โจมตีฐานผลิตพลังงานโลก ถล่มอิหร่าน-โต้กลับปิดฮอร์มุซ น้ำมันพุ่งทันที-อนุทินสั่งรับมือ
สงครามสหรัฐอเมริกา อิสราเอล ถล่มอิหร่าน มุ่งโจมตีฐานผลิตพลังงานโลก ตัดวงจรขนส่งน้ำมัน ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ดันราคาน้ำมันพุ่ง ต้นทุนค่าขนส่งเพิ่มกระฉูด สทร.แนะวางแผนฉุกเฉินรับมือวิกฤตยืดเยื้อ สะเทือนเสถียรภาพการเงินโลกผันผวน-ป่วนการค้าเกินครึ่งปี นักรัฐศาสตร์ชี้ปีม้าสงคราม เสี่ยงวิกฤตพลังงานโลก เศรษฐกิจทรุด สภาพัฒน์ส่งเอกสารด่วนถึงนายกฯ เลวร้ายสุดน้ำมันทะลุ 115-125 เหรียญ/บาร์เรล GDP หดเหลือ 1.3% “ดร.อมรเทพ” CIMB หวั่นรัฐบาลรักษาการมีปัญหางบฯสำรองรับวิกฤต คาดกรณีแย่สุดทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off
เสี่ยงวิกฤตพลังงานโลก
ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข นักรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ความน่ากลัวของสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล กับอิหร่านวันนี้ ส่งผลให้ราคาทองน่าจะทะลุบาทละ 8 หมื่น ถ้าสงครามยือเยื้อหลายสัปดาห์โหดร้ายในแง่เศรษฐกิจ ประเมินสถานการณ์ไม่ได้ว่าวันนี้ วันพรุ่งนี้จะเกิดอะไร ต้องระวังว่าสงครามคงลากไปเรื่อย ๆ
ส่วนการที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุช ซึ่งถือเป็นเส้นเลือดหลักในการขนส่งน้ำมันในตลาดโลก คิดเป็น 20% หรือ 1 ใน 5 ของน้ำมัน เท่ากับว่า เมื่อมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซทำให้น้ำมันหายไป 20% ของโลก และตอนนี้สถานการณ์ขยายไปยังโรงผลิตก๊าซธรรมชาติ LNG ของกาตาร์ยิ่งจะส่งผลกระทบในวงกว้างมากขึ้น
อีกส่วนหนึ่ง น้ำมันที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซกว่า 45% ถูกส่งไปยังจีน ส่วนก๊าซธรรมชาติ 83% ถูกส่งไปเอเชีย คือ อินเดีย จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นซึ่งน่าจะรวมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะที่น้ำมัน 30% ถูกส่งไปออสเตรเลีย แปลว่าสถานการณ์วิกฤตจะส่งผลค่อนข้างยาว เพราะอยู่ ๆ น้ำมันหายไป 20% ของโลกย่อมมีผลกระทบใหญ่
ถ้าสถานการณ์การสู้รบยาวไป ความยุ่งยากกลายเป็นวิกฤตพลังงาน เพราะอิหร่านหวังว่าวิกฤตพลังงานแบบนี้จะทำให้เกิดผลกระทบกับโลก และระบบทุนนิยมอเมริกา รวมถึงตะวันตก เพราะมีความจำเป็นต้องใช้พลังงาน ดังนั้น แต่ละประเทศต้องเตรียมรับโจทย์วิกฤตพลังงานและก๊าซธรรมชาติ
ปิดฮอร์มุซ 2 สัปดาห์โลกป่วน
ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า ส่วนเศรษฐกิจไทยที่เปราะบางอยู่แล้ว จะเห็นชัดว่าน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหัวใจสำคัญของระบบขนส่ง ดังนั้น ถ้าน้ำมันหรือก๊าซธรรมชาติขึ้นราคา ก็จะทำให้ราคาสินค้าขึ้นเป็นเงาตามตัว เพราะก๊าซธรรมชาติใช้ในการหุงต้มในครัวเรือน ร้านอาหาร น้ำมันใช้ขนส่ง จะเกิดผลกระทบ
“นั่นหมายความว่าปัญหาระยะยาวแทบไม่ต้องพูดถึง โจทย์ระยะสั้นถ้าปิดฮอร์มุซยาวไปเป็น 1 เดือน เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์บอกว่าจะใช้เวลา 1 เดือน บวก 1 สัปดาห์ ถ้ามีการปิดช่องแคบฮอร์มุซเพียงแค่ 2 สัปดาห์โลกก็ป่วน รวมถึงกรณีอย่างไทยที่บอกว่ามีการสำรองน้ำมัน 60 วัน แต่คิดว่าตัวเลขนี้น่าเป็นห่วง ว่าถ้าสถานการณ์ยาวออกไปเรื่องการสำรองพลังงานอาจไม่ใช่ปัญหา แต่ปัญหาคือสินค้าขึ้นราคาจะขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีทางเบาลง สิ่งที่จะเป็นผลตามมาคล้ายกับในหลายวิกฤตของโลกที่ชนชั้นกลางจะจนลง ชนชั้นล่างลำบากแน่ ๆ” ศ.ดร.สุรชาติกล่าว
