โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘พิพัฒน์’ สั่งเร่งสอบเหตุเครนถล่มที่สีคิ้ว-พระราม2 โอดถ้าเกิดอีก คงกลับไปเลี้ยงหลาน

เดลินิวส์

อัพเดต 16 มกราคม 2569 เวลา 2.14 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘พิพัฒน์’ ขีดเส้น 7 วันสอบข้อเท็จจริงเครนถล่มที่สีคิ้ว-พระราม 2 ก่อนยกเลิกสัญญาโอดถ้าเกิดเหตุซ้ำอีกรับแรงกดดันไม่ไหว ต้องกลับไปเลี้ยงหลาน แจงรมต.เป็นแค่พยานเซ็นสัญญา เชื่อโดนขุดอดีตเพราะ ‘ภูมิใจไทย’เรตติ้งดีช่วงใกล้เลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. เวลา 17.10 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมเกี่ยวกับมาตรการความปลอดภัยในการก่อสร้างเส้นทางคมนาคม จากกรณีเครนก่อสร้างถล่ม ถึงการที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ยกเลิกสัญญาว่าจ้างบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (ไอทีดี) ว่า ตนได้ลงนามในคำสั่งตั้งคณะกรรมการ 2-3 ชุด เพื่อมาดำเนินการตรวจสอบและสืบหาข้อเท็จจริง กรณีเหตุการณ์เครนถล่ม ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา และเหตุการณ์เครนถล่มที่ถนนพระราม 2 ในวันนี้ (15 ม.ค.) ขณะเดียวกัน ตนมอบหมายให้รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานการประชุม ในวันที่ 16 ม.ค.นี้ เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงคมนาคม ทั้งนี้ตนให้เวลาคณะกรรมการเหล่านี้ในการตรวจสอบและสรุปข้อเท็จจริงทั้งหมดให้เสร็จสิ้นภายใน 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นเราต้องหาวิธีบอกเลิกสัญญาว่าจ้างกับบริษัทดังกล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนโครงการที่มีทำสัญญาว่าจ้างบริษัท อิตาเลียนไทยฯ อีก 12-13 โครงการนั้น เราขอให้หยุดการดำเนินการก่อสร้างในช่วงนี้ไปก่อน และเราจะนำตัวแทนจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย และกระทรวงคมนาคมเข้าไปตรวจสอบเรื่องการดำเนินการเกี่ยวกับความปลอดภัยของการก่อสร้างให้เกิดความแน่ชัดแล้วว่าโครงการเหล่านั้นมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง ขณะที่ในส่วนของตนนั้นได้หารือกับปลัดกระทรวงคมนาคม ว่ากระทรวงคมนาคมจะขอตั้งคณะกรรมการอีก 1 ชุด มาทำหน้าที่กำกับดูแลการทำงานอีกชั้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้นเราจะต้องมีการไปหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบเงินค่าใช้จ่ายตรงนี้ เพราะบริษัทก่อสร้างก็มีค่าคอนเซาท์ แต่ในส่วนของเราเป็นการเสริมเพื่อความมั่นใจต่อสาธารณะ

"ที่จริงแล้วเหตุการณ์ 2 เคสที่เกิดขึ้นในช่วง 2 วันนี้ ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรบังเอิญขนาดนี้ ในโลกนี้ก็น่าจะมีเพียงที่ประเทศไทยประเทศเดียวที่เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันถึง 2 ครั้ง และที่สำคัญเป็นผู้รับเหมารายเดียวกัน สำหรับ 12-13 โครงการที่เหลือ ขณะนี้ขอให้หยุดปฏิบัติงานชั่วคราวจนกว่ากระทรวงคมนาคมจะตรวจสอบเรื่องความปลอดภัยอย่างแท้จริงแล้วจึงจะอนุญาตให้ดำเนินการต่อได้ เพราะผมคงรับแรงกดดันมากกว่านี้ไม่ไหว ไม่ใช่เกิดเหตุเมื่อวานเคสหนึ่ง แล้ววันนี้เกิดอีกเคสหนึ่ง และถ้าวันพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้มีอีก สงสัยผมคงต้องกลับไปบ้านเลี้ยงหลานแล้วล่ะมั้ง" นายพิพัฒน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาจากความสะเพร่า หรือเกิดจากสาเหตุใด นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่ทำให้เราต้องตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ เพราะในที่ประชุมจะรู้ได้อย่างไร เนื่องจากผู้แทนจากวิศวกรรมสถานฯ ยังไม่ได้ไปลงพื้นที่ที่เกิดเหตุบริเวณถนนพระราม 2 อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงครบทั้งหมดแล้ว ก็จะมีการดำเนินการสอบสวน การกระทำความผิดเกิดจากส่วนใด

เมื่อถามถึงการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุทั้งสองเหตุการณ์ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องตรวจสอบดูก่อนว่าเกี่ยวข้องกับหน่วยงานใดบ้างและมีกี่หน่วยงาน จากนั้นจะดำเนินคดีกับหน่วยงานเหล่านั้น บริษัทรับเหมา และบริษัทที่ปรึกษา แต่ตอนนี้ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่าเราจะดำเนินคดีตามกฎหมายกี่คดี แต่ขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีถึงที่สุด

