“สหรัฐ” ปะทุเดือด ประท้วง ICE ลามทั่วประเทศ หลังเจ้าหน้าที่รัฐยิงพลเมืองดับ
ผู้ชุมนุมนับพันลงถนนมินนีแอโพลิส ขณะนักเรียน–ครูทั่วสหรัฐเดินออกจากห้องเรียน ต้านปฏิบัติการปราบผู้อพยพของรัฐบาลทรัมป์ หลังเหตุยิงพลเมืองอเมริกันเสียชีวิต 2 ราย
วันที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 08.57 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้ประท้วงหลายพันคนออกมาชุมนุมบนท้องถนนในเมืองมินนีแอโพลิส ขณะที่นักเรียนและครูในหลายรัฐทั่วสหรัฐพร้อมใจกันเดินออกจากห้องเรียนเมื่อวันศุกร์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลกลางถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองออกจากรัฐมินนิโซตา หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางยิงพลเมืองสหรัฐฯ เสียชีวิต 2 ราย
การเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวันประท้วงระดับชาติ ซึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางสัญญาณที่สับสนจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าจะลดระดับหรือเดินหน้าต่อในปฏิบัติการ Operation Metro Surge ที่ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางจำนวนมากลงพื้นที่
ภายใต้นโยบายปราบปรามผู้อพยพอย่างเข้มข้น ทรัมป์ได้ส่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางราว 3,000 นายเข้าสู่พื้นที่มินนีแอโพลิส พร้อมอุปกรณ์ยุทธวิธีเต็มรูปแบบ คิดเป็นกำลังพลมากกว่าตำรวจท้องถิ่นถึง 5 เท่า โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ (ICE) ออกลาดตระเวนทั่วเมือง
แม้อุณหภูมิติดลบ ผู้คนหลายพันคนยังรวมตัวกันในย่านดาวน์ทาวน์ ทั้งครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และนักกิจกรรมรุ่นใหม่ เพื่อประท้วงการใช้กำลังและยุทธวิธีของ ICE
คาเทีย คาแกน ผู้สวมเสื้อสเวตเชิ้ตเขียนว่า “No ICE” และถือป้ายเรียกร้องให้หน่วยงานถอนตัวออกจากเมือง เปิดเผยว่าเธอเป็นลูกของผู้อพยพเชื้อสายยิวจากรัสเซีย“ฉันออกมาที่นี่เพื่อปกป้องความฝันแบบอเมริกัน ที่พ่อแม่ของฉันเดินทางมาหา” เธอกล่าว
ขณะที่ “คิม” โค้ชด้านสมาธิ วัย 65 ปี ซึ่งขอไม่เปิดเผยนามสกุล ระบุว่าการส่งกำลังครั้งนี้คือ “การโจมตีประชาชนโดยรัฐในลักษณะฟาสซิสต์อย่างเต็มรูปแบบ”
ใกล้พื้นที่เกิดเหตุที่ อเล็กซ์ เพร็ตตี และเรเน กูด พลเมืองสหรัฐฯ ถูกยิงเสียชีวิตโดยเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเมื่อต้นเดือน ครูและบุคลากรโรงเรียนราว 50 คนออกมาเดินขบวนเชิงสัญลักษณ์
ขบวนการประท้วงยังได้รับแรงหนุนจากศิลปินชื่อดัง บรูซ สปริงส์ทีน ซึ่งขึ้นเวทีในงานระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิต และแสดงเพลงใหม่ชื่อ “Streets of Minneapolis”