ส่วนแนวโน้มสงครามจะยืดเยื้อหรือไม่นั้น ศ.ดร.สุรชาติกล่าวว่า ผ่านมาแค่วันที่ 4 ของสงคราม ยังตอบไม่ได้ง่ายว่าสั้นหรือยาว แต่ทรัมป์ประมาณการว่าจะใช้เวลา 4-5 สัปดาห์ แต่สำหรับประเทศเล็ก ๆ 2 สัปดาห์ก็โหดแล้ว ที่เคยบอกว่าปี 2569 จะเป็นปีม้าไฟ แต่กำลังกลัวว่าเป็นปีม้าสงคราม
คาด GDP หดเหลือ 1.3%
นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) นำเสนอเอกสารต่อการประชุมด่วนกับนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลไว้ว่า ฉากทัศน์แรก สงครามกระจายตัวทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และสิ้นสุดลงภายใน 1 เดือน และการขนส่งทางทะเลผ่านช่องแคบฮอร์มุซและทะเลแดงได้รับผลกระทบในระยะสั้น กรณีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะอยู่ในช่วง 95-105 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งจะมีผลทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 ปรับตัวลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.6%
ฉากทัศน์ที่ 2 สงครามยกระดับ หรือขยายวงกว้างครอบคลุมภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีความยืดเยื้อ โดยช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด และไม่สามารถขนส่งน้ำมันผ่านได้ ส่งผลกระทบต่อ Global Supply Chain กรณีนี้คาดว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจจะไปอยู่ที่ประมาณ 115-125 เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งจะส่งผลทำให้ GDP ของไทยในปี 2569 ปรับตัวลดลงจาก 2.0% เหลือ 1.3%
หวั่นทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off
ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางดูจะรุนแรงขึ้น แต่ก็เป็นสงครามที่ดำเนินต่อเนื่อง โดยขณะนี้ถือว่ายังอยู่ในฉากทัศน์แรกที่ประเมินไว้ คือยังไม่กระทบการขนส่งน้ำมันมากนัก
“ตอนนี้ยังอยู่ใน 3 ฉากทัศน์ที่เรามองไว้ แต่ว่าขยับมาใกล้ ๆ ฉากทัศน์ที่ 2 ผมว่าตอนนี้อยู่ประมาณ 1.5 แต่หากมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ก็จะเข้าฉากทัศน์ที่ 2 ซึ่งจะกระทบการส่งออกน้ำมันและก๊าซ LNG 1 ใน 5 ของโลก ราคาน้ำมันดิบจะพุ่งแตะ 90-100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต้นทุนขนส่งในเอเชียพุ่งสูงทันที แต่ ณ ตอนนี้ยังไม่ได้ปิดช่องแคบ ทำท่าจะปิด มีการประกาศ แต่ในทางปฏิบัติเรือก็ยังมีผ่านไปได้”
ส่วนฉากทัศน์ที่ 3 กรณีเลวร้ายสุด คือสงครามยืดเยื้อ-สหรัฐ-อิสราเอลปะทะอิหร่านโดยมีรัสเซียสนับสนุน สงครามทำลายโครงสร้างพื้นฐาน ราคาน้ำมันทะลุ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั่วโลกเข้าสู่ภาวะ Risk-off
ดร.อมรเทพกล่าวว่า ปัญหาขณะนี้อยู่ที่เรื่องงบประมาณ ว่าจะมีรองรับได้แค่ไหน โดยเฉพาะหากสถานการณ์เลวร้าย ราคาน้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องรับมือกับต้นทุนที่จะสูงขึ้น ซึ่งคงหนีไม่พ้น เพราะต้นทุนราคาน้ำมัน ราคาพลังงานจะกระทบไปทุกอย่าง โดยเฉพาะก๊าซที่จะมีผลต่อค่าไฟฟ้าที่จะเพิ่มขึ้น
