตีนช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล ทำให้อิ่มนาน ลดอยากของหวานช่วงบ่าย และช่วยให้อินซูลินทำงานเสถียรขึ้น
3. เดินหลังอาหาร = ยาลดน้ำตาลธรรมชาติ ไม่ต้องออกกำลังกายหนัก แค่เดิน 10–15 นาที หลังมื้อหลัก จะช่วยให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลจากเลือดไปใช้ทันที ลดภาระตับอ่อน ทำต่อเนื่องวันละ 2–3 มื้อ น้ำตาลหลังอาหารจะลดลงชัดเจน โดยไม่ต้องพึ่งยา
4. รีเซ็ตการนอน น้ำตาลถึงจะนิ่ง นอนดึกทำให้อินซูลินดื้อขึ้น แม้กินเท่าเดิม น้ำตาลก็ยังสูง พยายามเข้านอนก่อน 5 ทุ่มอย่างน้อย 3 คืนติด งดจอ 1 ชั่วโมงก่อนนอน การนอนดีจะช่วยรีเซ็ตฮอร์โมนหิว–อิ่ม และคุมระดับน้ำตาลได้ทั้งวัน
5. ฟื้นลำไส้ = คุมอักเสบ คุมน้ำตาล หลังสังสรรค์ ลำไส้ มักอักเสบครับ ทำให้น้ำตาลแกว่งง่าย เพิ่มผักสุก ไฟเบอร์ และโพรไบโอติกอ่อน ๆ เช่น โยเกิร์ตไม่หวาน โพรไบโอติกเสริม ดื่มน้ำให้พอ ลำไส้ดี อินซูลินจะตอบสนองดีขึ้น น้ำตาลจะนิ่งโดยไม่รู้ตัว
การรีเซ็ตน้ำตาลไม่ใช่การอด แต่คือการจัดจังหวะกิน–ขยับ–พักผ่อนให้ถูก แค่ตัดหวานแฝง เติมโปรตีน เดินหลังอาหาร นอนให้พอ และดูแลลำไส้ ภายใน 5–7 วัน น้ำตาลจะเริ่มนิ่ง พุงยุบง่ายขึ้น เหนื่อยน้อยลง และร่างกายกลับมาคุมตัวเองได้อีกครั้ง