โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อิหร่านชี้สหรัฐฯ รุกรานหนัก หวังครอบครองทรัพยากร

Xinhua

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 21.01 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 14.01 น. • XinhuaThai

× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป

(แฟ้มภาพซินหัว : ธงชาติอิหร่านด้านหน้าโรงพยาบาลที่พังเสียหายจากการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล ในกรุงเตหะรานของอิหร่าน วันที่ 7 มี.ค. 2026)

เตหะราน, 9 มี.ค. (ซินหัว) — วันจันทร์ (9 มี.ค.) เอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน กล่าวว่าเป้าหมายหลักของสหรัฐฯ ใน “การรุกราน” โจมตีอิหร่านร่วมกับอิสราเอลตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์คือเพื่อครอบครองแหล่งทรัพยากรของอิหร่าน โดยปัจจุบันอิหร่านมุ่งความพยายามทั้งหมดไปยังการปกป้องประเทศจาก “การรุกรานที่โหดร้าย”

บากาอีย้ำว่ากรณีสหรัฐฯ เข้ามามีบทบาทในเอเชียตะวันตกไม่ได้ส่งเสริมความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค รังแต่จะสร้างความไม่มั่นคงและความแตกแยกระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมถึงความบาดหมางระหว่างประเทศมุสลิม พร้อมเสริมว่าคณะผู้แทนทางการทูตต่างประเทศจำนวนมากยังคงปฏิบัติงานอยู่ในอิหร่านแม้เกิดความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง

บากาอีกล่าวว่าอิหร่านมีสถานทูตและสถานกงสุล รวมถึงสำนักงานผู้แทนระหว่างประเทศหลายแห่ง ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งยังคงเปิดทำการ และรัฐบาลอิหร่านดำเนินงานรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของคณะผู้แทนทางการทูตต่างประเทศในอิหร่านอย่างเต็มกำลัง

อนึ่ง สหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมกันโจมตีกรุงเตหะรานและอีกหลายเมืองของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ซึ่งสังหารอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน และบุคคลอื่นๆ รวมถึงสมาชิกครอบครัวของผู้นำ ผู้บัญชาการทหารระดับสูง และพลเรือน ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนโจมตีอิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคหลายระลอก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...