แนะนักลงทุนเตรียมปรับพอร์ต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด ประเมินผลกระทบต่อนักลงทุน 3 ส่วน ประกอบด้วย 1.ราคาน้ำมันเสี่ยงพุ่ง ซัพพลายน้ำมันโลกจ่อสะดุด หุ้นกลุ่มพลังงานและน้ำมันอาจปรับตัวขึ้นแรงรับข่าว 2.ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ ค่าขนส่ง และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อาจทำให้เงินเฟ้อกลับมาพุ่งสูง กดดันตลาดหุ้นภาพรวมให้ผันผวน
3.สินทรัพย์ปลอดภัยมาแรง ในยามสงครามและความไม่แน่นอน เงินทุนอาจไหลเข้าหาสินทรัพย์ปลอดภัยอย่าง ทองคำ หรือดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ ตลาดในช่วงนี้จะผันผวนสูงมาก นักลงทุนต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมปรับพอร์ตรับผลกระทบที่ตามมา
กังวลลุกลามสู่ก่อการร้าย
นายพันธ์ พะเนียงเวทย์ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางในขณะนี้ประเมินผลกระทบต่อธุรกิจและการส่งออกได้ยากมาก เนื่องจากเป้าหมายการตอบโต้ของอิหร่านไม่มีกรอบเวลาหรือขอบเขตที่ชัดเจน และเสี่ยงที่จะลุกลามเป็นเหตุก่อการร้ายในหลายประเทศ ส่งผลต่อความปลอดภัยและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
สำหรับผลกระทบในระยะสั้นต่อบริษัท คาดว่าจะมีเพียงผลทางอ้อม ซึ่งเกิดต่อเนื่องจากราคาค่าขนส่งที่น่าจะปรับตัวสูงขึ้น ราคาวัตถุดิบหลักของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอย่างแป้งสาลีและน้ำมันปาล์มสูงขึ้น ส่วนการส่งสินค้าไปตะวันออกกลางนั้น น่าจะต้องชะลอธุรกิจไประยะหนึ่งก่อน
ในระยะยาวยังต้องจับตางาน THAIFEX 2026 ที่จะจัดในเดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งสถานการณ์ความขัดแย้งอาจทำให้มีผู้ร่วมงานน้อยลง อาจสะท้อนได้ถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย และมู้ดการลงทุนของภาคธุรกิจ
บริษัทแม่อเมริกาประชุมด่วน
ขณะที่นายสุกรี กีไร ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท อัลไลแอนซ์ ลอนดรี้ ซิสเต็มส์ แอลแอลซี ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องซักอบผ้าอุตสาหกรรมระบุว่า บริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกาอยู่ระหว่างเรียกประชุมระดับโกลบอล เพื่อรับทราบสถานการณ์ในภูมิภาคต่าง ๆ และวางแผนรับมือ ซึ่งราคาค่าขนส่งที่น่าจะพุ่งขึ้น ส่งผลต่อเนื่องไปยังต้นทุนการผลิตสินค้า ซึ่งต้องจับตาดูสถานการณ์ใกล้ชิด
แนะ 5 ข้อรับมือสงคราม
นายธนากร เกษตรสุวรรณ ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีสงครามระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน สรท.มองว่าเป็นปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจกระทบต่อระบบการค้าโลก โดยเฉพาะใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ราคาพลังงานโลก เพราะหากความตึงเครียดกระทบเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ เช่น ช่องแคบฮอร์มุซ จะทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ค่าระวางเรือ และประกันภัย รวมถึงความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในภูมิภาค อาจทำให้ค่าประกันภัยทางทะเล (War Risk Premium) และค่าระวางเรือปรับเพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบต่อเสถียรภาพตลาดการเงินโลก ทำให้ค่าเงินผันผวน เงินบาทอ่อนค่า ต้นทุนนำเข้าเพิ่ม และกระทบต่อคำสั่งซื้อ ดังนั้น สรท.ประเมินว่า หากเหตุการณ์จำกัดวง ผลกระทบจะอยู่ในระยะสั้น 1-3 เดือน และหากลุกลามเป็นความขัดแย้งระดับภูมิภาค ผลกระทบต่อการค้าโลกอาจยืดเยื้อนานถึง 6 เดือนขึ้นไป
