โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ถอดรหัส ‘แบด บันนี’ ในโชว์พักครึ่งของซูเปอร์โบวล์

ไทยโพสต์

อัพเดต 14 ก.พ. เวลา 08.28 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. เวลา 01.28 น.
นักร้องชาวเปอร์โตริโก แบด บันนี แสดงคอนเสิร์ตในช่วงพักครึ่งของซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 60 ระหว่างทีม Patriots กับ Seahawks ที่สนามกีฬาเมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ – Photo by Josh Edelson / AFP

ระหว่างการแสดงช่วงพักครึ่ง แบด บันนี ได้เฉลิมฉลองเปอร์โตริโก บ้านเกิดของเขา บางทีข้อความสำคัญที่สุดของค่ำคืนนั้นอาจอยู่ที่ตอนท้ายของโชว์ ด้วยคำเพียงสองคำ

การแสดงของแบด บันนี ในช่วงพักครึ่งของซูเปอร์โบวล์ใช้เวลาเพียง 13 นาทีเท่านั้น แต่นักร้องชาวเปอร์โตริโกคนนี้สามารถผสมผสานสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมมากมายเข้าไปได้อย่างลงตัว จนทำให้การแสดงของเขามีความหมายมากกว่าที่เห็น บางทีสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าการออกแบบเวทีที่วิจิตรตระการตา และเพลงที่นักร้องวัย 31 ปีเลือกใช้ในการแสดง นั่นก็คือ ช่วงเวลาที่แบด บันนีพูดคุยกับผู้ชมโดยตรง ระหว่างการแสดง นักร้องหยุดพักการแสดงสองครั้งเพื่อพูดคุยกับผู้คนในสนามกีฬาและผู้ชมทางทีวี ซึ่งส่วนใหญ่เขาใช้ภาษาสเปน

ภาษาที่เขาใช้ในการแสดงนั้นก่อให้เกิดการถกเถียงกันอย่างมากก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายอนุรักษ์นิยม ซึ่งไม่เห็นด้วยกับการแสดงช่วงพักครึ่งที่เป็นภาษาสเปน โดนัลด์ ทรัมป์เองก็บ่นว่า “ไม่มีใครเข้าใจที่หมอนี่พูดสักคำ” แท้จริงแล้วคำพูดและภาษาที่แบด บันนีใช้ในการแสดงนั้น เน้นย้ำถึงหนึ่งในข้อความสำคัญที่เขายึดมั่นมาตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพของเขา นั่นคือ การซื่อสัตย์ต่อตัวเอง

ในช่วงครึ่งแรกของการแสดง จู่ ๆ ก็มีนักไวโอลินกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นในฉากหลังที่เป็นไร่อ้อย พวกเขาบรรเลงท่อนอินโทรของเพลง ‘Monaco’ แบด บันนีเดินเข้าไปหาพวกเขา และแนะนำตัวเองต่อหน้ากล้องด้วยชื่อเต็มว่า “เบนิโต อันโตนิโอ มาร์ติเนซ โอกาซิโอ” จากนั้นเขาพูดต่อ “การที่ผมได้มาอยู่ที่ซูเปอร์โบวล์ครั้งที่ 60 ในวันนี้ ก็เพราะผมไม่เคยหยุดเชื่อมั่นในตัวเองเลย คุณก็ควรเชื่อมั่นในตัวเองเช่นกัน คุณมีค่ามากกว่าที่คุณคิด เชื่อผมเถอะ”

ด้วยการใช้ชื่อจริงและคงไว้ซึ่งภาษาแม่ของเขา เขาย้ำอีกครั้งว่าเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงบุคลิกหรือสไตล์ของตัวเอง แต่ก็ยังสามารถก้าวขึ้นสู่เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกได้ แบด บันนีสื่อสารข้อความว่าทุกคนสามารถบรรลุความฝันได้ หากมีความเชื่อมั่นในตัวเอง และคงความเป็นตัวของตัวเอง

