KBANK กางเป้าปีม้าล็อกNIM2.75–2.95%
#KBANK #ทันหุ้น – KBANK เปิดแผนปีม้า ตั้งเป้า Loan Growth 2% รับเศรษฐกิจท้าทาย พร้อมคุมเกมปั๊ม NIM 2.75–2.95% ขอคุม NPL ต่ำกว่า 3.25% ด้านยุทธศาสตร์เดินหน้า “3+1 และ Productivity” เดินเกมโตอย่างสมดุลท่ามกลางเศรษฐกิจผันผวน
นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย หรือ KBANK เปิดเผยว่า กลยุทธ์ของธนาคารกสิกรไทยยังคงมุ่งเน้นไปที่การเติบโตอย่างสมดุล เสริมความแข็งแกร่งท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย โดยธนาคารได้กําหนดเป้าหมายทางการเงินประจำปี 2569 โดยการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) : เติบโตที่ 0-2% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจท่ามกลางความท้าทายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยธนาคารยังคงเน้นการเติบโตสินเชื่อที่มีคุณภาพ สินเชื่อที่มีหลักประกัน และกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพในการเติบโต พร้อมต่อยอดขีดความสามารถและความแข็งแกร่งด้านสินเชื่อเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว
เป้า NIM 2.95%
ผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin : NIM) : อยู่ที่ 2.75-2.95% สอดคล้องกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเติบโตของเงินให้สินเชื่ออย่างมีคุณภาพ การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee Income Growth) : เติบโตที่ Mid-to-high single-digit โดยได้รับแรงขับเคลื่อนจากการขยายบริการโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่ง และความเป็นผู้นำด้านบริการชำระเงินทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน
ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดำเนินงานสุทธิ (Cost to Income Ratio) : อยู่ที่ Mid-40s โดยธนาคารยังคงเน้นย้ำการดำเนินมาตรการควบคุมต้นทุนและการเพิ่มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับแรงกดดันจากการเติบโตของรายได้ที่มีความท้าทาย เงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพต่อเงินให้สินเชื่อ (NPL Ratio – Gross) : อยู่ที่น้อยกว่า 3.25% ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน
อัตราส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Credit Cost) : อยู่ที่ในช่วง 140-160 bps (Normalized Level) โดยธนาคารยังคงบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบและระมัดระวังสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ
อีกทั้ง ธนาคารยังคงมีสถานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
กางกลยุทธ์
ในปี 2569 นี้ ธนาคารกสิกรไทยจะยกระดับยุทธศาสตร์ “3+1 และ Productivity” ไปอีกขั้น ด้วยกลยุทธ์ “ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Strategy)” ที่ให้ความสำคัญต่อความต้องการของลูกค้าใน แต่ละช่วงชีวิตและทุกบริบททางธุรกิจ ทั้งกลุ่มลูกค้าบุคคล ลูกค้าผู้ประกอบการ และลูกค้าธุรกิจ ขับเคลื่อนการทำงานเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มอย่างรอบด้านและตรงใจ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง
กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าบุคคล (Retail) : ธนาคารมุ่งตอบโจทย์ลูกค้าบุคคลที่มีศักยภาพและต้องการสร้างการเติบโต รวมทั้งลูกค้าที่ต้องการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ครอบคลุม (High value, High growth, Underpenetrated segments) อาทิ คนทำงานรุ่นใหม่และมืออาชีพที่มีการจับจ่ายใช้สอยและแสวงหาบริการทางการเงิน เพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตและเตรียมพร้อมรับมือกับสังคมผู้สูงวัย
ขยายฐานลูกค้าที่มีคุณภาพ ผ่านการนำเสนอโซลูชันต่างๆ ทั้งสินเชื่อ การลงทุน ประกันชีวิต และบริการชำระเงินแบบครบวงจร ในช่วงเวลาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต
ยกระดับการเป็นที่ปรึกษาที่ได้รับความไว้วางใจ ผ่านบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ
กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการ (SME) : ธุรกิจเอสเอ็มอีเป็นกลุ่มที่มีพลังในการจ้างงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยธนาคารมุ่งเน้นลูกค้าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่มีการเติบโตและมีคุณภาพ (Growth industries with strong risk quality) เพื่อปลดล็อกศักยภาพผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้เติบโตอย่างยั่งยืน
กลยุทธ์กลุ่มลูกค้าธุรกิจ (Corporate) : เป็นกลุ่มที่มีบทบาทในการเชื่อมต่อธุรกิจหลายภาคส่วนของเศรษฐกิจภายในประเทศ และการขยายสู่ตลาดภายนอกประเทศ ซึ่งธนาคารให้ความสำคัญกับธุรกิจในประเทศที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ (Selective industries with high-value potential) สนับสนุนการเติบโตธุรกิจขนาดใหญ่และธุรกิจที่เกี่ยวข้องในระบบนิเวศ ตอบโจทย์ธุรกิจทั้งในประเทศและการค้าข้ามพรมแดน