โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 พี่น้องอเมริกัน ตามหาผู้มีพระคุณชาวอุบลฯ เคยช่วยชีวิตสมัยสงครามเวียดนาม 55 ปีไม่เคยลืมบุญคุณ

daradaily

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 02.45 น. • เผยแพร่ 27 ม.ค. เวลา 02.45 น.

3พี่น้องอเมริกัน ตามหาผู้มีพระคุณชาวอุบลฯ เคยช่วยชีวิตสมัยสงครามเวียดนาม 55ปีไม่เคยลืมบุญคุณ

เรื่องราวประทับใจนี้ รายงานโดยเพจ อุบลคอนเนกต์ โดยแชร์ว่า

3พี่น้องชาวอเมริกัน เดินทางทางข้ามทวีป เพื่อตามหาชายผู้มีพระคุณช่วยชีวิตครอบครัว สมัยสงครามเวียดนามหรือ 55ปี ที่ผ่านมา สุดท้ายด้วยความช่วยเหลือของชาวอุบลฯ ช่วยกันค้นหาจนพบว่ายังมีชีวิตอยู่ และทำฝันของ 3อเมริกันได้เป็นความจริง

อ่านข่าวต่อ: “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ซัพพอร์ตผู้อพยพชายแดนไทยกัมพูชา

ผู้สื่อข่าวรายงานเรื่องราวความประทับใจดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อประมาณต้นเดือนธันวาคม 2568มี 3พี่น้องครอบครัวชาวอเมริกัน ได้แก่ “มิสเตอร์ราอูล ลาร์เมียร์บัตแลนด์” 66ปี / “มิส ลิซ่ารี พาวเวลล์กูลด์” 63ปี / “มิสเตอร์มาร์ค เจมส์ บัตแลนด์” อายุ 62ปี เดินทางมาที่จังหวัดอุบลราชธานี และเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยตามหาชายนายพูน ไม่ทราบชื่อจริง นามสกุล พงษ์อารีย์

ซึ่งทั้ง 3คน บอกว่านายพูนเป็นผู้ที่มีพระคุณและเคยช่วยชีวิต ทั้ง 3คน ไว้เมื่อสมัยสงครามเวียดนาม ปี 1971หรือเมื่อ 55ปี ก่อน

นายมาร์ค เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายเคนเนธ (พ่อของตน) เป็นทหารของกองทัพสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ของกองทัพอากาศสหรัฐฯสมัยสงคราวเวียดนาม ปี 1971ต้องเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ตนเองและครอบครัวจึงได้เดินทางมาตามอยู่ที่ จังหวัดอุบลราชธานี

นายมาร์ค เล่าต่ออีกว่า นายเคนเนธ ผู้เป็นพ่อ ได้พบกับนายพูน และ ครอบครัวที่ จังหวัดอุบลราชธานี นายพูนได้ช่วยเหลือครอบครัวของตน หาที่อยู่ให้และดูแลตนเองและครอบครัวตลอดระยะเวลาที่อยู่จังหวัดอุบลราชธานี นานถึง 13เดือน ก่อนที่ตนเองและครอบครัวจะเดินทางกลับสหรัฐฯ

นายมาร์ค บอกอีกว่า ครั้งหนึ่งตนเองและครอบครัวได้รับเกียรติ ให้เป็นแขกในงานแต่งงานที่ สปป.ลาว ตอนนั้นครอบครัวถูกชายเวียดกง เข้ามาหาเรื่องและพยายามใช้อาวุธมีดเข้ามาทำร้ายตนเองและครอบครัว นายพูนได้เข้าไปขวาง ดึงครอบครัวตนออกจากที่เกิดเหตุ ภรรยาของนายพูนได้พาตนเองและครอบครัวไปหลบซ่อนที่วัดแห่งหนึ่ง เมื่อกลุ่มเวียดกงเหล่านั้นกลับไป นายพูนจึงได้รีบพาตนเองและครอบครัวออกจาก สปป.ลาว ทันที และในตอนเช้ากลุ่มชายชาวเวียดกงก็ยกพวกกลับมาค้นหาครอบครัวของตนเพื่อฆ่าพวกตนอีกครั้ง แต่ตนเองได้หนีกลับออกมาได้ก่อน นั้นคือการช่วยชีวิตครั้งแรก

