โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สสส. ผนึกจังหวัดกระบี่ขยายผล 'ชุมชนล้อมรักษ์' ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัดต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 04 มี.ค. เวลา 11.15 น. • เผยแพร่ 04 มี.ค. เวลา 11.15 น.

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ห้องประชุมฮอร์นบิลล์แกรนด์บอลรูม โรงแรมดีวาน่าพลาซ่า จ.กระบี่ มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเวทีประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อขยายผลการขับเคลื่อนชุมชนล้อมรักษ์ ในระดับจังหวัดกระบี่ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อมุ่งพัฒนาและเสริมสร้างกลไกระดับจังหวัดในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสริมศักยภาพระบบติดตาม ดูแล และสนับสนุนผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ และพัฒนาระบบการสื่อสาร ประสานงาน และการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวถึงบทบาทของ สสส. ว่า การทำงานด้านยาเสพติดจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือหลายฝ่าย และ สสส. เข้าไปสนับสนุนใน 2 ส่วนสำคัญ ส่วนแรกคือ ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) โดยคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเป็นศูนย์วิชาการที่ศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชิงประจักษ์มารองรับการทำงานเชิงนโยบาย ส่วนที่สอง คือ การขับเคลื่อนงานเชิงพื้นที่และชุมชน ทำงานร่วมกับมูลนิธิและภาคีในพื้นที่ ทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดกลไกดูแลผู้ผ่านการบำบัดอย่างต่อเนื่อง

นายวิเชษฐ์ สะท้อนว่า ช่วง 1-2 เดือนแรกหลังบำบัด ผู้ผ่านกระบวนการมีโอกาสกลับไปเสพซ้ำค่อนข้างต่ำ แต่หลัง 6 เดือนขึ้นไป ความเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางพื้นที่พบว่าสูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งสะท้อนว่า “การบำบัดอย่างเดียวไม่พอ”หากขาดการโอบอุ้มจากครอบครัว ชุมชน และระบบสนับสนุนที่ต่อเนื่อง โดยยกตัวอย่างกรณีเด็กและเยาวชนที่ออกจากสถานพินิจ แม้จะผ่านการฝึกอาชีพและปรับทัศนคติแล้ว แต่เมื่อกลับสู่ชุมชนกลับเผชิญการปฏิเสธและแรงกดดัน จนท้ายที่สุดหวนกลับไปสู่วงจรเดิม ปัญหานี้จึงไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคลเพียงลำพัง แต่เป็นโจทย์ของสังคมทั้งระบบ

“ถ้าทำผิดแล้ว หรือเคยพลาดไปแล้ว แต่กลับมาสู่สังคมแล้วครอบครัวไม่ช่วย ชุมชนไม่ช่วย ทุกฝ่ายไม่ช่วย โอกาสที่จะกลับไปสู่วงจรเดิมมีสูงมาก” นายวิเชษฐ์ กล่าว

นายวิเชษฐ์ เสนอว่า การขยายผลในจังหวัดกระบี่ให้เริ่มต้นอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเลือก 1 ตำบลในแต่ละอำเภอเป็นพื้นที่นำร่อง โดยอาจเริ่มจาก 1-3 ชุมชนที่มีความพร้อมก่อน ไม่จำเป็นต้องทำครบทั้งตำบล หากทำได้ครบยิ่งดี แต่หากเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ที่เข้มแข็ง ก็สามารถ “สเกล” ต่อได้ในอนาคต

