โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดหุ้นปั่นป่วน! หุ้นท่องเที่ยว-สายการบินดิ่งหนัก หลังเที่ยวบินนับพันถูกยกเลิก สวนทางหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศพุ่งรับสงครามตะวันออกกลาง

THE STANDARD

อัพเดต 03 มี.ค. เวลา 02.56 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. เวลา 02.55 น. • thestandard.co
ตลาดหุ้นปั่นป่วน! หุ้นท่องเที่ยว-สายการบินดิ่งหนัก หลังเที่ยวบินนับพันถูกยกเลิก สวนทางหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศพุ่งรับสงครามตะวันออกกลาง

ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มสายการบินและการท่องเที่ยวปรับตัวลดลงจากผลกระทบของการปิดน่านฟ้าทั่วตะวันออกกลาง ในขณะที่หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศพุ่งสูงขึ้นรับความตึงเครียดทางทหารที่ทวีความรุนแรงและลุกลาม

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวงกว้างเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ปิดฉากการปกครองที่ยาวนานถึง 36 ปี ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย

ความขัดแย้งนี้ล่วงเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่าอาจมีความสูญเสียของฝ่ายอเมริกันเพิ่มเติม และคาดว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อถึง 4 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สหรัฐฯ และอิสราเอลเคยส่งเครื่องบินรบโจมตีแหล่งนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านมาแล้ว

หุ้นท่องเที่ยวดิ่งหนัก

การปิดน่านฟ้าทำให้สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว กระทบแผนการเดินทางไกลถึงบราซิลและฟิลิปปินส์ ข้อมูลจากบริษัทข้อมูลการบิน Cirium ระบุว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลางอีก 1,560 เที่ยวในวันจันทร์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว อาทิ

หุ้นกลุ่มสายการบิน อย่าง United Airlines ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ระหว่างประเทศมากที่สุดในสหรัฐฯ ร่วงลงกว่า 4% หลังต้องหยุดบินไปเทลอาวีฟและดูไบ ด้าน American Airlines ลบราว 5% และ Delta Air Lines ลบ 3% ส่วน Southwest Airlines ที่เน้นบินในประเทศ ลบไม่ถึง 1%

หุ้นกลุ่มโรงแรม เชนโรงแรมใหญ่อย่าง Marriott International และ Hilton Worldwide Holdings ปรับตัวลดลงราว -6%

หุ้นกลุ่มเรือสำราญ อาทิ Royal Caribbean -6%, Carnival Corp. -7% และ Norwegian Cruise Line Holdings -5% แม้ซีอีโอจะระบุว่าได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้แล้ว 51% สำหรับปีนี้ และ 27% สำหรับปีหน้าก็ตาม

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยังอาจซ้ำเติมต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดรองจากค่าแรงของสายการบิน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพิ่งรายงานว่าความต้องการเดินทางระหว่างประเทศในเดือนมกราคมพุ่งขึ้น 5.9% ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของภาคการท่องเที่ยว

หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและพลังงานรับอานิสงส์

ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศกลายเป็นจุดเด่นที่ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นภูมิภาคยุโรป ท่ามกลางดัชนี Stoxx 600 ร่วงเกือบ 2% แตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แต่หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและพลังงานหลายตัวปรับตัวขึ้น

หุ้นในยุโรป ได้แก่ Hensoldt (เยอรมนี) พุ่ง 4%, BAE Systems (อังกฤษ) พุ่ง 6%, Renk บวกกว่า 3% และ Leonardo บวกกว่า 2%

หุ้นในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Lockheed Martin พุ่งกว่า 2% และ Northrop Grumman พุ่งกว่า 4%

หุ้นเอเชีย-แปซิฟิก แม้ตลาดเกาหลีใต้จะปิดทำการ แต่หุ้นยักษ์ใหญ่ด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Heavy Industries และ IHI ปรับขึ้นราว 3% ส่วน ST Engineering ของสิงคโปร์บวก 2.8%

ด้าน Patrick O’Donnell หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนจาก Omnis Investments ชี้ว่า นักลงทุนกำลังรับมือกับความไม่แน่นอน โดยคำถามสำคัญคือ ความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน? ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ

ด้าน Carl Bildt อดีตนายกรัฐมนตรีสวีเดน แสดงความกังวลอย่างยิ่งที่อิหร่านโจมตีเป้าหมายอื่นๆ ทั่วอ่าวอาหรับ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศจะทำผลงานได้ดีเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์จาก Barclays เริ่มตั้งข้อสังเกตถึงฤดูกาลประกาศผลประกอบการของกลุ่มนี้ในยุโรปว่า มีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวกในปีนี้

พร้อมตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการเติบโตที่สูงปรี๊ดของบริษัทอย่าง Saab ในสวีเดน ว่ามูลค่าหุ้นที่พรีเมียมในขณะนี้อาจไม่สอดคล้องกับแนวโน้มกำไรระยะยาว ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการที่หุ้น Saab พุ่งขึ้น 7% ในช่วงเช้าวันจันทร์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงมาทรงตัวในช่วงเที่ยง

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...