พงศกร ขวัญเมือง ทายาทการเมืองรุ่นใหม่ ชูสัจจะนักการเมือง ลุยสนามคลองเตย–วัฒนา
คนรุ่นใหม่ ทายาทการเมือง
พงศกร ขวัญเมือง กับภารกิจฟื้น “สัจจะนักการเมือง” บนสนามคลองเตย–วัฒนา
พงศกร ขวัญเมือง หรือ “เอิร์ธ” อายุ 32 ปี บุตรชายของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ปัจจุบันเป็นอดีตโฆษกกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 กรุงเทพมหานคร (คลองเตย–วัฒนา) ในนาม พรรคประชาธิปัตย์
ประวัติการศึกษา
พงศกรสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทจากสถาบันชั้นนำของโลก ได้แก่
- ปริญญาโท สาขานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
- ปริญญาโท สาขาบริหารรัฐกิจและการจัดการ มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL)
แรงบันดาลใจทางการเมือง
พงศกรระบุว่า ความสนใจทางการเมืองเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 16–17 ปี โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นบุคคลต้นแบบด้านอุดมการณ์และ “สัจจะนักการเมือง” การกลับมามีบทบาทของนายอภิสิทธิ์ จึงเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เขาตัดสินใจกลับมาลงสนามเลือกตั้งอีกครั้ง ภายใต้ความเชื่อว่าสามารถฟื้นฟูอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาชัดเจนได้
แม้การเลือกตั้งครั้งก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล แต่พงศกรมองว่าความพ่ายแพ้ไม่ใช่จุดจบ หากเป็นบทเรียนที่ตอกย้ำความตั้งใจในการทำงานเพื่อประชาชนในพื้นที่คลองเตย–วัฒนา และชาวกรุงเทพมหานคร
อุดมการณ์และ “สัจจะนักการเมือง”
พงศกรยึดหลักการเมืองที่สุจริตเป็นแกนกลาง โดยย้ำแนวคิดว่า
“สิ่งที่ผิดก็คือผิด แม้ทุกคนจะทำ และสิ่งที่ถูกก็คือถูก แม้ไม่มีใครทำ”
เขาเชื่อว่าการเมืองที่ยึดมั่นในความถูกต้อง จะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อพรรคการเมือง ไม่ใช่การยึดติดกับตัวบุคคลเพียงอย่างเดียว และการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ จะช่วยทำให้อุดมการณ์นี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
ถนนพระราม 4 กับภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำ
พงศกรใช้ ถนนพระราม 4 เป็นสัญลักษณ์ของ “จุดตัดความเจริญ” ในเขตคลองเตย โดยชี้ให้เห็นความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้างอย่างชัดเจน ฝั่งหนึ่งคือพื้นที่ของผู้มีรายได้สูงและความเจริญทางเศรษฐกิจ ขณะที่อีกฝั่งยังมี “คนตัวเล็ก ๆ” ที่ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอดในเมืองใหญ่
ภาพดังกล่าวสะท้อนปัญหาการพัฒนาเมืองที่ไม่กระจายโอกาสอย่างทั่วถึง และเป็นโจทย์สำคัญที่เขาต้องการเข้าไปแก้ไขในระดับนโยบาย
วิสัยทัศน์ “ไทยหายจน”
นโยบายหลักที่พงศกรผลักดัน คือแนวคิด"ไม่ทนหายใจ" แปรเปลี่ยนเป็น“ไทยหายจน”ซึ่งมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนตัวเล็กและคนจนเมือง
เป้าหมายสำคัญ คือการเปลี่ยนชีวิตจากการ “ทนหายใจ” หรือการดิ้นรนเอาชีวิตรอด ไปสู่การ “หายใจได้เต็มปอด” หมายถึงการมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาส และไม่ถูกทิ้งไว้หลังความเจริญของเมือง
แม้รายละเอียดเชิงเทคนิคของนโยบายยังต้องพัฒนาเพิ่มเติม แต่แก่นสำคัญคือการลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ และทำให้การพัฒนาเมืองไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ฟื้นความเชื่อมั่นพรรคประชาธิปัตย์
พงศกรยอมรับว่า ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนไม่น้อย “เลือกตัวบุคคล แต่ไม่เลือกพรรค” เนื่องจากอุดมการณ์ไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าการกลับมาของผู้นำทางอุดมการณ์ และการย้ำชัดเรื่องสัจจะนักการเมือง จะทำให้ประชาชนกลับมาเลือกเขา เพราะเลือกพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่เพียงเพราะตัวบุคคล
พงศกร ขวัญเมือง จึงไม่ใช่เพียง “ทายาทการเมือง” หากแต่เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่พยายามเชื่อมโยงอุดมการณ์ ความสุจริต และการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเชิงโครงสร้าง เข้ากับความคาดหวังของประชาชนในเมืองใหญ่ บนสนามเลือกตั้งที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร.
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง
แหล่งที่มา : เนชั่นสุดสัปดาห์ NationWeekend