เปิดหน้า Next Gen! 'บัวริมบึง' แป๋ว มลฤดี พยาบาลสาว แชมป์มวยเอเชีย สวมเสื้อพท. หวังคนบึงกาฬ ลืมตาอ้าปาก
เปิดหน้า Next Gen! ‘บัวริมบึง’ แป๋ว มลฤดี พยาบาลสาว แชมป์มวยเอเชีย สวมเสื้อพท. หวังคนบึงกาฬ ลืมตาอ้าปาก
สร้างชื่อเสียงมาจากสังเวียนมวย ก่อนตัดสินใจแขวนนวม ก้าวขึ้นสังเวียนการเมือง เธอคือ“บัวริมบึง” แป๋ว มลฤดี จันทร์แดง ผู้สมัคร ส.ส.บึงกาฬเขต 2 พรรคเพื่อไทย ยอดนักมวยหญิง เจ้าของแชมป์เอเชีย WBC รุ่น 102 ปอนด์ และพยาบาลมืออาชีพ ที่คลุกคลีกับระบบสาธารณสุขของไทยมากว่า 10 ปี มีรางวัล “พยาบาลดีเด่น” รพ.บึงกาฬ เป็นประกัน
- สวยประหาร! ‘บัวริมบึง ก่อเกียรติยิม’ จากแชมป์โลก WBC สู่นางฟ้าชุดขาว
- ‘บัวริมบึง ก่อเกียรติยิม’ อดีตมวยหญิงแชมป์สภามวยแห่งเอเชียคว้ารางวัลพยาบาลดีเด่น
- ‘ยศชนัน’ เชื่อบึงกาฬให้เพื่อไทยทั้ง 3 เขต ลั่นวันนี้เป็นใจ หลัง ‘ภูมิธรรม’ รอดคดีแทรกแซงฮั้ว สว.
- มดดำ ลุยบึงกาฬ ช่วยพท.หาเสียง ขอโอกาสให้ แป๋ว มลฤดี ทำงานรับใช้ประชาชน
วันนี้ เธอตัดสินใจก้าวออกจากเส้นทางชีวิตที่หลายคนมองว่ามั่นคง เดินหน้าทำงานการเมืองเต็มตัว
พ่อ คือ ผู้จุดไฟความเป็นผู้นำ ส่วน ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้จุดประกายให้สนใจการเมือง นี่คือสิ่งที่ แป๋ว มลฤดี บอกกับมติชนออนไลน์
มลฤดี เล่าว่า พ่อและทักษิณ เป็นบุคคลที่ทำให้สนใจการเมือง ด้วยพ่อเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน และ กำนัน ตั้งแต่เล็กจึงได้ติดตามช่วยงานคุณพ่อมาโดยตลอด ออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน พัฒนาชุมชน และได้เห็นว่าในหมู่บ้านมีนักมวยเก่าเยอะ พ่อเลยตัดสินใจสร้างค่ายมวยให้เด็กๆ มาออกกำลังกาย ให้นักมวยเก่าๆ มาสอนลูกสอนหลานออกกำลังกาย ทั้งที่พ่อไม่ได้เป็นนักมวยมาก่อน การเปิดค่ายมวยของพ่อ ทำให้เราได้มาชกมวย
“ก็กลับมาคิดว่าถ้าอนาคตข้างหน้าเราโตขึ้น ถ้าได้เดินสายการเมือง ได้ช่วยเหลือชาวบ้าน ก็คงจะดี”
ส่วนความประทับใจที่มีต่อ อดีตนายกฯทักษิณ ก็ก่อตัวขึ้นตั้งแต่เด็กเช่นกัน
“ชอบท่านทักษิณมาตั้งแต่เด็ก ท่านทำให้ครอบครัวเราดีขึ้น สมัยก่อนที่บ้านยากจน พ่อกับแม่ก่อนที่จะมาเป็นกำนัน เคยต้องไปรับจ้างติดตายางที่ จ.ตราด พอท่านทักษิณเอาโครงการเกี่ยวกับยางพาราเข้ามาในจ.บึงกาฬ พ่อก็ได้กลับบ้านเกิด มาทำอาชีพเกี่ยวกับยางพารา พอราคายางดีขึ้น ก็ทำให้ฐานะทางบ้านดีขึ้นไปด้วย” มลฤดีกล่าว
โครงการของทักษิณ สำหรับเธอ จึงไม่ใช่เพียงสร้างรายได้ให้คนบึงกาฬ ได้ทำให้พ่อของเธอมีเงิน สร้างค่ายมวย ส่งให้เธอคว้าแชมป์ WBC ในฐานะ “บัวริมบึง” แต่ยังตอกย้ำความคิด ที่อยากให้เธอเข้าสู่เส้นทางการเมืองชัดเจนยิ่งขึ้นด้วย