ภาษาอังกฤษเพียงประโยคเดียวที่แบด บันนีพูดคือ “God bless America” ซึ่งเป็นการเริ่มต้นฉากที่น่าประทับใจที่สุดของการแสดงของเขา ต่อจากนั้นเขาก็กล่าวถึงชื่อประเทศต่าง ๆ ในอเมริกาเหนือ อเมริกากลาง และอเมริกาใต้ แล้วจึงเปลี่ยนกลับไปพูดภาษาสเปน ข้อความนั้นชัดเจน “อเมริกาเป็นมากกว่าแค่สหรัฐอเมริกา” และสอดคล้องกันกับนักเต้นที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งถือธงชาติของแต่ละประเทศ เป็นการแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวของซีกโลก

สองคำสั้น ๆ ที่นักร้องเอ่ยออกมาในช่วงท้ายของการแสดงนั้น กลับสร้างความประทับใจอย่างมาก นั่นคือ “Seguimos aqui” ซึ่งแปลคร่าว ๆ ว่า “เรายังอยู่ที่นี่” แบด บันนีเคยใช้สโลแกนนี้มาก่อนเมื่อต้นปีที่แล้ว เพื่อโปรโมตอัลบั้มเพลงล่าสุดของเขา ‘DeBÍ TiRAR MáS FOToS’ สองวันก่อนวางจำหน่ายอัลบั้มก็มีการปล่อยวิดีโอสั้นเรื่องหนึ่งออกมา ซึ่งเล่าเรื่องราวของชายชราคนหนึ่งในเปอร์โตริโก ในคลิปนั้นเขาหยิบรูปถ่ายออกมาและรำลึกถึงวันเวลาที่ล่วงเลย

ฉากเปิดเรื่องแสดงให้เห็นความงามตามธรรมชาติของเกาะในทะเลแคริบเบียน และปลุกเร้าความรู้สึกคิดถึงอดีต ก่อนที่จะตัดฉากอย่างกะทันหัน – ชายชราคนนั้นเดินผ่านละแวกบ้านไปยังร้านเบเกอรีในท้องถิ่น สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นบนเกาะ ซึ่งเป็นหนึ่งในธีมหลักของอัลบั้มแบด บันนี ทันใดนั้นชายชราก็ถูกล้อมรอบด้วยชาวต่างชาติที่พูดภาษาอังกฤษ และร้านเบเกอรีรับชำระค่าสินค้าเฉพาะด้วยบัตรเท่านั้น เนื่องจากชายชรามีแต่เงินสดติดตัว ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็นคนท้องถิ่นเปอร์โตริโกจึงจ่ายเงินแทนเขา

ขณะที่ก้าวเดินออกจากร้าน หนุ่มคนนั้นตะโกนบอกชายชราว่า “Seguimos aqui” (เรายังอยู่ที่นี่) เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าวัฒนธรรมท้องถิ่นต่อต้าน ไม่ปล่อยให้ถูกกดขี่ ยืนหยัดท้าทายปัญหาและอิทธิพลจากภายนอกทั้งหมดด้วยเอกลักษณ์ของตนเอง

ในบริบทของการแสดงบนเวทีซูเปอร์โบวล์ และบรรยากาศที่เป็นปรปักษ์ต่อผู้อพยพชาวลาตินมากขึ้นเรื่อย ๆ นั้น แบด บันนีบรรจงวางถ้อยคำสองคำนั้นได้อย่างชาญฉลาด เขาใส่คำเหล่านั้นไว้ท้ายสุดของรายชื่อประเทศต่าง ๆ ซึ่งปิดท้ายด้วยบ้านเกิดของเขา…เปอร์โตริโก

“Seguimos aqui” นักร้องร้องตะโกนขณะชูลูกฟุตบอลขึ้นไปบนอากาศ พร้อมประกาศว่า “เรารวมกันเป็นอเมริกา” ด้วยประโยคนี้เขาเรียกร้องให้ชุมชนชาวลาตินอย่าอ่อนข้อต่อแรงกดดันที่เพิ่มขึ้น และยึดมั่นในวัฒนธรรมของตนเอง ในขณะเดียวกันก็เชื่อมั่นในความเป็นเอกภาพของทุกประเทศในทวีปอเมริกา ซึ่งอาจเป็นข้อความทางการเมืองที่สำคัญที่สุดในค่ำคืนนั้น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...