สรท.มีข้อเสนอแนะการเตรียมการสำหรับผู้ประกอบการส่งออก ดังนี้ 1.บริหารความเสี่ยงด้านต้นทุนขนส่ง เช่น ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาค่าระวาง (Freight Term) พิจารณา Lock Rate ระยะสั้น หากเห็นแนวโน้มปรับขึ้นก็ควรพิจารณาทบทวน Incoterms (ข้อกำหนดมาตรฐานสากลในการส่งมอบสินค้าระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย) เพื่อกระจายความเสี่ยง 2.บริหารความเสี่ยงค่าเงิน เช่น ใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยง (FX Hedging) เจรจาปรับราคาในสัญญาระยะยาว หากต้นทุนพลังงานเพิ่ม
3.บริหารสินค้าคงคลัง และ Lead Time ตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ต้องส่งผ่านเส้นทางเสี่ยง เผื่อเวลาขนส่งเพิ่ม 1-2 สัปดาห์ ประสานสายเรืออย่างใกล้ชิด 4.กระจายตลาดส่งออก เช่น ลดการพึ่งพาตลาดที่อ่อนไหวต่อราคาพลังงานสูง เร่งขยายตลาดในอาเซียน เอเชียใต้ และตะวันออกไกล 5.เตรียมแผนฉุกเฉิน (Contingency Plan) เช่น ตั้งทีมติดตามสถานการณ์รายสัปดาห์ ประเมิน Worst-Case Scenario ด้านต้นทุน รักษาสภาพคล่องทางการเงิน
นายธนากรกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังต้องการให้ภาครัฐติดตามราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด พิจารณามาตรการดูแลต้นทุนโลจิสติกส์ ประสานสายเรือและบริษัทประกันภัย เพื่อป้องกันการปรับขึ้นเกินสมเหตุสมผล โดยแม้ตอนนี้ผลกระทบจะเกิดทางอ้อมอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะต้นทุนพลังงานและค่าขนส่ง ภาคการส่งออกควรเตรียมการล่วงหน้า ไม่รอให้เหตุการณ์ลุกลาม
ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย แม้ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งโดยตรง แต่ในฐานะประเทศที่พึ่งพาการค้าและนำเข้า
พลังงาน ผลกระทบจะสะท้อนผ่านต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ค่าขนส่งและประกันภัยที่ผันผวน ค่าเงินบาทที่อาจอ่อนค่าตามกระแสเงินทุนโลก ระยะเวลาที่คาดการณ์
ทั้งนี้ สรท.เห็นว่า หากสถานการณ์มีแนวโน้ม “ยืดเยื้อในลักษณะควบคุมความรุนแรง” และจะสร้างความผันผวนต่อระบบการค้าโลกอย่างต่อเนื่อง ภาคการส่งออกไทยก็ยังต้องเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้า เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันและเสถียรภาพทางธุรกิจในช่วงเวลาที่ความไม่แน่นอนยังอยู่ในระดับสูง
ซื้อก๊าซ-น้ำมันจากอเมริกาแทน
นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจากเปิดและจัดประชุมศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงาน เพื่อติดตามเหตุการณ์สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง แม้ช่องแคบฮอร์มุซจะยังไม่ถูกปิด 100% แต่สถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังคงผันผวนในระดับสูง เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 75-85 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นประมาณ 7% หากจำเป็นต้องตรึงราคาน้ำมันขายปลีกภายในประเทศ สามารถใช้มาตรการกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าชดเชย ทั้งนี้ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ณ วันที่ 1 มีนาคม 2569 กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นบวกอยู่ที่ 2,459 ล้านบาท