2 บทบาทสำคัญ “บัวริมบึง”
หากจะให้นึกภาพช่วงชีวิตวัย 11 ขวบ ของใครหลายคน อาจจะยังเรียนหนังสือ เล่นกับเพื่อน หรือทำกิจกรรมอะไรบางอย่าง แต่กับแป๋ว 11 ขวบของเธอ คือวันที่ตัดสินใจเข้าสู่สังเวียนมวย
นักเรียนหญิงจากโรงเรียนบ้านนาอ่าง และ โรงเรียนบึงโขงหลงวิทยาคม อย่างเธอ เริ่มเรียนมวยตั้งแต่เด็ก เมื่อเข้าสู่วงการแล้ว ก็เรียนรู้ทั้งมวยไทย มวยสากล สังกัดแรกในชีวิตคือ ค่ายจันทร์แดงอุปถัมภ์ เป็นค่ายมวยที่พ่อตั้งขึ้น และได้รับการติดต่อให้ไปสังกัด ก่อเกียรติยิม ชกจนชื่อ “บัวริมบึง” โด่งดังระดับประเทศ คว้าแชมป์มวยสากล ได้สำเร็จ
เธอใช้โอกาสจากชีวิตนักกีฬากำลังโลดแล่น เปิดประตูสู่บทบาทใหม่ ในสายสุขภาพ
มลฤดี เผยว่า หลังคว้าแชมป์ จึงใช้โควต้านักกีฬา สอบชิงทุน เข้าศึกษาต่อที่คณะพยาบาลศาสตร์ มหาลัยวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี เรียนจบก็เข้าเป็นพยาบาลเต็มตัว และได้มีโอกาสกลับไปทำงานที่บ้าน เป็นพยาบาลประจำห้องคลอด ในโรงพยาบาลเซกา อ.เซกา จ.บึงกาฬ
10 ปี กับการเป็นพยาบาล ได้เห็นทั้งปัญหาของระบบสาธารณสุข และความทุกข์ของชาวบ้าน เพราะแต่ละวันจะเห็นคนท้องใช้สารเสพติดมาคลอดลูก นอกจากปัญหาด้านพัฒนาการของเด็กแล้ว ยังมีปัญหาที่พ่อแม่เด็กไม่ได้สนใจลูก และคลอดเด็กออกมาก็อยู่กับยาเสพติด ปล่อยปละละเลยให้ลุงป้าน้าอาปูย่าตายายเลี้ยงหลานกันเพียงลำพัง
จุดประกาย พัฒนาบ้านเกิด
แม้ว่าทั้ง 2 สังเวียน อาจจะดูเหมือนขั้วตรงข้าม แต่ แป๋ว ก็ใช้ชีวิตผสาน 2 สิ่งไว้ภายในตัวเธอได้อย่างดี และยังปลุกอีกตัวตนในตัวเธอขึ้นมา คือการอยากพัฒนาบ้านเกิด
“เราได้เห็นปัญหาตั้งแต่ระดับประชาชนฐานราก ถึงระบบสาธารณสุข จึงอยากทำการเมือง หวังว่าจะเปลี่ยนแปลงบ้านเกิดได้ และส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเพื่อนร่วมอาชีพ สนับสนุนเยาวชนรุ่นใหม่ให้หันหน้าเข้าหากีฬา ดีกว่าหันเข้าหายาเสพติด”
มลฤดี เผยว่า ถ้าแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดได้ก็คงจะดีมากๆ เพราะที่บึงกาฬ แม้แต่เด็กประถมก็ยังเห็นว่าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และเชื่อมั่นว่าพรรคเพื่อไทยจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะเมื่อก่อนเราก็เคยได้เห็น ได้ยินว่า ทักษิณ ชินวัตร ปราบยาเสพติดได้ กระทั่งช่วงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ก็เริ่มมีปราบจับเยอะขึ้นและเราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจริงๆ ดังนั้น หากมีโอกาสได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล จังหวัดชายแดนของเรา เข้มงวดกวดขันชายแดน ก็น่าจะการแก้ปัญหายาเสพติด ได้ดีขึ้น
