โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

อภิสิทธิ์ รับยาก ปชป.เป็นที่ 1 ขอเสียงให้มากพอ บีบรัฐบาลต้องสุจริต กำจัดทุนเทา

Khaosod

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อภิสิทธิ์ รับยาก ปชป.เป็นที่ 1 ขอเสียงให้มากพอ บีบรัฐบาลต้องสุจริต กำจัดทุนเทา ย้ำต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เผยผลงานสมัยเป็นนายกฯ

วันที่ 15 ม.ค. 2569 ที่ จ.อุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคฯและแคนดิเดตนายกฯ นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เลขาธิการพรรคฯ พร้อมด้วยแกนนำพรรคภาคอีสาน อาทิ นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายศุภชัย ศรีหล้า ผู้สมัครสส.บัญชี ร่วมเปิดเวทีปราศรัยทัวร์ทั่วไทย ในหัวข้อ “อีสานหายจน ด้วยคนทำเป็น” หน้ามหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น (ยูเอ็มที) จ.อุบลราชธานี

นายอภิสิทธิ์ ปราศรัยว่า ตนเข้าการเมือง เมื่อตอนอายุ 27 ปี จนวันนี้เป็นผู้สูงอายุแล้ว อายุ 61 ปีแล้ว ตนขอขอบคุณประชาชนที่ต้อนรับเป็นอย่างดีมาก ตนกลับมาในวัย 61 ปี ต้องการดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานการเมืองเพื่อประชาชน ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้คิดแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ต้องรับผิดชอบไปสู่อนาคตของคนไทย ไม่ใช่ตั้งเพื่อให้ตนได้เป็นนายกฯ เท่านั้น เหตุผลที่ตนต้องกลับมา มีเรื่องใหญ่กว่าพรรค คือ ประเทศ

“ช่วงที่ผมไม่ได้อยู่การเมือง ไปไหน มาไหน ไม่รู้เป็นอะไร ไม่อยู่ในการเมือง ไม่มีตำแหน่งการเมือง เดินไปไหนเขาก็คิดว่าอยู่ในการเมือง แม้ว่าผมจะออกจากประชาธิปัตย์ไป 2 ปี ก็แปลกที่คนคิดว่าผมเป็นประชาธิปัตย์"

"คนเขาเดินมาถามผมอย่างเดียว ทำไมบ้านเมืองเราเป็นแบบนี้ คือ การทุจริต นักการเมืองย้ายค่าย งูเห่า แจกกล้วย แต่ชีวิตคนไทย ประเทศไทยไม่เดินไปไหนเลย แล้วหันมาตำหนิผมว่า ปล่อยให้เป็นแบบนี้อย่างไร ผมอธิบายว่าไม่รู้ว่าจะกลับมาได้อย่างไร"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า จน 3 เดือนที่แล้ว อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจลาออก ตอนนั้นก็แปลก ตนนั่งอยู่กับนายชวน หลีกภัย ท่านหันมาถามว่า คุณพร้อมหรือยัง ซึ่งตนต้องรับการบ้านและจัดทีมใหม่ และคิดว่าทำให้ดีที่สุด รู้ว่ายาก วันที่เข้ามา พรรคอื่นเดินหน้าไปเยอะ

"แม้แต่ สส.ประชาธิปัตย์ที่อยู่ตอนนั้น ตอนที่ยังไม่ได้ยุบสภา มี 25 คน มากระซิบกับตนว่า เดี๋ยวเลือกกลับเป็นหัวหน้า และเลือกเสร็จแล้วขอแยกทาง ขอย้ายพรรค สุดท้ายเหลือ 8 คน"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ถ้าบ้านเมืองไม่สุจริต ไปไหนไม่ได้ ทุกอย่างบิดเบี้ยว นักการเมืองหากิน เศรษฐกิจถูกครอบงำด้วยทุนเทา ต่างชาติมองไทยเป็นคนละเรื่องกับอดีต มองเป็นศูนย์กลางแหล่งหลอกลวงคนทั้งโลก และเงินที่ได้จากการหลอกลวงก็กลับมาฟอกในระบบการเงินไทย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนของการเข้ามาลงทุน ทราบว่ามีการขอเงินใต้โต๊ะ ดังนั้นสิ่งแก้ไขคือ สร้างบ้านเมืองสุจริต ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เตรียมเต็มที่ สิ่งที่จะใช้ประโยชน์คือ ทำให้รัฐบาลโปร่งใส เปิดเผยข้อมูล ตรวจสอบได้ และใช้เอไอช่วยตรวจสอบ

"ในที่สุดก็แก้ไขไม่ได้ หากผู้นำไม่ให้ความสำคัญเรื่องสุจริต หลายครั้งเห็นชัดว่าปราบไม่ได้ ติดที่ผู้มีอำนาจ 2-3 ปี มีการวิจารณ์ ซุบซิบ ทำไมลอยนวล เพราะติดขัดกับผู้มีอำนาจ โอกาส ประชาธิปัตย์ อันดับ 1 อันดับ 2 ยังยาก"

