โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

World-Class Living Destination : เจาะลึกยุทธศาสตร์ Long-Stay ดึงเม็ดเงินโลกเข้าไทย

TERRABKK

เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 08.16 น. • TERRABKK
World-Class Living Destination : เจาะลึกยุทธศาสตร์ Long-Stay ดึงเม็ดเงินโลกเข้าไทย

ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางของการใช้ชีวิตระยะยาว (Long‑Stay Destination) สำหรับชาวต่างชาติ จากเดิมที่เป็นเพียงประเทศท่องเที่ยวระยะสั้น รัฐบาลไทยได้พัฒนาแนวทางการพำนักระยะยาวที่เชื่อมโยงกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ทำให้การซื้อที่อยู่อาศัยไม่ใช่เพียงการถือครองทรัพย์สิน แต่กลายเป็น "กุญแจ" ที่เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถใช้ชีวิตในประเทศไทยได้ในระยะยาว แนวทางนี้กำลังกลายเป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยและเศรษฐกิจบริการที่เกี่ยวข้อง

เงื่อนไขหลักของ Long‑Stay ผ่านการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

หนึ่งในรูปแบบที่ได้รับความสนใจมากในปัจจุบันคือ Investment Visa หรือวีซ่าพำนักระยะยาวผ่านการลงทุน ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลไทยเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติสามารถพำนักในประเทศได้ผ่านการลงทุนในสินทรัพย์ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย ทั้งนี้รูปแบบวีซ่าดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นกลไกดึงดูดเม็ดเงินจากต่างประเทศ พร้อมสนับสนุนการเติบโตของภาคอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจบริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้

▪️มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ : 3,000,000 บาท
สามารถลงทุนผ่านการซื้อคอนโดมิเนียมแบบ Freehold ภายใต้โควตาต่างชาติ (Foreign Quota) หรือการเช่าระยะยาวที่มีมูลค่าการเช่ารวมมากกว่า 3 ล้านบาท

▪️คุณสมบัติผู้ลงทุน : อายุ 20 ปีขึ้นไป
เปิดโอกาสสำหรับนักลงทุนทุกช่วงวัย ไม่จำกัดเฉพาะกลุ่มผู้เกษียณอายุ ทำให้เป็นตัวเลือกหลักสำหรับนักลงทุนรุ่นใหม่และกลุ่ม Digital Nomad

▪️สิทธิพำนักสำหรับครอบครัว
ผู้ลงทุนสามารถยื่นขอให้คู่สมรสและบุตรอายุต่ำกว่า 20 ปีพำนักในประเทศไทยร่วมกันได้ ให้ได้รับสิทธิ์การพำนักไปพร้อมกันได้ผ่านการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพียงแห่งเดียว

ระยะเวลาการพำนัก (Visa Duration)
ได้รับอนุญาตให้พำนักครั้งแรก 90 วัน และสามารถยื่นต่ออายุเป็นวีซ่าพำนักระยะยาวประมาณ

ประเภททรัพย์สินที่เข้าเกณฑ์การลงทุน

  • คอนโดมิเนียม Freehold ราคามากกว่า 3,000,000 บาท ภายใต้สัดส่วนการถือครองของชาวต่างชาติ (Foreign Quota)

  • การเช่าระยะยาวระดับมูลค่าสูง หรือการเช่าระยะยาวแบบไฮบริด (Rental Hybrid) ซึ่งเป็นข้อบังคับล่าสุด ที่อนุญาตให้การเช่า ที่มีมูลค่าประมาณ 85,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป สามารถขอรับสิทธิ์พำนักระยะยาวได้ โดยกำหนดให้มีการจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าอย่างน้อย 3 เดือนสำหรับการขอวีซ่า 90 วันในครั้งแรก และต้องจ่ายล่วงหน้ามากกว่า 12 เดือน สำหรับการขอพำนักระยะยาวในครั้งที่สอง โดยต้องแสดงหลักฐานการชำระเงินล่วงหน้าต่อผู้ให้เช่า

