โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เงินบาทแข็งค่าขึ้น จับตาสัปดาห์หน้า 6 ปัจจัยสำคัญ รวมราคาทองคำ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 มี.ค. เวลา 03.02 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. เวลา 03.02 น.

เงินบาทแข็งค่าขึ้น กสิกรไทยคาดสัปดาห์หน้าเคลื่อนไหวในกรอบ 30.70-31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ จับตา 6ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ทั้งปัจจัยเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของไทย การเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแข็งค่าตามการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและสถานะซื้อสุทธิหุ้นของนักลงทุนต่างชาติ

เงินบาทแข็งค่าผ่านแนว 31.00 ในช่วงต้นสัปดาห์ ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ที่ระดับ 30.97 บาทต่อดอลลาร์ฯ (แข็งค่าสุดนับตั้งแต่ 29 ม.ค. 2569) โดยเงินบาทมีแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีการค้าของสหรัฐฯ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำตัดสินยกเลิกภาษีที่ออกภายใต้กฎหมาย IEEPA

อย่างไรก็ดี ปธน. ทรัมป์ทำให้ประเด็นนี้มีความซับซ้อนมากขึ้นด้วยการประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าที่อัตรา 10% กับประเทศคู่ค้าทั่วโลกภายใต้มาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี ค.ศ. 1974 ซึ่งเริ่มมีผลเมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงช่วงสั้น ๆ กลางสัปดาห์ หลังกนง. สร้างความประหลาดใจให้กับตลาดด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 25 bps. ไปที่ 1.00% แต่กรอบการอ่อนค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัดเนื่องจากราคาทองคำในตลาดโลกยังปรับตัวขึ้น และต่างชาติยังซื้อสุทธิในตลาดหุ้นและพันธบัตรไทยต่อเนื่อง

กราฟค่าเงินบาท

เงินบาท:กรอบสัปดาห์หน้า

ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2569 เงินบาทปิดตลาดในประเทศที่ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 31.19 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (20 ก.พ.) สำหรับสถานะพอร์ตการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติระหว่างวันที่ 23-27 ก.พ. 2569 นั้น นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทย 1,399 ล้านบาท และมีสถานะอยู่ในฝั่ง Net Inflows ตลาดพันธบัตรไทย 5,759 ล้านบาท (ซื้อสุทธิพันธบัตร 6,466 ล้านบาท และตราสารหนี้หมดอายุ 706.6 ล้านบาท)

สำหรับสัปดาห์หน้า หรือระหว่างวันที่ 2-6 มี.ค. 2569 ธนาคารกสิกรไทยมองกรอบการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทที่ระดับ 30.70-31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ปัจจัยเงินเฟ้อเดือน ก.พ. ของไทย การเมืองในประเทศ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติการเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.พ. ดัชนีราคาส่งออกและนำเข้า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.พ. ของจีน ญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 (final) และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของยูโรโซน ด้วยเช่นกัน

กราฟตลาดหุ้นไทย

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นขานรับปัจจัยบวกภายในประเทศ SET Index แกว่งตัวกรอบแคบในช่วงแรก โดยแม้จะมีปัจจัยบวกจากประเด็นข่าวเกี่ยวกับศาลฎีกาสหรัฐฯ สั่งยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า (Reciprocal tariffs) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แต่กรอบการปรับขึ้นถูกจำกัดจากแรงขายทำกำไรหุ้นบิ๊กแคปรายตัว

อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นในเวลาต่อมา หลังมีรายงานข่าวว่ากกต. ได้ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งสส. เขตชุดแรกแล้ว ซึ่งกระตุ้นความหวังว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ได้ในเร็วๆ นี้ นอกจากนี้ ดัชนีหุ้นไทยยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากประเด็นที่กนง. มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% ในรอบการประชุมช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งการปรับลดดอกเบี้ยเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยดีดตัวขึ้นไปยืนเหนือแนว 1,500 จุด

ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยแตะจุดสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปีครึ่งที่ระดับ 1,545.31 จุดก่อนจะย่อตัวลงบางส่วนในช่วงท้ายสัปดาห์หลังปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงก่อนหน้านี้ ประกอบกับมีแรงกดดันเพิ่มเติมจากแรงขายเพื่อปรับพอร์ตตามการปรับ MSCI Rebalance ซึ่งมีผลในวันที่ 27 ก.พ. อนึ่ง หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่งปรับตัวขึ้นค่อนข้างแรงในสัปดาห์นี้จากความคาดหวังว่าผลประกอบการในไตรมาส 1/2569 จะขยายตัวได้ต่อเนื่อง

ในวันศุกร์ที่ 27 ก.พ. 2569 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,528.26 จุด เพิ่มขึ้น 3.28% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 88,734.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.17% จากสัปดาห์ก่อน ส่วนดัชนี mai เพิ่มขึ้น 0.74% มาปิดที่ระดับ 231.10 จุด

ส่วนสัปดาห์ถัดไป (2-6 มี.ค. 69) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,500 และ 1,470 จุด ขณะที่แนวต้านอยู่ที่ 1,545 และ 1,555 จุด ตามลำดับ โดยศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของไทย ประเด็นการเมืองในประเทศ ประเด็นเกี่ยวกับนโยบายภาษีของสหรัฐฯ และทิศทางเงินทุนต่างชาติ

ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนี ISM และ PMI ภาคการผลิตและภาคบริการ รวมถึงตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรและอัตราการว่างงานเดือนก.พ. ดัชนีราคาส่งออกและนำเข้า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนม.ค. รายงาน Beige Book ของเฟด รวมถึงตัวเลขการจ้างงานของภาคเอกชนและจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

นอกจากนี้ตลาดยังรอติดตามดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.พ. ของจีน ญี่ปุ่น อังกฤษและยูโรโซน รวมถึงตัวเลขจีดีพีไตรมาส 4/2568 (final) และอัตราเงินเฟ้อเดือนก.พ. ของยูโรโซน ด้วยเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐกับอิหร่านและอิสราเอลด้วย ซึ่งนักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่า จากการที่อิสราเอลและสหรัฐเปิดฉากโจมตีอิหร่าน คาดว่าในสัปดาห์หน้าจะส่งผลกระทบต่อราคาทองตลาดโลกรวมถึงราคาทองในประเทศด้วย ซึ่งช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ร้านทองหลายแห่งปิดการซื้อขายบางส่วน รวมถึงการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ เนื่องจากราคาผันผวนหนัก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เงินบาทแข็งค่าขึ้น จับตาสัปดาห์หน้า 6 ปัจจัยสำคัญ รวมราคาทองคำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...