โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จักภาวะ “มดลูกแตก” คืออะไร? มหัตภัยร้ายที่อาจพรากชีวิตทั้งแม่และลูกในท้อง

Thaiger

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 09.39 น. • Thaiger ข่าวไทย

รู้จักภาวะ “มดลูกแตก” มหัตภัยร้ายของคนท้อง ที่อาจพรากชีวิตทั้งแม่และลูกในครรภ์ไปตลอดกาล เช็กอาการ-ปัจจัยเสี่ยง เพื่อความปลอดภัย

ภาวะ “มดลูกแตก” (Uterine Rupture) คือ ภาวะที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุทุกชั้น ทำให้ทารก เลือด หรือรก อาจหลุดออกนอกโพรงมดลูก ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางสูติกรรม ที่มีอันตรายรุนแรงต่อชีวิตทั้งมารดาและทารกในครรภ์ จึงจำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน

สาเหตุและภาวะเสี่ยงที่ทำให้ มดลูกแตก

แม้ตัวเลขจาก StatPearls จะระบุว่า โอกาสเกิดภาวะมดลูกแตก ในผู้หญิงท้องทั่วไปนั้นต่ำเพียง 1 ในกว่า 5,000-7,000 ของการคลอดเท่านั้น แต่สถิติตัวเลขจะเพิ่มมากขึ้นจนน่ากลัวเมื่ออยู่ในกลุ่ม “คุณแม่ที่เคยผ่าคลอด” มาก่อน โดยข้อมูลจาก AAFP ระบุว่า แผลผ่าตัดเดิมคือจุดที่เปราะบางที่สุด โดยเฉพาะแผลแนวตั้ง (Classical incision) ที่มีความเสี่ยงสูงจนห้ามคลอดเองตามธรรมชาติผ่านช่องคลอดอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ปัจจัยเสริมอื่น ๆ ที่เสี่ยงทำให้เกิดภาวะมดลูกแตกได้นั่นก็คือ การตั้งครรภ์แฝด, ทารกตัวใหญ่เกินไป หรือภาวะคลอดติดขัดที่ยืดเยื้อ รวมถึงอุบัติเหตุแรงกระแทกหน้าท้องรุนแรง และแม้แต่การใช้ยาเร่งคลอดเกินขนาด ซึ่งเหตุผลต่าง ๆ นี้ก็เป็นชนวนสำคัญที่อาจทำให้มดลูกรับแรงดันภายในไม่ไหวจนเกิดการปริและแตกขึ้น

ภาพจาก : อาจารย์ศุภรัสมิ์ วิเชียรตนนท์ กลุ่มวิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม

สัญญาณเตือนของภาวะมดลูกแตก

โรงพยาบาลพระราม 9 ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการและสัญญาณเตือนคุณแม่ตั้งครรภ์ถึงภาวะมดลูกแตก เอาไว้ดังนี้

  • ปวดท้องรุนแรงทันที หรือปวดผิดไปจากการเจ็บครรภ์คลอดตามปกติ
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดในปริมาณมาก
  • การหดรัดตัวของมดลูกผิดปกติ หรือหายไปกะทันหัน
  • ชีพจรมารดาเต้นเร็วผิดปกติ ความดันโลหิตต่ำ หรือมีภาวะช็อก
  • หัวใจทารกเต้นผิดปกติ เช่น เต้นช้าลง หรือไม่พบการเต้นของหัวใจทารก

แนวทางการรักษาหากแม่ตั้งครรภ์มีภาวะมดลูกแตก

เนื่องจาก ภาวะมดลูกแตก จำเป็นต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน โดยแพทย์จะทำการ ผ่าตัดคลอดฉุกเฉินทันที จากนั้นจะเย็บซ่อมแซมมดลู หรือในบางกรณีที่มีเลือดออกจำนวนมากและไม่สามารถควบคุมเลือดได้ แพทย์ก็จะทำการตัดมดลูกออก ต่อมาจะให้เลือดและสารน้ำ เพื่อป้องกันภาวะช็อกและรักษาความดันโลหิตให้คงที่

มดลูกแตก สามารถท้องได้อีกไหม?

สำหรับประเด็นนี้ พ.ต.อ.พญ. บงกช นราพุฒิ เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ สูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา จาก โรงพยาบาลสมิติเวช แนะนำว่า “หากมดลูกยังไม่ถูกตัดออก ก็ยังสามารถตั้งครรภ์ใหม่ได้ แต่ต้องมีการวางแผนและเว้นระยะให้แผลสมานตัวและแข็งแรงเต็มที่ ก่อนการมีบุตรอีกครั้ง อย่างน้อย ๆ ประมาณ 2 ปี และต้องผ่าคลอดเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้แผลในการผ่าตัดซ่อมแซมมดลูกก่อนหน้านี้ปริหรือแตก ซึ่งเป็นอันตรายทั้งต่อแม่และเด็กในครรภ์”

อย่างไรก็ตาม ภาวะมดลูกแตก พบได้ไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วถือว่าเป็นภาวะที่รุนแรงและอันตราย จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนเพื่อช่วยชีวิตทั้งมารดาและทารก ทั้งนี้หากกำลังตั้งครรภ์ มีประวัติผ่าคลอด หรือมีปัจจัยเสี่ยง ควรฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ และปรึกษาสูตินรีแพทย์ที่ดูแล เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนการคลอดอย่างปลอดภัย

อ้างอิงจาก : praram9, กลุ่มวิชาการพยาบาลสูติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม, samitivejhospitals, aafp, ncbi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...