การประท้วงลุกลามไปไกลกว่ามินนิโซตา โดยผู้จัดคาดว่าจะมีการชุมนุมราว 250 จุด ใน 46 รัฐ รวมถึงเมืองใหญ่ เช่น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส ชิคาโก และวอชิงตัน ภายใต้สโลแกน“ไม่ทำงาน ไม่ไปโรงเรียน ไม่จับจ่าย หยุดสนับสนุนงบ ICE”
ผู้บริหาร FBI ท้องถิ่นถูกถอดตำแหน่ง – นักข่าวดังถูกตั้งข้อหา
แรงสั่นสะเทือนจากเหตุการณ์ในมินนีแอโพลิสยังส่งผลถึงระดับรัฐบาลกลาง โดยหัวหน้าสำนักงาน FBI ประจำพื้นที่มินนีแอโพลิสในตำแหน่งรักษาการ ถูกถอดออกจากตำแหน่งและย้ายไปประจำสำนักงานใหญ่ในกรุงวอชิงตัน ตามแหล่งข่าวใกล้ชิด
สำนักงานดังกล่าวมีบทบาทในปฏิบัติการของรัฐบาลกลาง รวมถึงการสอบสวนเหตุยิงพลเมือง และคดีประท้วงในโบสถ์แห่งหนึ่งในเมืองเซนต์พอล ซึ่งนำไปสู่การตั้งข้อหาต่ออดีตผู้ประกาศข่าว CNN ดอน เลมอน
เลมอนถูกจับกุมและถูกกระทรวงยุติธรรมตั้งข้อหาละเมิดกฎหมายรัฐบาลกลางจากการประท้วงดังกล่าว โดยทนายความของเขาระบุว่าเป็นการโจมตีเสรีภาพสื่อ หลังให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา เลมอนกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า“ผมจะไม่ถูกปิดปาก และพร้อมพิสูจน์ความจริงในศาล”
ขณะเดียวกัน The New York Times รายงานโดยอ้างบันทึกภายในของ ICE ว่า เจ้าหน้าที่ได้รับอำนาจกว้างขึ้นในการจับกุมโดยไม่ต้องมีหมายศาล เพิ่มขอบเขตการกวาดจับผู้อพยพผิดกฎหมายที่พบระหว่างปฏิบัติการ
กระแสสังคมต้านนโยบาย เสี่ยงชัตดาวน์รัฐบาล
กระแสต่อต้านนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของรัฐบาลยังคุกคามเสถียรภาพทางการเมือง หลังพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสคัดค้านการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ซึ่งกำกับดูแล ICE อาจนำไปสู่ภาวะปิดหน่วยงานรัฐบาลบางส่วน
ผลสำรวจของ Reuters/Ipsos ระบุว่า วิดีโอไวรัลที่เผยให้เห็นการปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ติดอาวุธหนักในมินนีแอโพลิส ทำให้คะแนนนิยมต่อนโยบายตรวจคนเข้าเมืองของทรัมป์ตกต่ำที่สุดในวาระที่สอง
แม้“ทอม โฮแมน” ผู้ดูแลนโยบายชายแดนของทรัมป์ จะออกมาระบุว่าปฏิบัติการจะกลับไปเน้นเป้าหมายเฉพาะจุด แทนการกวาดจับในวงกว้าง แต่ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาจากพรรคเดโมแครตตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ พร้อมระบุว่า “วิธีเดียวที่จะทำให้ชาวมินนิโซตาปลอดภัย คือรัฐบาลกลางต้องถอนกำลังและยุติแคมเปญความรุนแรงนี้”
ทรัมป์ยังคงกล่าวหาผู้ประท้วงว่าเป็น“ผู้ก่อการกำเริบที่ได้รับเงินจ้าง” โดยไม่แสดงหลักฐาน และเคยขู่ใช้กฎหมาย Insurrection Act เพื่อเปิดทางให้กองทัพเข้าควบคุมสถานการณ์
การประท้วงยังส่งผลให้หลายเขตการศึกษาต้องปิดเรียนชั่วคราว ทั้งในโคโลราโด แอริโซนา ชิคาโก นิวยอร์ก และแคลิฟอร์เนีย โดยนักเรียนจำนวนมากออกมาเดินขบวน พร้อมป้ายข้อความต่อต้าน ICE อย่างเปิดเผย
อ้างอิง : reuters.com