โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เมื่อโลกปั่นป่วน สงครามอิสราเอล อิหร่าน แต่ไทยอยู่ได้

ไทยโพสต์

อัพเดต 3 มีนาคม 2569 เวลา 16.55 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อาจารย์ประจำวิชา Cybersecurity วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม ศิษย์เก่าด้าน ความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเสี่ยง มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี และศิษย์เก่าด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ หลักสูตรเรียนร่วมคณะนายทหารจาก Joint Chiefs of Staff (JCS) เพนตากอน มหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วอชิงตัน ดีซี เผยแพร่บทความ สงครามอิสราเอลกับอิหร่านในตะวันออกกลางไม่ใช่เรื่องไกลตัวในยุคโลกาภิวัตน์ น้ำมันหนึ่งบาร์เรลอาจผลิตที่อ่าวเปอร์เซีย แต่ราคาที่เราจ่ายอยู่ที่ปั๊มน้ำมันไทย อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อันตรายกว่าสงคราม คือ “ความตื่นตระหนก” เพราะตลาดพังได้จากข่าวลือ ก่อนที่เรือบรรทุกน้ำมันจะหยุดแล่นเสียอีก

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า สงครามจะจบเมื่อไร แต่คือ ประเทศไทยบริหารผลกระทบได้หรือไม่

คำตอบอยู่ที่ 3 แกนหลัก

1) แกนแรก: เสถียรภาพความเชื่อมั่น

ตลาดต้องเห็นข้อมูลที่ชัดเจน สต็อกพลังงานต้องโปร่งใส แผนสำรองต้องอธิบายได้ เพราะในโลกยุคดิจิทัล ความคลุมเครือสร้างความผันผวนเร็วกว่าปัจจัยพื้นฐาน โดยมีบทเรียนต่างประเทศ ในช่วงสงครามรัสเซีย–ยูเครน หลายประเทศยุโรปสามารถควบคุมความตื่นตระหนกได้ เพราะยุโรปมีมาตรการเพิ่มความมั่นคงพลังงานหลังสงครามรัสเซีย–ยูเครน เช่นกรอบการกักเก็บก๊าซและมาตรการตลาดพลังงาน ทำให้ตลาดมีกรอบคาดการณ์ได้มากขึ้น แม้ราคายังผันผวน

สำหรับบทเรียนของไทย ในช่วงวิกฤตราคาน้ำมันปี 2551 และช่วงโควิด-19 ไทยใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและการบริหารสต็อกเชิงรุก ช่วยลดแรงกระแทกในประเทศ ทำให้ไม่เกิดภาวะขาดแคลนหรือการกักตุนเป็นวงกว้าง เพราะไทยมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและมาตรการบริหารราคา/ปริมาณ เพื่อช่วยลดแรงกระแทกราคาและเสถียรภาพตลาดภายในประเทศ สิ่งนี้สะท้อนว่า เมื่อข้อมูลชัด ความกลัวจะลดลง และเมื่อความกลัวลดลง ตลาดจะนิ่งขึ้น

2) แกนที่สอง: การดูดซับแรงกระแทกทางการค้า

ค่าระวางเรือและประกันภัยอาจปรับขึ้น แต่ไม่ควรพุ่งกระชากจน SME ล้ม ประเทศที่บริหารต้นทุนแบบค่อยเป็นค่อยไป จะรักษาคำสั่งซื้อและความเชื่อมั่นนักลงทุนได้ ตัวอย่างต่างประเทศ ที่เห็นได้ชัดเจนคือ สิงคโปร์ในช่วงโควิดใช้มาตรการช่วยสภาพคล่องธุรกิจและรับประกันสินเชื่อ/สินเชื่อภายใต้โครงการรัฐ ทำให้บริษัทขนส่งและผู้ส่งออกยังเดินหน้าต่อได้ แม้ห่วงโซ่อุปทานโลกสะดุด

สำหรับ ตัวอย่างของไทย ไทยเคยบริหารความผันผวนของค่าเงินบาทและต้นทุนพลังงานในหลายวิกฤต ไทยมีประสบการณ์ใช้เครื่องมือด้านสภาพคล่อง/สินเชื่อเพื่อประคองธุรกิจในช่วงวิกฤต และใช้การประสานงานรัฐ–เอกชนเพื่อลดแรงกระแทกต้นทุนในห่วงโซ่อุปทาน บทเรียนคือ ต้นทุนอาจเพิ่มได้ แต่ต้องไม่ “กระชากจนล้มทั้งระบบ”

3) แกนที่สาม: ศักดิ์ศรีของรัฐคือการดูแลประชาชน

คนไทยในต่างแดนต้องรู้สึกว่า มีสายด่วน มีระบบติดตาม มีแผนอพยพ และมีรัฐที่ตอบสนองเร็ว เพราะในวิกฤต ความเร็วคือความมั่นคง โดยมี ตัวอย่างต่างประเทศที่หลายประเทศเร่งช่วยเหลือและอพยพ/ขนย้ายพลเมืองออกจากยูเครนในปี 2022 ผ่านการประสานงานทางการทูตและช่องทางคมนาคมหลายรูปแบบ

สำหรับ บทเรียนของไทย ช่วงโควิด ไทยมี “ปฏิบัติการนำคนไทยกลับประเทศ (repatriation)” ผ่านสถานทูต/เที่ยวบินพิเศษหลายกรณี การสู้รบในตะวันออกกลางปัจจุบัน ไทยมีระบบติดต่อ 24 ชม. และแผนเตรียมอพยพในพื้นที่ตึงเครียด มีรายงานสื่อ/หน่วยงานรัฐ ประเทศไทยของเรามีประสบการณ์ปฏิบัติการนำคนไทยกลับประเทศในภาวะวิกฤต เช่นช่วงโควิด และมีการเตรียมความพร้อม/แผนอพยพคนไทยในพื้นที่เสี่ยงในตะวันออกกลางเมื่อสถานการณ์ตึงเครียด การทำงานเชิงรุกและการสื่อสารต่อเนื่องช่วยลดความตื่นตระหนกของครอบครัวในประเทศ นี่คือความหมายของคำว่า รัฐที่ไม่ทอดทิ้งประชาชน

ประเทศไทยไม่ได้อยู่ในสมรภูมิรบตะวันออกกลางแต่เราอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก จึงต้องใช้ วินัยทางข้อมูล วินัยทางการเงิน และวินัยทางการสื่อสาร เป็นเกราะป้องกันประเทศ โลกอาจร้อนแต่ประเทศที่นิ่ง มีระบบและมีความเชื่อมั่นจะผ่านพายุได้

วันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความมั่นใจว่า ประเทศไทยบริหารวิกฤตด้วยเหตุผล ไม่ใช่อารมณ์ และวางผลประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง เพราะในโลกที่ความผันผวนเป็นเรื่องปกติ เสถียรภาพของประเทศไทยของเราจึงไม่ใช่สิ่งที่ “รอให้เกิด” แต่เป็นสิ่งที่ต้อง “บริหารให้เกิด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...