1 แรงผลักดัน ปัญหาแพทย์-กีฬา
มลฤดี กล่าวว่า ในฐานะที่เราเป็นบุคลกรทางการแพทย์ เราจะเห็นปัญหาด้านของชาวบ้านที่เข้ามาใช้บริการด้านสาธารณสุข เวลามาโรงพยาบาลต้องใช้เวลานานมากจริงๆ กว่าจะไปเอาบัตรคิว กว่าจะได้เจาะเลือดต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งวัน แต่เมื่อมองกลับกันในฐานะบุคลกรในโรงพยาบาล เราก็มีความเข้าใจเจ้าหน้าที่ด้วย ได้เห็นว่าบุคลากรขาดแคลน แล้วยิ่งที่บึงกาฬ ขาดแคลนทั้งหมอ ทั้งพยาบาล มันห่างไกล
“แป๋วเคยทำงาน 24 ชั่วโมง เข้าเวร เช้า บ่าย ดึก มันต้องทำเพราะขาดแคลนเยอะจริงๆ”
มลฤดี เผยอีกว่า ได้สะท้อนเรื่องการขาดแคลนบุคลากรต่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งพรรคเพื่อไทยเองก็ได้มีนโยบาย 30 บาท AI ลักษณะจะเป็นการนำเข้าข้อมูลของคนไข้ ให้แต่ละโรงพยาบาลสามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านี้ได้ ยกตัวอย่าง เช่น เราอยู่บึงกาฬ ต้องเข้าโรงพยาบาลที่กรุงเทพฯ ก็สามารถจะหาหมอได้เลย เพราะหมอที่กรุงเทพฯสามารถดูประวัติคนไข้ในทางระบบได้ รวมถึงในอนาคต จะให้คนไข้ติดต่อหมอได้ ผ่านไลน์ หรืออาจจะมีแอพพลิเคชั่น ให้คุยกับหมอได้โดยตรงไม่ต้องลำบากเดินทางไปโรงพยาบาล ซึ่งก็จะเป็นอีกหนึ่งทางดีๆ ให้ชาวบ้าน และน่าจะตอบโจทย์อีกระดับหนึ่ง
ในอีกภาคหนึ่ง กับการเป็นนักกีฬาเก่า ที่เติบโตมาจากภูธร ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเป็นหลัก เธอจึงได้เห็นว่าการจะเดินในสายอาชีพนักกีฬา ต้องการแรงสนับสนุนอย่างหนัก แต่สภาพความเป็นจริง ที่คนจังหวัดห่างไกล ขาดแคลนทั้งสถานที่ฝึกซ้อม และสนามที่จะไปแข่งขัน
มลฤดี เผยว่า ในฐานะที่เคยเป็นนักกีฬา เราได้เห็นอุปสรรคในแวดวงกีฬาในต่างจังหวัด คือ มีเด็กเก่งด้านกีฬาเยอะมาก แต่ไม่มีสถานที่ไว้ฝึกซ้อม และไม่รู้ว่าจะไปแข่งขัน โชว์ศักยภาพด้านกีฬาที่ไหน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะทำนโยบายที่มาสนับสนุนเรื่องนี้ เพราะเมื่อเด็กหันไปเล่นกีฬาก็จะได้มีโอกาสด้านการศึกษาขึ้น อย่างที่ตนที่เอาโควต้านักกีฬาไปสอบชิงทุนเพื่อจะเรียนต่อ
“ถ้าได้ทำคงดีนะคะ เพราะเด็กๆ เดี๋ยวนี้อยากเล่นกีฬา อยากออกกำลังกาย แต่ไม่มีสถานที่ให้ใช้พลัง และยิ่งมีการเข้ามาของโซเชียลมีเดีย เกม ทำให้เด็กๆ ห่างไกลจากกีฬา แต่ถ้าเราสามารถไปอยู่ในจุดที่ช่วยเพิ่มโอกาส กระตุ้นการพัฒนาในแวดวงกีฬา ให้เด็กกลับมาเล่นกีฬาเพิ่มขึ้น ก็อยากมอบโอกาสนี้ให้เด็กๆ”