หลังจากกลับมาถึง จังหวัดอุบลราชธานี ตนเองและครอบครัวต้องย้ายบ้านหนีกลุ่มเวียดกงอีกครั้งเพราะ เวียดกง กลุ่มนี้ได้สืบรู้ว่าตนเองและครอบครัวอยู่ที่ไหน นายพูนจึงได้พาครอบครัวของตนไปเช่าบ้านอยู่อีกที่ และเข้าเรียนที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวอำเภอเมืองอุบลราชธานี นายพูนซึ่งเป็นนักมวยอยู่แล้วได้สอนวิชามวยไทยให้ป้องกันตัว

ต่อมาปี 1972ตนเองและครอบครัวได้กลับไปประเทศสหรัฐอเมริกา และไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวของนายพูนอีกเลย จากนั้นพ่อและแม่ของตนก็เสียชีวิต ตนเองและพี่น้องทั้ง 3คน ยังคงรักและคิดถึงนายพูนและครอบครัวเสมอ

จนเวลาผ่านมา 55ปี พี่น้องทั้ง 3คนจึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับมาที่จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อตามหานายพูนและตอบแทนบุญคุณ นายพูนและครอบครัว แต่ตนเองก็คิดว่าเป็นภารกิจที่ยากมากเพราะนายพูนอาจจะไม่อยู่แล้ว

หลังจากที่รับทราบเรื่องราว ผู้สื่อข่าวได้รวบรวมจิตอาสา และล่ามภาษาในการลงพื้นที่สำรวจบ้านเช่าที่เคยอยู่เพื่อหาเบาะแสอยู่ 3วัน จนทราบข่าวจาก นางสาวพิศทยา ไชยสงคราม นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ว่านายพูนที่ตามหา ยังมีชีวิตอยู่ขณะนี้อายุ 80ปี อยู่ที่อำเภอกันรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จากนั้นได้มีการ วีดีโอคอลระหว่างนายพูน กับ ครอบครัวชาวอเมริกันทั้ง 3คน ทั้งหมดยืนยันว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ตามหาทั้งหมดดีใจและเดินทางไปพบกับนายพูนที่บ้านพัก ในจังหวัดศรีสะเกษ

นาทีที่ตนทราบว่าเจอนายพูนแล้ว ตอนนั้นตนนอนอยู่บนเตียงโรงพยาบาล ขาหัก นายกเทศมนตรีเข้ามา เอาโทรศัพท์มาให้ฉัน และ ในสายคือ นายพูน ทันทีที่เห็นหน้าตนรู้เลย นั่นคือพูน มันเป็นช่วงเวลาที่สะเทือนอารมณ์มาก 55ปีแล้ว ที่ตนไม่ได้เห็นใบหน้านั้น แต่ฉันจำได้ทันที พี่สาว พี่ชาย ทุกคนรู้ทันทีนั่นแหละคือช่วงเวลาที่เราหาเขาเจอ

เขาน่าทึ่งมากจริง ๆ พวกตนได้มีโอกาสเจอกันและได้ตอบแทนบุญคุณ นายพูนที่คอยดูแลพวกตนช่วงที่อยู่ จังหวัดอุบลราชธานี วันนี้พวกเราจึงได้พานายพูนมาตรวจร่างกายและรักษาเรื่องการมองเห็น การได้ยิน และโรคประจำตัวต่างๆ

นายพูน เล่าว่าตนเองได้มาเจอกับพ่อของมาร์ช่วงที่มาประจำการที่สนามบินอุบลสมัยสงครามเวียดนาม ตอนนั้นตนเองมีอาชีพปั่น 3ล้อรับส่งคน พ่อของมาร์ก็ชวนตนเองมาทำงานด้วยเพราะ มาร์คและพี่ชาย พี่สาว ตอนนั้นยังเด็ก ตนเองต้องคอยดูแลหาข้าวหาน้ำให้กิน

ตนเองรู้สึกดีใจภูมิใจมากที่ทั้ง 3คน ไม่ลืมตนยังกลับมาตามหาทั้งที่ผ่านไปตั้งหลายสิบปี

ไม่คิดไม่ฝันว่าทั้ง 3 คนจะกลับมาตามหาเพราะตนย้ายมาอยู่ที่ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ แต่มาร์คและพี่ชาย ไปตามหาที่จังหวัดอุบลราชธานี เป็นสัปดาห์ถึงมาหาเจอกัน ตอนที่เจอกันต่างคนต่างเข้ามากอดกันร้องไห้กันหมดดีใจที่ได้มาเจอ นายพูนบอกอีกว่าขอขอบคุณทุกคนที่ช่วยตามหาทำให้ตนและครอบครัวของมาร์คได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...