โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผู้นำสเปนย้ำ "ไม่เอาสงคราม" ตอบโต้ "ทรัมป์" ขู่ตัดสัมพันธ์

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“เปโดร ซานเชซ” นายกรัฐมนตรีสเปน ตอบโต้คำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ที่ประกาศอาจตัดความสัมพันธ์ทางการค้ากับสเปน โดยย้ำจุดยืนหนักแน่นว่า “ไม่เอาสงคราม”

ในการแถลงผ่านโทรทัศน์ความยาว 10 นาที ซานเชซกล่าวถึงสงครามในยูเครนและฉนวนกาซา รวมถึงสงครามอิรักเมื่อกว่า 20 ปีก่อน พร้อมสรุปจุดยืนของรัฐบาลด้วยถ้อยคำสั้นกระชับว่า “จุดยืนของรัฐบาล คือ ไม่เอาสงคราม”

ซานเชซยังบอกว่า รัฐบาลกำลังพิจารณามาตรการทางเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบจากความขัดแย้งที่อาจเกิดกับประชาชนชาวสเปน

เขาย้ำว่า “ความไม่ชอบด้วยกฎหมายอย่างหนึ่ง ไม่อาจตอบโต้ด้วยความไม่ชอบด้วยกฎหมายอีกอย่างหนึ่ง” โดยกล่าวถึง “หายนะ” ของสงครามในตะวันออกกลาง เพียงสองวันหลังจากที่เขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายลดความตึงเครียดและเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ จุดยืนของรัฐบาลสเปนต่อสถานการณ์ครั้งนี้สอดคล้องกับท่าทีที่เคยมีต่อยูเครนและกาซา โดยก่อนหน้านี้ซานเชซเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์อย่างเปิดเผยต่อปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลภายหลังการโจมตีของกลุ่มฮามาสในปี 2023

เมื่อย้อนถึงการรุกรานอิรักในปี 2003 ซึ่งเขามองว่าไม่บรรลุเป้าหมายและกลับทำให้ชีวิตของประชาชนเลวร้ายลง ซานเชซเตือนว่าการโจมตีอิหร่านอาจส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อผู้คนนับล้านในลักษณะเดียวกัน

พร้อมทิ้งท้ายว่า “คำถามไม่ใช่ว่าเราอยู่ข้างอยาตอลเลาะห์หรือไม่เพราะไม่มีใครอยู่ข้างนั้น คำถามคือ เราอยู่ฝ่ายสันติภาพและหลักนิติธรรมระหว่างประเทศหรือไม่”

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ขู่ว่าจะใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าเต็มรูปแบบต่อสเปน หลังจากรัฐบาลมาดริดปฏิเสธไม่อนุญาตให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพที่บริหารร่วมกันที่โมรอนและโรตาเพื่อปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน และระหว่างการพบปะกับฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ทรัมป์กล่าวว่า “สเปนทำตัวแย่มาก” พร้อมเสริมว่า “เราจะตัดการค้าทั้งหมดกับสเปน เราไม่ต้องการมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับสเปนอีก”

ด้านแมร์ซเปิดเผยภายหลังว่า เขาได้บอกกับทรัมป์อย่างชัดเจนว่า ไม่สามารถทำข้อตกลงแยกกับเยอรมนีหรือทั้งยุโรปโดยไม่รวมสเปนได้

ทรัมป์ยังกล่าวหาสเปนว่าเป็น “พันธมิตรที่ย่ำแย่” ในองค์การนาโต เนื่องจากไม่เพิ่มงบประมาณกลาโหมให้ถึงเป้าหมาย 5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...