"ตร.ไซเบอร์" บุกรวบ "สิทธิชัย" เลขานักการเมืองท้องถิ่น สมุทรปราการ เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนผ่านแอปฯปลอม สูญเงินกว่า 3 ล้าน
ตร.ไซเบอร์ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ รวบเลขานักการเมืองท้องถิ่นพร้อมยึดทรัพย์ หลังพบเอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนสูญกว่า 3 ล้าน พร้อมขยายผล ออกหมายจับเพิ่มอีก 23 คน วันพุธที่ 4 มี.ค.69 เวลา 13.30 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 โดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท., มอบหมายให้ พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1,พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2, พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผบก.ตอท. พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตร.ไซเบอร์ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ รวบเลขานักการเมืองท้องถิ่นพร้อมยึดทรัพย์ หลังพบเอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนสูญกว่า 3 ล้าน
สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายจำนวนหลายรายผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.go.th ว่ากลุ่มผู้เสียหายได้พบเพจเฟสบุ๊กลงโพสต์โฆษณาสอนเทรดหุ้นฟรี จึงได้ติดต่อไปแล้วเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ จากนั้นได้ถูกชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงสมัครสมาชิกแล้วได้กดลิงก์เพื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน “UOB Securities (TH)” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันปลอมที่กลุ่มคนร้ายสร้างขึ้นมา เมื่อโอนเงินเข้าไป แอปดังกล่าวจะแสดงยอดเงินที่ผู้เสียหายร่วมลงทุน และผลกำไรที่ได้รับ ทำให้เสียหายเชื่อสนิทใจว่าโอนเงินแล้วได้ผลตอบแทนจริง จึงได้โอนเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆแต่สุดท้ายกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ นอกจากนี้ ผู้เสียหายบางรายยังได้พบเพจเฟซบุ๊กโฆษณาชักชวนทำงานแพ็คสินค้าออนไลน์เมื่อผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อไปสอบถามรายละเอียด ต่อมาคนร้ายออกอุบายว่า หากต้องการทำงานแพ็คสินค้า ต้องทำกิจกรรมลงทุน เป็นเงื่อนไขเพื่อเข้าร่วมงานดังกล่าว ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ทำตามที่คนร้ายแนะนำ และโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารคนร้ายหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง ต่อมา พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. จึงได้สั่งการให้สืบสวนกรณีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ฯ ช่วยราชการ บช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท.,พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 นำทีมลงพื้นที่สืบสวน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบมูลค่าความเสียหายแล้วกว่า 3 ล้านบาท ต่อมา พนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2 ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการได้แล้วจำนวน 23 ราย โดยกล่าวหาว่า “เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือเลขหมายโทรศัพท์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือผิดอาญาอื่นใด” ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มี.ค.69 พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท., พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผบก.ตอท.พร้อมด้วย พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 และ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 ได้ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 และ กก.3 บก.สอท.2 สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ปปง. เปิดปฏิบัติการ ปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องหลายจุดทั่วประเทศ โดยในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. ได้มีการเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยง จำนวน 5 จุด ตามหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ค.122-126/2569 ดังนี้ จุดที่ 1 บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.บางเมือง อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 1. เครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ จำนวน 4 เครื่อง 2. เครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง 3. เอกสารเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร จำนวน 3 ชุด 4. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง 5. สมุดเช็ค จำนวน 2 เล่ม 6. อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จำนวน 14 ชิ้น 7. สร้อยคอลักษณะคล้ายทองคำ จำนวน 1 เส้น 8. เอกสารคำขอเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล(หลายแพลตฟอร์ม) จำนวน 7 ชุด จุดที่ 2 และ จุดที่ 3 เป็นบริษัทจำนวน 2 แห่งในพื้นที่ ม. 6 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ซึ่งบริษัทแรกใช้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง มี นายสิทธิไชยฯ เป็นกรรมการฯ และอีกบริษัทใช้ประกอบกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศฯ ซึ่งมีนายสิทธิไชยฯ เป็นผู้ถือหุ้นฯ ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลาง ดังนี้ 1. รถยนต์ Porsche รุ่น Cayenne S สีขาว จำนวน 1 คัน 2. รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C200 สีดำจำนวน 1 คัน จุดที่ 4 ห้องชุดในพื้นที่ ม.1 ต.บางปูใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้น ไม่พบพบบุคคลตามหมายจับ และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด จุดที่ 5 ห้องชุดของโครงการหรูแห่งหนึ่ง ถ.บางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นายสิทธิไชย อายุ 35 ปี เลขานุการนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่งในพื้นที่ ตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ.209/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค.69 และหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.137/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค.69 พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ 1. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก จำนวน 1 เครื่อง 2. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 5 เครื่อง 3. ฮาร์ดดิสพกพา จำนวน 1 เครื่อง 4. รถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 2 คัน 5. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 41 เล่ม
เบื้องต้น นายสิทธิไชย ปฏิเสธว่าตนเองเพียงประกอบธุรกิจซื้อขายเหรียญดิจิทัลเท่านั้น ตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด อีกทั้งตนเองไม่ทราบว่าผู้ที่โอนเงินมาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นใคร เป็นเพียงลักษณะของการซื้อมาขายไปเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากข้อมูลการสืบสวนที่ได้มา พบว่ามีเคสไอดีในระบบรับแจ้งความออนไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการหลอกลงทุนและเทรดหุ้นหลายคดีเข้าไปเกี่ยวข้อง และมีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาทั้งรูปแบบส่วนตัวและบริษัท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.สอท.2เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัวผู้ร่วมขบวนการที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมต่อไป