โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NEWS UPDATE: มิจฉาชีพแอบอ้างจัดกิจกรรมในโรงเรียน หลอกสแกนใบหน้าเด็ก เปิดซิมใช้งาน

Mood of the Motherhood

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 09.15 น. • News Update

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569 สภาองค์กรของผู้บริโภค ออกมาเตือนถึงภัยรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้นในสถานศึกษา หลังพบกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้างเข้ามาจัดกิจกรรมภายในโรงเรียน หลอกขอเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียนทั้งระดับประถมและมัธยมผ่านการ สแกนใบหน้าและเก็บเลขบัตรประชาชน เพื่อเปิดหมายเลขโทรศัพท์มือถือหรือซิมการ์ดนำไปใช้ในกิจกรรมผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นช่องโหว่สำคัญของการคุ้มครองข้อมูลเด็กในโรงเรียนหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย และยะลา กรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อขบวนการมิจฉาชีพอ้างว่าจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการหลอกลวงหรือมิจฉาชีพ (scammer) ในโรงเรียน โดยผู้จัดกิจกรรมขอให้เด็กสแกนใบหน้าและถ่ายสำเนาบัตรประชาชนเพื่อดำเนินการภายในกิจกรรม แต่กลับนำข้อมูลเหล่านี้ไปลงทะเบียนซิมโทรศัพท์จำนวนมาก แล้วส่งต่อให้แก๊งลักลอบที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ชายแดนเพื่อใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนต่อไป ซึ่งสร้างความกังวลแก่ผู้ปกครองและชุมชนอย่างมากศุภโชค ปิยะสันติ์ อนุกรรมการด้านการศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี กล่าวว่าการลักลอบเข้ามาในโรงเรียนเพื่อจัดกิจกรรมประเภทนี้ถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะในโรงเรียนขนาดเล็กที่อาจขาดแนวทางรับมือที่ชัดเจน โดยมีรายงานจากผู้ปกครองในจังหวัดยะลาว่ามีบริษัทโทรคมนาคมเข้าไปจัดกิจกรรมซิมเพื่อการศึกษา ซึ่งขอเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กหลายครั้ง ทำให้ผู้ปกครองตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและมาตรการคุ้มครองข้อมูลที่ยังขาดความชัดเจน สภาผู้บริโภคจึง เรียกร้องให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวปฏิบัติที่ชัดเจนและเข้มงวด ในการอนุญาตให้หน่วยงานภายนอกเข้าจัดกิจกรรมในโรงเรียน กำหนดให้ต้องมีหนังสือแจ้งวัตถุประสงค์ กำหนดการ รายละเอียดของกิจกรรมและข้อมูลผู้จัดอย่างครบถ้วน เพื่อให้โรงเรียนสามารถตรวจสอบและคัดกรองอย่างรัดกุม นอกจากนี้ยังเสนอให้มีประกาศหรือข้อบังคับระดับประเทศ เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบตรงกันว่าการเข้าดำเนินกิจกรรมต้องผ่านกระบวนการอนุญาตอย่างเป็นระบบ ด้าน ปาริชาต ชัยวงษ์ ตัวแทนครูจากสภาผู้บริโภคชี้ว่า การเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน เช่น ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือข้อมูลชีวภาพอย่างการสแกนใบหน้า โรงเรียนไม่สามารถส่งมอบให้กับเอกชนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าได้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหากพบการร้องขอข้อมูลที่ไม่เหมาะสม เช่น การขอเลขบัตรประชาชน การสแกนใบหน้า หรือให้เด็กลงชื่อเพื่อแลกของแจก ครูควรมีอำนาจและหน้าที่สั่งยุติกิจกรรมนั้นทันทีเพื่อปกป้องเด็กจากความเสี่ยง สภาองค์กรของผู้บริโภคเน้นว่าการจัดการปัญหานี้ไม่สามารถพึ่งพากระทรวงศึกษาธิการฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องในการกำกับดูแล ปราบปรามมิจฉาชีพ รวมถึงมาตรการป้องกันภัยออนไลน์ตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากระบบส่วนกลางยังไม่เข้มแข็ง การป้องกันที่ปลายทางอย่างโรงเรียนก็ยังไม่เพียงพอ และอาจนำไปสู่การสร้างความเสียหายต่อเด็กและประชาชนในวงกว้างได้อีกครั้งอ้างอิงtcc.or.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...