ส่วนแผนการนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางในเดือนมีนาคมนี้ เนื่องจากกังวลถึงความปลอดภัยของเรือที่ต้องแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ได้วางแผนปรับเปลี่ยนมาซื้อน้ำมันจากฝั่งแอฟริกาตะวันตกและอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดหาและจัดส่งได้ภายในปลายเดือนเมษายนนี้ ส่วนมาตรการระงับการส่งออกน้ำมันสำหรับสำรองใช้เพื่อความมั่นคงภายในประเทศ จะยกเว้น สปป.ลาว โดยจะยังส่งน้ำมันให้บางส่วน เนื่องจากไทยยังคงพึ่งพาพลังงานจาก สปป.ลาว แต่จะเข้มงวดไม่ให้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 และบางประเทศที่มีสัญญาซื้อขายก่อนหน้านี้ รวมทั้งจะดำเนินการตรวจสอบและขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันไม่ให้มีการกักตุนน้ำมันเกินความจำเป็น
สู้รบยืดเยื้อคาดสิ้นปีค่าไฟขึ้น
รายงานข่าวแจ้งว่า ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อต้นทุนราคาพลังงานไทย ในส่วนของค่าไฟฟ้า ช่วงปลายเดือนมีนาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จะมีการประกาศอัตราค่าไฟงวดใหม่ (เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569) หลังจากงวดปัจจุบัน (มกราคม-เมษายน 2569) กำหนดไว้ที่ 3.88 บาทต่อหน่วย
เบื้องต้นคาดว่า สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐอเมริกา อิหร่านกับอิสราเอล จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟงวดใหม่แน่นอน โดยเฉพาะผลจากราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และน้ำมันดิบ ที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะราคาระยะสั้น Spot LNG ที่ราคาขยับทันทีไปอยู่ระดับ 14-15 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากงวดปัจจุบันซื้อที่ราคาระดับ 10 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู
ส่วนแอลเอ็นจีสัญญาระยะยาว แม้จะราคาคงที่ แต่เมื่อดูไส้ใน จะพบว่ามีความผันแปรตามราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกเช่นกัน ส่วนต้นทุนแต่ละประเภทจะเพิ่มขึ้นระดับใด ต้องรอ กกพ.พิจารณาอีกครั้ง นอกจากนี้ อีกปัจจัยที่ทำให้ต้นทุนค่าไฟเพิ่มขึ้น ยังมาจากปริมาณเชื้อเพลิงถ่านหินที่ลดลง ซึ่งถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงราคาถูก
รายงานข่าวแจ้งว่า อย่างไรก็ตาม กกพ.ยังมีทางเลือกในการตรึงค่าไฟงวดใหม่นี้ หากพิจารณานำเงิน “Claw Back” หรือเงินผลประโยชน์ส่วนเกินของ 3 การไฟฟ้า ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่ยอดสิ้นปี 2568 คาดว่าจะอยู่ระดับหมื่นล้านบาท หลังจากมีการลดค่า Adder หรือเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเพื่อเป็นแรงจูงใจในการผลิตไฟฟ้า จากกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์) ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ค่า Adder ในต้นทุนค่าไฟฐานลดลง 20-30 สตางค์
ดังนั้น หาก กกพ.นำเงินส่วนนี้มาอุดหนุน เพื่อตรึงราคาค่าไฟ ก็สามารถทำได้ แต่ต้องใช้อย่างเหมาะสม เพราะหากตรึงงวดใหม่ 3.88 บาทต่อหน่วย โดยไม่ขยับราคาเลย เงิน Claw Back อาจหมดลง และทำให้ค่าไฟงวดถัดไป คือ งวดเดือนกันยายน-ธันวาคม 2569 อาจต้องขยับขึ้นสูงหากสู้รบยืดเยื้อ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โจมตีฐานผลิตพลังงานโลก ถล่มอิหร่าน-โต้กลับปิดฮอร์มุซ น้ำมันพุ่งทันที-อนุทินสั่งรับมือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net