“ออสเตรเลีย” เล็งตั้งราคาขั้นต่ำ “แร่หายาก” สู้จีน ดึงทุนต่างชาติ
"ออสเตรเลีย" เล็งตั้งราคาขั้นต่ำ "แร่หายาก" เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน ลดการพึ่งพาจีน และจูงใจการลงทุนในเหมืองและโรงงานแปรรูปใหม่
วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.31 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ออสเตรเลียกำลังพิจารณากำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับแร่ธาตุสำคัญ รวมถึงแร่หายาก (rare earths) เพื่อรับมือการครอบงำตลาดของจีน และดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติสู่เหมืองและโรงงานแปรรูปใหม่ ๆ ซึ่งข่าวดังกล่าวได้หนุนราคาหุ้นผู้ผลิตแร่ในประเทศให้ปรับตัวขึ้น
ออสเตรเลีย ซึ่งมีปริมาณสำรองแร่หายากมากเป็นอันดับ 4 ของโลก เป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังพิจารณากำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ตั้งแต่อุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปจนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตสามารถแข่งขันได้ในตลาดที่มีอุปทานจากจีนล้นตลาด
หุ้นบริษัทแร่ธาตุสำคัญที่จดทะเบียนในซิดนีย์ปรับตัวขึ้นในวันพุธ จากความหวังต่อแนวคิดราคาขั้นต่ำของออสเตรเลีย และกระแสความคืบหน้าการจับมือกันด้านแร่ธาตุสำคัญระหว่างสหรัฐกับสหภาพยุโรป โดย Lynas Rare Earths Ltd. พุ่งขึ้น 5.3%, Iluka Resources Ltd. เพิ่มขึ้น 0.7%, Sunrise Energy Metals Ltd. บวก 2.7% และ Arafura Rare Earths Ltd. ทรงตัว
รัฐมนตรีทรัพยากรของออสเตรเลีย Madeleine King กล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ว่า นโยบายดังกล่าวจะอาศัยการสนับสนุนจาก Export Finance Australia ซึ่งเป็นหน่วยงานสินเชื่อเพื่อการส่งออกของรัฐบาล เพื่อจัดหาเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมสำหรับการตั้งราคาขั้นต่ำ พร้อมยอมรับว่าออสเตรเลียยังตามหลังจีนมากในด้านการแปรรูปและถลุงแร่หายาก และจำเป็นต้องเร่งไล่ตาม โดยภาคทรัพยากรของประเทศพึ่งพาการลงทุนจากต่างชาติมาโดยตลอด
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนจัดตั้ง Project Vault คลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ด้านแร่ธาตุสำคัญของสหรัฐ ด้วยเงินตั้งต้น 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อช่วยลดการพึ่งพาแร่หายากและโลหะจากจีน ซึ่งครองความเป็นเจ้าตลาดเกือบเบ็ดเสร็จ และเคยใช้การควบคุมอุปทานเป็นเครื่องมือต่อรองทางการค้า
ขณะเดียวกันสหภาพยุโรปเตรียมเสนอความร่วมมือด้านแร่ธาตุสำคัญกับสหรัฐ เพื่อจำกัดอิทธิพลของจีน และสอดรับกับแนวทางของรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันข้อตกลงระดับโลก
เช่นเดียวกับสหรัฐ ออสเตรเลียวางแผนจัดตั้งคลังสำรองแร่ธาตุสำคัญของตนเอง วงเงินราว 1.2 พันล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย โดยจะมุ่งซื้อแร่หายาก แอนติโมนี และแกลเลียมเป็นลำดับแรก นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับข้อตกลงสำคัญที่ออสเตรเลียลงนามกับสหรัฐในปี 2568 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงแร่หายากและแร่ธาตุอื่น ๆ ให้กับสหรัฐ
รัฐบาลออสเตรเลียยังเปิดตัวหนังสือชี้ชวนออนไลน์ แสดงรายชื่อเหมือง 49 แห่ง และโรงงานแปรรูป 29 แห่งที่พร้อมสำหรับการลงทุน โดยระบุว่านักลงทุนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมผ่านข้อตกลงรับซื้อผลผลิตล่วงหน้า (offtake agreements)
อ้างอิง : bloomberg.com