"แต่ผมยืนยันว่าหากถูกเลือกเยอะๆ จะถูกชวนร่วมรัฐบาล เราจะบีบให้ใครที่เป็นรัฐบาลต้องยึดมั่นในความซื่อสัตย์ สุจริต ไม่เช่นนั้นตั้งต้นแก้ปัญหาไม่ได้ ผมประกาศชัดว่า นี่เป็นเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์”

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า การทำให้ไทยหายจนต้องเริ่มต้นจากทำให้เศรษฐกิจโต และเป็นธรรม ซึ่งไม่ใช่การแจกเงิน ก่อนสิ้นปีมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่หมดแล้ว ก็เกิดคำถามว่าเมื่อไรจะมาอีก การกระตุ้นเศรษฐกิจหากจำเป็นต้องทำ แต่ต้องทำให้โต

โดยประชาธิปัตย์ตั้งเป้าภายใน 4 ปีโต 5% ถึงเวลาต้องเปลี่ยนบทบาทรัฐบาลและรื้อโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยใช้เทคโนโลยี ข้อมูล และหากบ้านเมืองสุจริตจะเกิดการลงทุน ในอุตสาหกรรมใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า พลังงานสะอาด ท่องเที่ยว ต่อยอดสู่ธุรกิจอื่นๆ เช่น สุภาพ เป็นต้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์มองว่า ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ต้องทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ เกิดอุตสาหกรรมแปรรูป ปฏิรูปการเกษตร ใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่า ทำเกษตรกรรวมกลุ่มเป็นรัฐวิสาหกิจต่อยอดในระบบอุตสาหกรรม

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ตอนที่ตนเป็นนายกฯ มีนโยบายประกันสินค้า แต่จะต่อยอดช่วยเหลือต้นทุนผลิต ตั้งแต่ต้นฤดูกาล 1,000 บาท จูงใจให้เกษตรกร ให้เป็นเกษตรกรที่มีมูลค่าสูงขึ้น มีเบี้ยคนชรา เริ่มต้น 1,000 บาท มีเงินอุดหนุนเด็ก เดือนละ 5,000 บาท เข้าบัญชีแต่ห้ามถอน จนถึงอายุ 18 ปี เพื่อให้มีเงินในบัญชี 1 แสนบาท เพื่อให้นำไปเรียนรู้สิ่งที่อยากเรียน

“ตอนผมหาเสียงปี 2550 จะทำเรื่อง อสม. เบี้ยสูงอายุ เลือกตั้งเสร็จไม่ได้เป็นนายกฯ แต่ต่อมาเกิดวิกฤตโลก ได้เป็นนายกฯ ปลายปี 2551 และ 99 วันหลังรับตำแหน่งผมได้ทำสิ่งที่พูดไว้ได้สำเร็จ"

"พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับทุกเรื่อง กับเรื่องชายแดน 2 ประเทศเป็นเพื่อนบ้านกันหนีไม่ได้ เมื่อถึงจุดนี้สิ่งสำคัญ คือ การต่างประเทศ เพราะทหารยึดแนวพื้นที่ที่ต้องการได้ แต่ไม่รู้กัมพูชาจะมารุกรานอีกเมื่อไร"

"แม้มีสัญญาหยุดยิง ต้องให้ผู้สังเกตการณ์ต่างชาติไปอยู่ในฝั่งกัมพูชาให้ได้ เพื่อให้เห็นว่าไม่มีการลำเลียงอาวุธที่ไม่ทำให้เกิดสันติภาพ นี่เป็นสิ่งแรกที่ผมจะทำหากเป็นรัฐบาล รวมถึงการตกลงเขตแดน และไม่ต้องกังวลเมื่อสมัยผมเป็นนายกฯ ให้กองทัพดำเนินการเต็มที่ 12 วันจบ ฮุน เซน ด่าผมจนถึงทุกวันนี้"

นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์พร้อมจะทำ แต่จะได้ทำหรือไม่อยู่ที่ประชาชน ขอให้สนับสนุนเลือกผู้สมัคร สส.ประชาธิปัตย์ทุกเขต เพราะเขตเลือกตั้งสำคัญ เพราะ สส.เขต เยอะกว่าสส.บัญชีรายชื่อ หลายปีผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้ สส.อุบลราชธานี ทุกครั้ง จึงอยากให้ประชาชนให้โอกาส

"หลายคนบอกว่าประชาธิปัตย์ไม่ใช่พรรคใหญ่เหมือนเดิม แต่มีโอกาสใหญ่ที่จะชี้ทางว่ารัฐบาลและประเทศจะเป็นอย่างไร ด้านหนึ่งที่กังวลว่ารัฐบาลไม่กล้าจัดการทุนเทา หรือรัฐบาลสร้างความแตกแยก เล่นเรื่องละเอียดอ่อน ถ้าประชาธิปัตย์มีเสียงพอเป็นตัวแปร จะทำให้ปลอดภัย 2 เรื่องนี้ไม่เกิดขึ้น" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อภิสิทธิ์ รับยาก ปชป.เป็นที่ 1 ขอเสียงให้มากพอ บีบรัฐบาลต้องสุจริต กำจัดทุนเทา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...