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะยกเลิกสัญญาได้เมื่อไหร่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การยกเลิกสัญญาต้องมีเหตุผล ไม่ใช่อยากจะยกเลิกได้ก็ให้ยกเลิก เพราะการยกเลิกสัญญา แม้ว่าส่วนหนึ่งจะเป็นอำนาจของกระทรวงคมนาคม ในฐานะเจ้าของงาน แต่การจะยกเลิกคู่สัญญาจริง ๆ คือกรมบัญชีกลาง ดังนั้นในส่วนนี้กระทรวงคมนาคม คงทำอำนาจหน้าที่ที่ทำได้ แต่ 2 โครงการที่เกิดขึ้นล่าสุด ยกเลิกแน่นอน และการขึ้นบัญชีดำก็ต้องทำต่อเนื่องทันที ส่วนจะลดชั้นหรือไม่สามารถประมูลงานอีกนานเท่าไหร่ ต้องหารือกรมบัญชีกลางอีกครั้ง

เมื่อถามว่าจะถึงขั้นขึ้นบัญชีดำบริษัท อิตาเลียนไทยฯ แบบถาวรโดยไม่ให้รับงานรัฐเลยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ก็ต้องดู ไม่ใช่ผิดโครงการนี้แล้วไปพาลโครงการอื่น สมมุติอีก 10 กว่าโครงการดำเนินการไม่ผิดอะไรเลย เพราะบริษัทดังกล่าวไม่ได้มีงานลักษณะเดียว งานก่อสร้างโครงการของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ส่วนหนึ่ง และทางยกระดับกรมทางหลวงก็ส่วนหนึ่ง ดังนั้นอาจมีงานชนิดอื่นซึ่งไม่เหมือนกัน เราก็ต้องว่าเป็นรายกรณีไป แต่ขอยืนยันว่าเขาโดนขึ้นบัญชีดำแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องของคณะกรรมการชุดนี้ ในเรื่องของคำว่าอิตาเลียนไทย คงไปคุยกับเขาโดยเฉพาะในอนาคตต้องเชิญผู้บริหารระดับสูงมาหารือเหตุการณ์ต่าง ๆ ตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นหลายกรณี

เมื่อถามว่ามีการนำเหตุการณ์ที่ อ.สีคิ้ว มีการขุดข้อมูลว่าเป็นการลงนามในสัญญาสมัยที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เป็นรมว.คมนาคม นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะไปดูรายละเอียดว่าโครงการดังกล่าว เป็นการลงนามในยุคของนายศักดิ์สยามหรือไม่ แต่เชื่อว่าไม่ว่าการลงนามจะเกิดขึ้นยุคใด รัฐมนตรีถือว่าเป็นพยานไม่ใช่ผู้ลงนาม ดังนั้นความเป็นรัฐมนตรี แม้มีความรับผิดชอบในฐานะเป็นเจ้ากระทรวง แต่รัฐมนตรีไม่ได้รู้ทุกเรื่อง การลงนามก็ไม่ได้มีเพียงครั้งเดียว แต่ละปีกระทรวงคมนาคมมีการลงทุนถึงแสนกว่าล้านบาท โดยมีทั้งโครงการเล็กและใหญ่ รวม 100 กว่าโครงการ แม้รัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในฐานะที่เป็นผู้นำเสนอเนื้องาน แต่ไม่ได้เป็นผู้ลงนามในสัญญา เพราะในแต่ละสัญญาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเป็นผู้ลงนาม แต่การประมูลทุกอย่างกรมบัญชีกลางเป็นผู้ที่เสนอเข้ามาว่า ผู้ที่นำเสนอหรือผู้แสดงตนที่จะประมูลงาน ผ่านคุณสมบัติหรือไม่ ตรงนี้เราแบ่งหน้าที่กันก็ต้องขอชี้แจงให้เข้าใจ

“ดังนั้น ยุคนั้นใครเป็นผู้ลงนามสัญญา ผมคิดว่าไม่ใช่ประเด็น สมมุติว่าเซ็นในวันนี้อีก 20 ปี เกิดพัง สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นได้หมด ดังนั้นขอให้ดูที่เนื้องาน อย่าไปเจาะจงว่าเป็นความผิดของใคร อย่าเอาทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นมิติทางการเมือง ผมเข้าใจดีที่ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง การทำลายเครดิตของแต่ละฝ่ายมีมากมาย ก็ต้องเรียนตรงไปตรงมา ว่าการต่อสู้ อย่าเอาปัญหาของการเมืองมายุ่งกับการทำงานของแต่ละกระทรวง เพราะเข้าใจว่าพรรคภูมิใจไทยช่วงนี้อาจมีเรตติ้งที่ดีขึ้น ก็อาจมีการเตะตัดขากันบ้างเป็นเรื่องปกติ ผมไม่ได้กังวลถือว่าเกมก็คือเกม” นายพิพัฒน์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...