โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

11แบงก์ปี68 กำไร 2.65 แสนล. แนะเทรดดิ้งเน้นรับปันผลสูง

ทันหุ้น

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#กำไรกลุ่มแบงก์#ทันหุ้น- 11 แบงก์ โชว์กำไรปี68 แตะ 2.65 แสนล้านบาท โต 3.63% แบงก์ใหญ่ SCB งบเพิ่มขึ้นมากสุด 8% “ขัตติยา อินทรวิชัย”เน้นดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ ด้าน “อาทิตย์ นันทวิทยา” มุ่งเติบโตยั่งยืน-บริหารความเสี่ยง ด้านโบรก มองปี69กำไรทรงตัว แนะเทรดดิ้งตัวที่มีปันผลสูง คาด KBANK จะจ่าย 9.20 บาท, -BBL จ่าย 7.30 บาท TISCO จ่าย 5 บาท

ทันหุ้น”รวบรวมกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์)ที่ประกาศออกมาครบแล้ว 11 แห่ง พบมีกำไรสุทธิรวม 2.65 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.63%เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 2.56 แสนล้านบาท

โดยแบงก์ขนาดใหญ่ที่มีกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมากสุด คือ SCBเพิ่มขึ้น 8%อยู่ที่ 47,487.98 ล้านบาท รองมา BAYเพิ่มขึ้น 6.90%มีกำไรสุทธิ 31,738.43 ล้านบาท ถัดมา BBLเพิ่มขึ้น 1.80%อยู่ที่ 46,006.50 ล้านบาท

@มุ่งโตยั่งยืน

นายอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB กล่าวว่า SCBX ก้าวสู่ปี 2569 ด้วยทิศทางเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงอย่างมีวินัย และการยกระดับประสบการณ์การบริการให้แก่ลูกค้า โดยจะเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้าในทุกกลุ่ม ยกระดับคุณภาพพอร์ตสินเชื่อ และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและข้อมูลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานและขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการสร้างคุณค่าระยะยาวอย่างสมดุลทั่วทั้งกลุ่มธุรกิจ นอกจากนี้ เรากำลังเร่งเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานสำหรับธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) เพื่อรองรับการเปิดดำเนินการตามแผนที่วางไว้

นางสาวขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) กล่าวว่า ปี 2569 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวต่อเนื่อง ท่ามกลางความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจที่เพิ่มขึ้นจากปัจจัยทางเศรษฐกิจทั้งในและนอกประเทศ ธนาคารกสิกรไทยและบริษัทย่อยยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความรอบคอบ ผ่านการเดินหน้าตามยุทธศาสตร์ 3+1 และการจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายซึ่งรวมถึง ผู้ฝากเงิน ผู้ลงทุน ลูกค้าบุคคล ลูกค้าธุรกิจ และส่งมอบผลตอบแทนที่มั่นคงให้แก่ผู้ถือหุ้น ตลอดจนสนับสนุนภาครัฐในโครงการต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าอย่างเต็มที่ ภายใต้บริบทของเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอนสูง

@ปี69กำไรโตเล็กน้อย

นายตฤณ สิทธิสวัสดิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า หุ้นกลุ่มแบงก์ที่ประกาศงบออกมาส่วนใหญ่เป็นไปตามที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เพราะกำไรจากเงินลงทุนชะลอตัว ะ หลังจากปรับตัวดีมากในช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา ประกอบกับแบงก์ประเมินว่าในปี 2569 รายได้จะเริ่มชะลอตัว ทั้งจากสินเชื่อ และส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM)ลดลง จึงเร่งบันทึกค่าใช้จ่ายต่างๆ งบการลงทุนด้านเทคโนโลยีในปีนี้

สำหรับแนวโน้มกำไรในปี2569 คาดว่าจะมีการเติบโตเล็งน้อย 1.4% อยู่ 227,898 ล้านบาท (7แบงก์) ซึ่งยังเติบโตได้เล็กน้อย เป็นเพราะการตั้งสำรองที่ลดลง หลังจากตั้งสำรองส่วนเกินไว้ค่อนข้างมาก ที่จะมาชดเชย NIM มีแนวโน้มลดลงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมเติบโตยากจากการแข่งขันที่สูงขึ้นในธุรกิจ Wealth Management และเป็นตัวแทนขายประกัน

@แนะเทรดดิ้งรับปันผล

ส่วนคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์ ด้วยภาพรวมผลดำเนินงานที่ไม่หวือหวา แต่ด้วยกลุ่มแบงก์มีการจ่ายเงินปันผลสูง จึงแนะนำแค่เทรดดิ้ง โดยหลังจากที่กลุ่มแบงก์ประกาศงบไตรมาส4/2568 แล้ว ราคาหุ้นตอบรับเชิงลบปรับตัวลงมา เป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อเพื่อรับเงินปันผลสำหรับผลดำเนินงานในงวดครึ่งปีหลัง 2568 โดย KBANK จะจ่าย 9.20 บาท, BBL 7.30 บาท, KKP 3.00 บาท, KTB 1.30 บาท, TISCO 5 บาท และ TTB 0.07 บาท โดยเฉลี่ย Yield ของแบงก์ใหญ่น่าจะอยู่ที่ประมาณ 5-6%

โดยหุ้นกลุ่มแบงก์ตอนนี้ที่ฝ่ายวิจัยยังคงแนะนำซื้อ คือ KTB และTTB โดย TTB จะมีปัจจัยบวกเรื่องการซื้อหุ้นคืน ซึ่งจะจำกัดดาวไซด์ของราคาหุ้น และมีการตั้งสำรองที่สูง ส่วน KTB นั้นมีจุดแข็งที่ ROE แข็งแกร่งกว่ากลุ่ม และมีโอกาสบันทึกกำไรจากการขายหุ้น บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI นอกจากนี้การตั้งสำรองมีแนวโน้มชะลอลงเพราะมี Coverage Ratio ที่สูงกว่าคู่กว่าแบงก์อื่น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...