เปิดประวัติ “แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี” นักแสดงรุ่นเก๋า เจ้าของผลงานละครดังๆหลากหลายเรื่อง
เปิดประวัติ “แซม ยุรนันท์ ภมรมนตรี” นักแสดงรุ่นเก๋า เจ้าของผลงานละครดังๆหลากหลายเรื่อง
“ยุรนันท์ ภมรมนตรี” หรือ “แซม ยุรนันท์” เกิดเมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม 2506 เป็นชาวกรุงเทพฯ บุตรชายของ พลโทประยูร ภมรมนตรี และเรณู ภมรมนตรี มีพี่ชาย 1 คนคือ ยอดมนู ภมรมนตรี โดย “แซม ยุรนันท์” จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร จบสาขาการโฆษณา จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร
ส่วนระดับอุดมศึกษา “แซม ยุรนันท์” จบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ปริญญาโทจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และศึกษาในระดับปริญญาเอก Ph.D. Candidate สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย
แต่เนื่องจากมีเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง จึงทำให้ต้องหยุดการศึกษาต่อด้านนี้ไป และได้ศึกษาต่อจนจบหลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ด้านชีวิตส่วนตัว “แซม ยุรนันท์” สมรสกับ มุก มาริษา ภมรมนตรี มีบุตรชาย 1 คน และบุตรสาว 1 คน “แซม ยุรนันท์” มีผลงานการแสดงครั้งแรก คือ ภาพยนตร์เรื่อง “กำแพงหัวใจ” ปี 2524 โดยรับบทเป็นน้องชายของ จารุณี สุขสวัสดิ์ จากนั้นจึงเริ่มเข้าสู่วงการบันเทิงเต็มตัว มีผลงานทั้งภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ ถ่ายแบบ และร้องเพลง ต่อมา “แซม ยุรนันท์” ได้เข้ามาเป็นนักแสดงในสังกัดอัครเศรณี ของ พิศาล อัครเศรณี ในปี 2528 ได้รับบทพระเอกภาพยนตร์ครั้งแรก ในเรื่อง นางเสือดาว คู่กับ วรรณิศา ศรีวิเชียร ซึ่งเป็นนักแสดงร่วมสังกัด โดยพิศาลมีความตั้งใจหมายมั่นปั้นมือให้ทั้งสองเป็นพระนางคู่ขวัญ
หลังจากนั้นชื่อของ “แซม ยุรนันท์” ก็โด่งดังขึ้นมาอย่างรวดเร็วและก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกแถวหน้า เขาเป็นที่ชื่นชอบของคนดูในยุคนั้น และเป็นที่ต้องการของเหล่าบรรดาผู้สร้างภาพยนตร์เป็นอย่างมาก จนเคยออกมาให้สัมภาษณ์ถึงชีวิตในช่วงแสดงภาพยนตร์ที่เคยต้องวิ่งรอกถ่ายทำถึง 3 เรื่องในวันเดียว
“แซม ยุรนันท์” แสดงภาพยนตร์ไปมากถึง 46 เรื่อง ตัวอย่างผลงานภาพยนตร์ เช่น แก้วกลางดง (2528), เมียแต่ง (2529), เสี้ยนเสน่หา (2529), ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท (2529), ฟ้าสีทอง (2530), ปีกมาร (2530), ร่านดอกงิ้ว (2530), รักมหาเฮง (2531), และ ดิฉันไม่ใช่โสเภณี (2536)ขณะที่ผลงานละครโทรทัศน์ก็แสดงไปกว่า 63 เรื่อง โดยมีผลงานเด่น เช่น สวรรค์เบี่ยง (2531), กระเช้าสีดา (2537), ปีกมาร (2537), สาวใช้ไฮเทค (2540), ใบไม้ที่ปลิดปลิว (2562), เกมปรารถนา (2565), และ นางทาสหัวทอง (2567) เป็นต้น