ส่องกล้อง SCC : รับมือศึกหนักตะวันออกกลาง รอบนี้กระทบกำไรแค่ไหน?
ส่องกล้อง SCC : รับมือศึกหนักตะวันออกกลาง รอบนี้กระทบกำไรแค่ไหน?
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -9 มี.ค. 69 15:19 น.
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมมุมมอง ของบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำที่ได้ประเมินทิศทางของ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC จากบทวิเคราะห์ที่ออกมาในวันที่ 9 มี.ค.69
ชื่อโบรก คำแนะนำ ราคาเป้าหมาย (บาท) บล.ทรีนีตี้ ถือ 225 บล.ลิเบอเรเตอร์ (Non-rated) 222.5 บล.เอเซีย พลัส Trading 220 บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ถือ 198 บล.ยูโอบี เคย์เฮียน ขาย (Downgraded) 180 บล.บัวหลวง ขาย / สลับลงทุน (Switching) 170 บล.ดาโอ ขาย 165 บล.ทิสโก้ ขาย 146 บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ขาย 133
สรุปปัจจัยบวก
+ ราคาหุ้นที่ปรับตัวลดลงมาแรง (ประมาณ 17-20% ใน 1 สัปดาห์) สะท้อนความเสี่ยงไปบางส่วนแล้ว ทำให้เริ่มมี Upside เมื่อเทียบกับราคาเหมาะสม (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส)
+ Supply Disruption ที่เกิดขึ้นทั่วภูมิภาคอาจส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีและ Polymer ปรับตัวสูงขึ้นเร็ว ช่วยชดเชยปริมาณขายที่หายไปได้บางส่วน (บล.ทรีนีตี้)
+ ธุรกิจซีเมนต์และบรรจุภัณฑ์ (CBM & Packaging) ได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากมีการใช้พลังงานหมุนเวียน/ชีวมวลสูงเกือบ 50% ช่วยบรรเทาต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง)
+ สภาพคล่องของบริษัทยังอยู่ในระดับเพียงพอ มีวงเงินสินเชื่อและระบบบริหารเงินสด (Cash Pooling) ที่แข็งแกร่งรองรับความผันผวน (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.เอเซีย พลัส)
+ การหยุดโรงงาน ROC ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมในเชิงการดำเนินงาน เนื่องจากเป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพต่ำที่สุดในพอร์ตและอาจขาดทุนอยู่แล้ว (บล.ทิสโก้)
สรุปปัจจัยลบ
- ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบ (Feedstock Shortage) อย่างรุนแรงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งแนฟทาหลักจากตะวันออกกลาง (บล.ทุกแห่ง)
- การประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) และหยุดการผลิตชั่วคราวของโรงงาน ROC ส่งผลให้ปริมาณขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล, บล.ดาโอ, บล.ทิสโก้, บล.บัวหลวง)
- ความเสี่ยงที่ต้องหยุดการผลิตเพิ่มเติมในโรงงานขนาดใหญ่อย่าง MOC และ LSP หากสถานการณ์ยืดเยื้อเกินสิ้นเดือนมีนาคม (บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส, บล.ดาโอ, บล.ทรีนีตี้, บล.เอเซีย พลัส)
- ต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาพุ่งสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน และมีการบวกค่าชดเชยความเสี่ยงทางเรือ (Premium) เพิ่มขึ้นอย่างมาก (บล.ดาโอ, บล.เอเซีย พลัส)
- ผลกระทบต่อเนื่องไปยังห่วงโซ่การผลิตปลายน้ำ (PE, PP, PVC) ที่หาวัตถุดิบจากภายนอกได้ยากเนื่องจากซัพพลายในภูมิภาคตึงตัว (บล.ทิสโก้)
- แนวโน้มการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ลงอย่างมีนัยสำคัญเพื่อสะท้อนสถานการณ์สงคราม (บล.บัวหลวง, บล.เอเซีย พลัส, บล.ดาโอ)
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