โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“หุ้นอินโดนีเซีย” ร่วงหนัก 7% หลัง MSCI เตือนเสี่ยงถูกลดสถานะพ้นตลาดเกิดใหม่

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 ม.ค. เวลา 11.23 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 04.23 น.

"หุ้นอินโดนีเซีย" ร่วงหนัก 7% หลัง MSCI แสดงความกังวลด้านความโปร่งใส-โครงสร้างการถือหุ้น เตือนเสี่ยงถูกลดสถานะพ้นตลาดเกิดใหม่ สู่ตลาดชายขอบ

วันที่ 28 มกราคม 2569 เวลา 10.08 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ตลาดหุ้นอินโดนีเซียร่วงแรง หลัง MSCI แสดงความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการลงทุน (investability) ของตลาด และเตือนว่าอินโดนีเซียอาจถูกลดสถานะจากตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) ลงเป็นตลาดชายขอบ (Frontier Market)

*ดัชนีอ้างอิง Jakarta Composite Index ดิ่งลงสูงสุดถึง 7% ซึ่งเป็นการปรับลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบกว่า 9 เดือน หุ้นที่ร่วงหนักส่วนใหญ่เป็นหุ้นที่ตลาดคาดว่าจะถูกนำเข้าไปคำนวณในดัชนีของ MSCI ในการทบทวนรอบเดือนหน้า อาทิ PT Bumi Resources, PT Petrosea และ PT Pantai Indah Kapuk Dua ซึ่งต่างปรับตัวลงราว 15%*

แรงเทขายเกิดขึ้นหลัง MSCI ประกาศระงับการเปลี่ยนแปลงบางรายการในดัชนีทันที รวมถึงการเพิ่มหุ้นใหม่ จนกว่าหน่วยงานกำกับดูแลจะสามารถแก้ไขความกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างการถือหุ้นที่กระจุกตัวสูงในบริษัทจดทะเบียนได้ โดย MSCI ระบุว่าประเด็นดังกล่าวเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างด้านความสามารถในการลงทุน และสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อความเป็นไปได้ของความพยายามบิดเบือนราคาหุ้นอย่างเป็นระบบ

MSCI เตือนว่าหากอินโดนีเซียไม่สามารถแสดงความคืบหน้าที่เพียงพอด้านความโปร่งใสได้ภายในเดือนพฤษภาคม บริษัทจะทบทวนสถานะการเข้าถึงตลาดอีกครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่การลดน้ำหนักหุ้นอินโดนีเซียทั้งหมดใน MSCI Emerging Markets Index และอาจถึงขั้นถูกปรับลดสถานะเป็นตลาดชายขอบ

ด้าน ผู้ดำเนินการตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย ระบุว่าจะเดินหน้าหารือกับ MSCI และหน่วยงานกำกับดูแลในประเทศต่อไป เพื่อหาข้อสรุปร่วมกันด้านความโปร่งใสของข้อมูล พร้อมชี้ว่าได้เริ่มดำเนินมาตรการแล้ว เช่น การเผยแพร่ข้อมูล free float บนเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์

ทาเร็ค ฮอร์ชานี หัวหน้าฝ่าย prime brokerage ของ Maybank Securities สิงคโปร์ มองว่า การตัดสินใจของ MSCI เป็นสัญญาณเตือน ไม่ใช่คำตัดสินสุดท้าย พร้อมระบุว่าตลาดเริ่มสะท้อนความเสี่ยงของผลลัพธ์เชิงลบแล้ว จึงเห็นแรงกดดันหนักในหุ้นอินโดนีเซียที่มีน้ำหนักสูงในดัชนี

ก่อนหน้านี้ MSCI เคยเสนอให้เข้มงวดนิยามของ free float หรือสัดส่วนหุ้นที่สามารถซื้อขายได้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการคำนวณน้ำหนักในดัชนี พร้อมพิจารณาใช้แหล่งข้อมูลทางเลือก หากพบว่าบริษัทมี free float ต่ำกว่าที่รายงาน กองทุนแบบ passive อาจจำเป็นต้องลดการถือครองหุ้นทันที

โดยประเด็น free float กลายเป็นจุดอ่อนสำคัญของตลาดหุ้นอินโดนีเซียมูลค่าราว 9.76 แสนล้านดอลลาร์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากบริษัทขนาดใหญ่จำนวนมากมีสภาพคล่องต่ำ และถูกควบคุมโดยกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ไม่กี่ราย ซึ่งเพิ่มความผันผวน บิดเบือนภาพรวมตลาด และเพิ่มความเสี่ยงต่อการปั่นราคา

หน่วยงานกำกับดูแลพยายามแก้ปัญหาด้วยแผนเพิ่มสัดส่วน free float ขั้นต่ำจาก 7.5% เป็น 10-15% และตั้งเป้าระยะยาวที่ 25% แม้ยังไม่มีกำหนดเวลาแน่ชัด โดยระดับดังกล่าวใกล้เคียงกับเกณฑ์ของฮ่องกงและอินเดียที่ 25% และไทยที่ 15%

ความบิดเบือนของตลาดสะท้อนชัดจากช่องว่างที่ถ่างกว้างระหว่างดัชนี JCI กับ MSCI Indonesia Index ซึ่งในปีที่แล้ว JCI ทำผลงานเหนือกว่าในสัดส่วนที่มากเป็นประวัติการณ์ ก่อนเกิดแรงเทขายล่าสุด หุ้นอินโดนีเซียยังทำผลงานตามหลังตลาดอาเซียน โดยตั้งแต่ต้นปี JCI บวกเพียง 2.7% เทียบกับดัชนี MSCI Asean ที่พุ่ง 5.3%

ยี่ปิง เหลียว ผู้จัดการพอร์ตจาก Franklin Templeton Global Investments เตือนว่าหากอินโดนีเซียถูกลดสถานะจริง ผลกระทบต่อกระแสเงินลงทุนแบบ passive จะรุนแรง เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติได้ลดการมีส่วนร่วมในตลาดนี้ลงมากแล้ว จากความกังวลด้านเศรษฐกิจมหภาคและนโยบาย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดยังอาจซ้ำเติมความกังวลต่อทิศทางเศรษฐกิจอินโดนีเซีย ท่ามกลางความเชื่อมั่นนักลงทุนที่เปราะบาง หลังประธานาธิบดี ปราโบโว ซูเบียนโต พยายามกำหนดนโยบายการคลังและการเงินให้สอดรับเป้าหมายการเติบโต โดยก่อนหน้านี้ตลาดเคยผันผวนจากการปลดรัฐมนตรีคลังมากประสบการณ์ และอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของฝ่ายบริหารต่อธนาคารกลาง

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและต่างประเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...