ด้าน นพ.สมบูรณ์ บุญกิตติชัยพันธ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ในฐานะประธานเปิดการประชุม กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ครอบครัว และชุมชนในหลายมิติ ไม่เพียงด้านสุขภาพ แต่ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ สังคม ความปลอดภัย และความเข้มแข็งของชุมชนในระยะยาว จังหวัดกระบี่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยยึดแนวคิดที่มองผู้เสพในฐานะ “ผู้ป่วย” ที่ควรได้รับการดูแล ฟื้นฟู และคืนโอกาสกลับสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี เวทีครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาและขยายผลกระบวนการ CBTx ที่ใช้พลังของชุมชนเป็นฐาน เชื่อมโยงกลไกคณะกรรมการพัฒนาคุณภาพชีวิตระดับอำเภอ (พชอ.) กับระบบบริการสุขภาพ หน่วยงานรัฐ เอกชน และภาคประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม

“สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่การรับฟัง แต่อยู่ที่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมคิด และร่วมออกแบบแผนงาน เพื่อให้แต่ละอำเภอนำกลับไปขับเคลื่อนในพื้นที่ของตนเองได้อย่างจริงจัง” นพ.สมบูรณ์กล่าว พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า การบูรณาการครั้งนี้จะนำไปสู่ข้อเสนอเชิงปฏิบัติที่ชัดเจน และสร้างชุมชนที่สามารถโอบอุ้มผู้ที่เคยพลาดให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีได้อีกครั้ง

ขณะที่ นายปรีชา สอิ้งทอง นายอำเภอเมืองกระบี่สะท้อนสถานการณ์ในพื้นที่ว่า ยาเสพติดแพร่กระจายในหลายพื้นที่ เช่นเดียวกับจังหวัดอื่น ๆ เมืองกระบี่มีแรงงานจำนวนมาก โดยเฉพาะแรงงานในภาคก่อสร้างและธุรกิจบริการ ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา อำเภอเมืองกระบี่จับกุมผู้ค้ากว่า 150 ราย ของกลางยาบ้าเกือบ 300,000 เม็ด ขณะที่ราคายาบ้าลดลงจากเม็ดละ 50-60 บาท เหลือประมาณ 30 บาท ส่งผลให้ผู้เสพเพิ่มขึ้น ในมิติการท่องเที่ยว แม้นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่อยู่ระยะสั้น แต่กลุ่มเสี่ยงกลับอยู่ในแรงงานระยะยาว โดยเฉพาะ “คนขับเรือ” ซึ่งทำงานอย่างอิสระกลางทะเลและมีช่วงเวลาว่างระหว่างรอนักท่องเที่ยว

นายปรีชา ระบุว่า อำเภอเมืองกระบี่ร่วมกับเจ้าท่าออกตรวจสารเสพติดคนขับเรือหัวโทงและสปีดโบ๊ทอย่างเข้มงวด หากตรวจพบสารเสพติด จะสั่งพักใช้ใบอนุญาต 6 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการที่มีผลกระทบต่อรายได้โดยตรงและสร้างแรงจูงใจให้หลีกเลี่ยงยาเสพติด ล่าสุด มีการตรวจพบผู้ใช้สารเสพติดหลายรายทั้งในกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง สะท้อนความจำเป็นของมาตรการเชิงป้องกันเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ส่วนในด้านการฟื้นฟู ผู้ที่ตรวจพบสารเสพติดในอำเภอเมืองกระบี่จะต้องมารายงานตัวทุก 7 วัน ปัจจุบันมีผู้เข้ารายงานตัว 84 ราย พร้อมตรวจปัสสาวะและเข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน จังหวัดยังเตรียมดำเนินโครงการบำบัดผู้เสพกลุ่มสีแดง (กลุ่มรุนแรง) อำเภอละ 5 คน ควบคู่กับการใช้ทรัพยากรในพื้นที่

“เวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการประชุมเชิงนโยบาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการล้อมรักษ์ที่ชุมชน ภาครัฐ และภาคีทุกฝ่ายจะร่วมกันออกแบบระบบดูแล ฟื้นฟู และป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัดกระบี่ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน โดยมีชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลง” นายปรีชา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สสส. ผนึกจังหวัดกระบี่ขยายผล ‘ชุมชนล้อมรักษ์’ ฟื้นฟูผู้พ้นบำบัดต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...