ยางพารา-ท่องเที่ยว ชุบชีวิตคนบึงกาฬ ให้ได้ลืมตาอ้าปาก
ทิ้งการงานที่มั่นคง เข้าสู่เวทีการเมืองครั้งแรก ก็เปิดตัวด้วยสนามใหญ่อย่าง ส.ส. “แป๋ว” ยอมรับว่า จริงๆ แล้ว เธอก็ไม่คาดคิดว่ามีวันนี้
“ไม่ได้คิดว่าจะได้มาลงสมัครส.ส. เพราะที่คิดไว้คือ จะเริ่มต้นด้วยการลงสมัครผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือ นายกเทศบาลก่อน แต่เพราะมีโอกาสจากพรรคเพื่อไทยเข้ามา จึงกลายเป็นว่าก้าวกระโดดมาเป็นระดับผู้สมัคร ส.ส.เลย”
“ตัดสินใจไม่ยากเลย เพราะเป็นอีกความฝันหนึ่งของเรา เมื่อพรรคเพื่อไทยให้โอกาส เราจึงอยากคว้าไว้ เพื่อทำตามความฝัน ในการพัฒนาบ้านเรา อยากแก้ไขปัญหา และเป็นปากเสียงให้พ่อแม่พี่น้อง คงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ดีเหมือนกัน”
ที่ว่าตัดสินใจไม่ยาก ก็เพราะหัวใจของเธอ ตั้งมั่นอยากเห็นคนบึงกาฬ ลืมตาอ้าปากได้อีกครั้ง
มลฤดี เผยว่า เราอยากทำให้คนบึงกาฬ ลืมตาอ้าปากได้ ด้วยการส่งเสริมเศรษฐกิจ ทำให้บึงกาฬเป็นหมุดหมายในการท่องเที่ยวของทั้งชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงการสนับสนุนด้านการเกษตร เชื่อมโครงการยางพาราที่อดีตนายกฯทักษิณ เคยนำเข้ามาคืนชีพให้บึงกาฬ เพราะที่บึงกาฬทำเกษตรกรรมเกี่ยวกับยางพาราค่อนข้างเยอะ อยากหาแนวทางเพื่อทำให้ราคายางพาราดีขึ้น เพราะถ้าราคายางราคาดี ก็จะเป็นอีกแนวทางในการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่
นอกจากนี้บึงกาฬถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเยอะมาก เช่น ถ้ำนาคา ถ้ำปู่อือลือนาคราช น้ำตก 7 สี น้ำตกถ้ำพระ และที่เป็นแลนด์มาร์กอีกอย่างคือ บึงสามวาฬ และภูทอก ซึ่งสถานที่เหล่านี้สามารถพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้
“ถ้าเราสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในจังหวัดบึงกาฬได้ ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปพัฒนากระตุ้นส่วนนี้ เพราะเป็นการสร้างรายได้ให้ชุมชนในพื้นที่จังหวัดเมืองบึงกาฬไปด้วย” มลฤดีกล่าว
น่าจับตาว่า 8 กุมภาพันธ์นี้ บัวริมบึง จะสามารถนำชื่อของเธอ คว้าแชมป์ ใน“สังเวียนการเมือง” ได้เหมือน“สังเวียนมวย” หรือไม่
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดหน้า Next Gen! ‘บัวริมบึง’ แป๋ว มลฤดี พยาบาลสาว แชมป์มวยเอเชีย สวมเสื้อพท. หวังคนบึงกาฬ ลืมตาอ้าปาก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th