อัตราเงินเฟ้อ ก.พ. ลบ 0.88% จับตาสงครามดันราคาพลังงานพุ่ง
วันนี้ (5 มีนาคม 2569) นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อํานวยการสํานักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เท่ากับ 99.67 เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.55 ทําให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง 0.88
โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของราคาสินค้า ในกลุ่มพลังงาน ซึ่งราคานํ้ามันเซื้อเพลิงลดลงตามการเพิ่มเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเซื้อเพลิงตามมติของ คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ามันเชื้อเพลิง (กบน.) และค่ากระแสไฟฟ้าปรับลดลงตามมาตรการลดภาระค่าครองชีพ ของภาครัฐ ประกอบกับราคาเนื้อสุกร ไข่ไก่ และผลไม้สด ลดลงจากภาวะอุปทานล้นตลาด
ขณะที่ราคาสินค้า ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์และอาหารสําเร็จรูป สําหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมกราคม 2569 พบว่า อัตราเงินเพ้อทั่วไป ของไทยลดลง 0.66% โดยอยู่ระดับตํ่าอันดับ 5 จาก 127 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และตํ่าสุดใน กลุ่มอาเขียน 10 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต กัมพูชา สิงคโปร์ มาเลเชีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม อินโดนีเซีย สปป.ลาว)
สำหรับ แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนมีนาคม ปี 2569 คาดว่าจะได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสําคัญจากการร่วมปฏิบัติการ ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ - อิสราเอลต่ออิหร่าน ทําให้ความไม่สงบและความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพิ่มสูงขึ้น
โดยมีปัจจัยสบับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่
1.ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมีแนวโน้มปรับตัว สูงขึ้น จากสถานการณ์ปฏิบัติการทางทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงความพยายามปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ทำให้ ค่าระวางเรือสูงขึ้น
2. ราคาสินค้าเกษตรบางชนิดมีแนวโน้มสูงขึ้น จากสภาพอากาศที่คาดว่าอุณหภูมิสูงกว่าปีก่อน
3. ราคารถยนต์ปรับตัวสูงขึ้นตามภาษีสรรพสามิตรถยนต์ 2569
4. การพื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ซึ่งอาจส่งผลให้ค่าโดยสารเครื่องบินมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น
สําหรับปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ไดแก่
1. ภาครัฐดำเนิน มาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนือง โดยเฉพาะการปรับลดค่า Ft งวดเดือนมกราคม - เมษายน 2569 มาอยูที่ 9.72 สตางค์ต่อหนวย ส่งผลใหอัตราค่ากระแสไฟฟาลดลงเหลือ 3.88 บาทต่อหนวย
2. การแข็งค่าของเงินบาท ทำให้ต้นทุนการนำเข้าลดลง
3. ราคาเนื้อสุกรและไข่ไก่อยู่ระดับต่ำกว่าปีก่อนหน้า จากอุปทานส่วนเกินและอุปสงค์ ที่ฟื้นตัวช้า