  • การเช่าสิทธิ์ระยะยาว Leasehold ระยะเวลา 3 ปีขึ้นไป ในบางหลักเกณฑ์อนุญาตให้ทำสำหรับวิลล่า อพาร์ตเมนต์หรู บ้าน หรือคอนโดมิเนียม โดยมูลค่าการเช่าต้องมากกว่า 3,060,000 บาท

เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นในภูมิภาคที่ใช้กลยุทธ์ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติผ่านอสังหาริมทรัพย์ เช่น โปรตุเกส สเปน หรือสิงคโปร์

ผลเชิงบวกต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ไทย

การเชื่อมโยงระหว่างวีซ่าพำนักระยะยาวกับการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมในหลายด้าน

1. เพิ่มดีมานด์จากต่างชาติ
กลุ่มผู้ซื้อไม่ได้จำกัดเฉพาะนักท่องเที่ยว แต่รวมถึง Digital Nomads นักลงทุน และครอบครัวต่างชาติที่ต้องการย้ายฐานชีวิต

2. กระตุ้นตลาดคอนโดในเมืองท่องเที่ยวและเมืองเศรษฐกิจ
ทำเลอย่าง กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา และ EEC กลายเป็นศูนย์กลางของการลงทุนระยะยาว

3. เพิ่มการหมุนเวียนของเศรษฐกิจบริการ
ผู้พำนักระยะยาวจะสร้างการใช้จ่ายต่อเนื่อง เช่น การท่องเที่ยว ร้านอาหาร การศึกษา และสุขภาพ

4. สนับสนุนตลาดปล่อยเช่า
นักลงทุนสามารถสร้างรายได้จากการปล่อยเช่าระยะยาวให้กับกลุ่มผู้พำนักต่างชาติ

ในขณะเดียวกัน ก็ควรมีมาตรการรองรับ ในการคัดกรองคุณภาพของชาวต่างชาติที่เข้ามา ซึ่งอาจสร้างปัญหาให้ประเทศ อาทิ การเข้ามาทำงานผิดกฏหมาย

บทบาทของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับตลาด Long‑Stay มากขึ้น

หลายบริษัทพัฒนาโมเดล "Integrated Longstay Service"ที่รวมการซื้ออสังหาริมทรัพย์กับบริการวีซ่าและการดูแลหลังการขาย ตัวอย่างเช่น

▪️AP Thailand
พัฒนาโมเดล One‑Stop Living Solution สำหรับลูกค้าต่างชาติ โดยโครงการคอนโดในเครือ เช่น THE ADDRESS, RHYTHM, LIFE และ ASPIRE สามารถเชื่อมต่อกับบริการ Longstay Visa และบริการอำนวยความสะดวกครบวงจร

▪️ASW และ TITLE
ร่วมมือกับ Thailand Longstay Management Company เพื่อให้บริการอำนวยความสะดวกด้านการต่อวีซ่าแก่ลูกค้าที่ลงทุนในโครงการตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมสนับสนุนค่าธรรมเนียมการสมัครวีซ่าระยะยาว มูลค่า 27,000 บาท ต่อใบสมัคร สำหรับปีแรก รวมถึงบริการดูแลอสังหาริมทรัพย์และการปล่อยเช่า

▪️Sansiri
ทำงานร่วมกับ Thailand Longstay เพื่อผลักดันโครงการในเมืองท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต ให้กลายเป็นฐานการอยู่อาศัยของชาวต่างชาติ

Long‑Stay กลไกใหม่ของเศรษฐกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย นโยบาย Long‑Stay คือมาตรการด้านการท่องเที่ยว ที่ผนวกยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจช่วยดึงเม็ดเงินจากต่างชาติสู่ประเทศไทย และเมื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เชื่อมโยงกับสิทธิในการพำนัก ประเทศไทยจึงสามารถเปลี่ยน "การซื้อบ้าน" ให้กลายเป็นการลงทุนเพื่อสร้างฐานชีวิตในระยะยาว

และที่สำคัญระยะยาว แนวทางนี้จะผลักดันทำให้ประเทศไทยกลายเป็น World‑Class Living Destinationสำหรับผู้คนจากทั่วโลก พร้อมทั้งเสริมความแข็งแกร่งให้กับภาคอสังหาริมทรัพย์และเศรษฐกิจไทยโดยรวม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...