ตะวันออกกลางเดือด! ลามอสังหาฯไทย ต้นทุนพุ่ง แบงก์เข้ม คนซื้อชะลอ
พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย มองว่า ความขัดแย้งใน ตะวันออกกลาง แม้จะไม่ได้เกิดในภูมิภาคเดียวกับไทย แต่ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมีนัยสำคัญแรงกระแทกแรกมาจาก “ราคาน้ำมัน” เมื่อราคาน้ำมันขยับขึ้น ต้นทุนในระบบเศรษฐกิจจะถูกดันขึ้นเป็นลูกโซ่ตั้งแต่ ค่าขนส่ง ไปจนถึง ราคาวัสดุก่อสร้าง
สำหรับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่พึ่งพาต้นทุนวัสดุและโลจิสติกส์จำนวนมาก ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจึงกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาโครงการใหม่
แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าต้นทุน คือ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพราะในช่วงเวลาที่โลกเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ผู้คนมักเลือก “ชะลอการตัดสินใจ”
บ้านหรือคอนโด ซึ่งเป็นสินทรัพย์ขนาดใหญ่ จึงมักถูกเลื่อนการซื้อออกไปก่อนในอีกด้านหนึ่ง เงินบางส่วนไหลไปยังสินทรัพย์ที่ถูกมองว่า “ปลอดภัยกว่า” ไม่ว่าจะเป็นเงินสด หรือ ทองคำ แม้ ราคาทองคำ เองก็ผันผวนไม่น้อยก็ตาม
วิกฤตสินเชื่อ ลามจากตลาดล่างสู่ตลาดบน
เดิมที ปัญหาของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยจะกระจุกอยู่ในกลุ่มผู้ซื้อระดับ “กลาง-ล่าง” แต่วันนี้ ภาพเริ่มเปลี่ยนไปหนึ่งในตัวเลขที่สะท้อนความตึงตัวของตลาดได้ชัด คือ อัตราการปฏิเสธสินเชื่อ (Reject Rate)บางโครงการมีสัดส่วนการถูกปฏิเสธสูงถึง 60–70%ธนาคารพาณิชย์จำนวนมากเริ่มใช้ท่าทีระมัดระวังมากขึ้นในการปล่อยกู้บางแห่งถึงขั้นไม่รับพิจารณาสินเชื่อสำหรับคอนโดมิเนียมและหันไปพิจารณาเฉพาะโครงการแนวราบเท่านั้น
เมื่อการเข้าถึงสินเชื่อยากขึ้น ความต้องการซื้อจึงลดลงในขณะที่ อุปทานในตลาดยังคงมีอยู่จำนวนมากทำให้ตลาดเริ่มเข้าสู่ภาวะกดดันทั้งฝั่งผู้ซื้อและผู้พัฒนาโครงการ
โครงการใหม่ชะลอ ตลาดเริ่มหาสมดุลใหม่
แม้สถานการณ์จะดูซบเซา แต่ในเชิงโครงสร้าง ตลาดกำลังปรับตัวเพื่อสร้างสมดุลใหม่เมื่อเศรษฐกิจไม่เอื้อ ผู้ประกอบการจำนวนมากจึงเลือก ชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ การขออนุญาตก่อสร้างลดลงจำนวนหมู่บ้านใหม่ที่เปิดตัวก็ลดลงตามผลที่ตามมาคือ อุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดน้อยลงกลไกนี้ช่วยให้ตลาดค่อย ๆ กลับเข้าสู่จุดสมดุลระหว่างอุปสงค์ (Demand)และอุปทาน (Supply)สัญญาณดังกล่าวสะท้อนผ่านยอดขายของ “วัสดุก่อสร้าง” ที่เริ่มชะลอตัวอย่างชัดเจน
แรงงานก่อสร้างลด แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต
อีกหนึ่งประเด็นที่ถูกจับตา คือ “แรงงานต่างด้าว” แรงงานกัมพูชา ซึ่งถือเป็นกำลังหลักของภาคก่อสร้างไทยมีบางส่วนเริ่มเดินทางกลับประเทศอย่างไรก็ตาม ผลกระทบยังไม่รุนแรงนักเพราะในจังหวะเดียวกันปริมาณงานก่อสร้างใหม่ก็ลดลงทำให้จำนวนแรงงานที่มีอยู่ยังสามารถรองรับงานที่เหลือได้พอดีจึงเกิดสมดุลในอีกมิติหนึ่งของตลาดแรงงาน
เป้าหมายปีนี้ “ประคองตัว” รอเศรษฐกิจฟื้น
ในภาพรวม ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ไทย กำลังอยู่ในโหมด“ตั้งรับ”เป้าหมายสำคัญของปีนี้ อาจไม่ใช่การเติบโตแบบก้าวกระโดดแต่เป็นการ“ประคับประคอง”ธุรกิจให้ผ่านช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้ไปให้ได้พร้อมกับความหวังว่าหากปัจจัยเศรษฐกิจโลกเริ่มคลี่คลายและความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลับมาปีหน้าอาจเป็นจังหวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง