โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตมันเครียด! ญี่ปุ่นเปิดบาร์ให้คำปรึกษาเรื่องงาน ไอเดียธุรกิจหาทางออกให้คนหมดไฟ

SMART SME

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 16.00 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 16.00 น.

ชีวิตการทุกวันนี้ของใครหลายคนเป็นไปอย่างกดดัน นำมาสู่ความเครียด และอยากจะหาทางออกให้ผ่านพ้นช่วงเวลาเลวร้ายนี้ออกไป นี่จึงเป็นที่มาของ “Tenshoku Sodan Bar” บาร์ที่ให้คำปรึกษาเรื่องงาน

“Tenshoku Sodan Bar” ตั้งอยู่แถวสถานีโยโกฮาม่า เมืองคานางาวะ ประเทศญี่ปุ่น โดยเป็นบาร์ที่ให้คำปรึกษาเรื่องงานโดยเฉพาะ บรรยากาศภายในร้านสร้างความรู้สึกเหมือนมานั่งพูดคุยเรื่องที่พบเจอมา พร้อมกับรับประทานอาหารทานเล่น จิบเครื่องดื่มที่พร้อมเสิร์ฟฟรีแบบไม่อั้น

สำหรับ Tenshoku Sodan Bar จะเน้นการสนทนาแบบตัวต่อตัว ภายในห้องส่วนตัวเพื่อให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย จึงจำเป็นต้องจองล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชัน Line โดยการสนทนาส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 60-90 นาที ซึ่งพนักงานภายในร้านก็มาจากบริษัทจัดหางาน LIA นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มาใช้บริการไม่จำเป็นต้องติดเรซูเม่มาด้วย หรือต้องแต่งตัวอย่างเป็นทางการ เขียนจุดแข็ง/จุดอ่อนของตัวเองแต่อย่างใด เพราะวัตถุประสงค์จริง ๆ ของบาร์นี้ต้องการสร้างบรรยากาศที่เน้นการสนทนามากกว่า

ในขณะเดียวนี่ก็เป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้กับคนที่กำลังมองหางานใหม่ เพราะได้พูดคุยกับบริษัทจัดหาแรงงาน หากมีลู่ทางหรือข้อเสนอที่น่าสนใจก็สามารถพิจารณาได้ โดยไม่ต้องยื่นใบลาออกจากที่ทำงานเก่า แต่ถ้างานใหม่ที่แนะนำยังไม่ถูกใจ การพูดคุยหยุดไว้ตรงนั้นได้เลย

การเปลี่ยน “บาร์” ให้กลายเป็น “พื้นที่ปรึกษาอาชีพ” ไม่ได้เป็นเพียงแค่กิมมิกการตลาด แต่คือการวิเคราะห์ Pain Point ของคนทำงานยุค Burnout ได้อย่างเฉียบคมครับ หากเรามองผ่านเลนส์ทางธุรกิจ โมเดลนี้ได้สร้างโอกาสใหม่ๆ ที่น่าสนใจดังนี้ครับ

  • การลด “กำแพงทางจิตใจ” (Lowering the Friction)

ในยุคที่คนทำงานเหนื่อยล้าจนแทบไม่มีแรงจะเปิดเว็บไซต์หางาน การเดินเข้าบริษัทเอเจนซี่หางานแบบเดิม ๆ (Recruitment Agency) ให้ความรู้สึกเหมือนการไป “สอบ” หรือการ “เผชิญหน้า” ซึ่งสร้างความกดดันซ้ำเติมภาวะ Burnout แต่โมเดล Tenshoku Bar เปลี่ยนสถานะของลูกค้าจาก “ผู้สมัครงาน” ให้กลายเป็น “แขกของบาร์” การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้กลายเป็นพื้นที่ผ่อนคลาย (Third Space) พร้อมเครื่องดื่มในมือ ช่วยลดความระแวดระวังลง ทำให้ธุรกิจสามารถเข้าถึง Lead หรือกลุ่มเป้าหมายที่มีคุณภาพได้ง่ายขึ้นในขณะที่พวกเขากำลังเปิดใจมากที่สุด

  • การสร้าง Lead Generation ผ่าน “ความเห็นอกเห็นใจ” (Empathy-Driven Marketing)

โมเดลนี้คือการทำ Soft Sell ที่ทรงพลังมากครับ ในขณะที่คู่แข่งพยายามขาย “ตำแหน่งงาน” แต่บาร์แห่งนี้กำลังขาย “ความเข้าใจ” การลงทุนด้วยเครื่องดื่มฟรีคือต้นทุนการดึงลูกค้า (Customer Acquisition Cost – CAC) ที่คุ้มค่า เพราะมันแลกมาด้วยข้อมูลเชิงลึกของคนทำงานเก่งๆ ที่อาจจะไม่ได้กำลังหางานอย่างบ้าคลั่ง แต่แค่อยากหาที่ระบาย ข้อมูลเหล่านี้มีค่ามหาศาลสำหรับบริษัทจัดหางานในการจับคู่คนให้ตรงกับงานในอนาคต โดยเปลี่ยนจากโมเดล “การล่า” มาเป็นการ “ตั้งรับอย่างอบอุ่น” แทน

  • การเปลี่ยน “วิกฤตสุขภาพจิต” ให้เป็น “มูลค่าทางธุรกิจ”

ในยุค Burnout มูลค่าของความไว้วางใจ มีราคาสูงกว่าเดิม ธุรกิจนี้มองเห็นว่าคนทำงานไม่ได้ต้องการแค่ “งานใหม่” แต่ต้องการ “เข็มทิศ” การที่บาร์เทนเดอร์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพ ทำให้ธุรกิจนี้ไม่ได้จบลงแค่การขายเหล้าหรือปิดจ๊อบหาคน แต่มันคือการสร้าง Brand Loyalty ในใจผู้บริโภค เมื่อเขารู้สึกว่ามีใครสักคนที่รับฟังเขาในวันที่แย่ที่สุด เมื่อถึงเวลาที่เขาพร้อมจะขยับขยายจริงๆ แบรนด์นี้จะเป็นชื่อแรกที่เขาเลือกใช้บริการ ส่งผลให้เกิดการสร้างมูลค่าในระยะยาวที่มั่นคงกว่าการทำโฆษณาแบบเดิม

นี่จึงเป็นโมเดลธุรกิจที่เข้าใจ Inside ของคนทำงานในยุค “Burnout” ได้ดีแทนที่จะไปนั่งเครียดในออฟฟิศกระจก เปลี่ยนมานั่งถือแก้วค็อกเทลคุยเรื่องอนาคตแทน ดูมีสไตล์กว่าเยอะ

ที่มา:tenshoku, japantoday

เรื่องอื่นๆที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...