โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตรัง ปมขัดแย้งพระลูกวัด กับ เจ้าอาวาส วัดนิกรรังสฤษฎ์  อ.ย่านตาขาว ขับไล่ แจ้งความกันพัลวัน

77kaoded

เผยแพร่ 13 ธ.ค. 2564 เวลา 08.12 น. • 77 ข่าวเด็ด

ตรัง ปมขัดแย้งพระลูกวัด กับ เจ้าอาวาส วัดนิกรรังสฤษฎ์  อ.ย่านตาขาว ขับไล่ แจ้งความกันพัลวัน

พระศรชัย กันตะสีโล ร้องสื่อมวลชลหลังเกิดความขัดแย้งกับเจ้าอาวาสวัดนิกรรังสฤษฎ์  อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง โดยมีความขัดแย้งกับเจ้าอาวาสคนก่อน (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และ พระครูนิกรธรรมาทร (หลวงนัย)  เจ้าอาวาสคนปัจจุบัน  ซึ่งมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะตำบลย่านตาขาวและรักษาการเจ้าคณะอำเภอย่านตาขาว

โดยพระศรชัย กันตะสีโล เล่าว่า เรื่องความขัดแย้งของตนกับเจ้าอาวาสคนก่อน เกิดขึ้นเมื่อปี 2563 มีด้วยกัน 4 เรื่อง ได้แก่  เรื่องที่ตนไปข้ามไม่ให้คู่บ่าวสาวเข้าถ่ายพรีเวดดิ้งภายในโบสก์ของวัดนิกรรังสฤษฎ์ , เรื่องที่ตนกังขาเกี่ยวการวางยาเบื่อสุนัขภายในวัด เรื่องที่ตนเห็นสีกาคนหนึ่งมาที่กุฎิเจ้าอาวาส  และ เรื่องที่เจ้าอาวาสคนก่อนกล่าวหาว่าตนขโมยเงิน 2 ครั้ง ครั้งละ 300 บาท และ 700 บาท  ซึ่งหลังจากตนถูกกล่าวหาว่าขโมยเงิน และขับให้ตนออกจากวัด แต่ตนไม่ยอมไป  ตนได้ขอให้เจ้าอาวาสเรียกพระลูกวัดรูปอื่นมาตรวจสอบด้วย แต่พูดกันก็กลายเป็นเรื่องถกเถียงกัน  และได้มาแจ้งความไว้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน  หลังจากนั้นตนถูกลูกสาวของเจ้าอาวาสคนก่อนด่าด้วยถ้อยคำหยาบ ว่าตนไม่รู้จักบุญคุณ  และหลังจากนั้นตนยังถูกข่มขู่ว่าจะวางยาให้ตนตาย ตนเลยไปขอให้พระพระครูนิกรธรรมาทร ซึ่งขณะนั้นเป็นเจ้าคณะตำบลย่านตาขาว มาเป็นคนกลางสอบสวน ไกล่เกลี่ย  เมื่อพระพระครูนิกรธรรมาทร เจ้าอาวาสก็กล่าวขึ้นว่า “ใครจะเอา ก็เอา เราไม่เอาแล้ว” และ พระพระครูนิกรธรรมาทร พูดจากับตนว่า “มีพ่อเป็นคอมนิวนิสต์ เคยฆ่าคน” ตนเห็นท่าทีไม่ดี จึงถอยออกมาไม่ถกเถียงด้วย

ต่อมาวันที่ 4 ธันวาคม 63 มีการถ่ายโอนชื่อของตนไปอยู่ในสังกัดวัดช่องหาย ต.ในควน อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง  ซึ่งพระศรชัย กันตะสีโล บอกว่า ตนบวชที่วัดประชาบำรุง เมื่อปี2561 แต่ได้ขอมาอยู่ที่วัดนิกรรังสฤษฎ์   เนื่องจากตนป่วยต้องหาหมอที่ รพ.ย่านตาขาว เดือนละ 2 ครั้ง วัดนิกรรังสฤษฎ์นั้นอยู่ใกล้กับโรงพยาบาล จึงสะดวกต่อการเดินทาง  และตนเข้ามาอยู่วัดนิกรฯ เรื่อยมาโดยไม่เคยอยู่วัดช่องหาย

พระศรชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตั้งแต่เกิดเรื่องดังกล่าวยืดเยื้อมา ตนได้แจ้งความลงบรรทุกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพื่อกันตัวเอง ถึง 3 ครั้ง ต่อมาเมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพลง  พระครูนิกรธรรมาทร หรือ หลวงนัย   ได้มาเป็นเจ้าอาวาส ตนก็ถูกหลวงนัย กลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา เช่น ไม่ให้ตนออกรับกิจนิมนต์ , ขึ้นธรรมมาสน์ด่าตนต่อหน้าญาติโยมที่มาทำบุญภายในวัด พูดจาเสียดสีตอนทำวัดเช้า-เย็น  ใช้ให้พระอาคันตุกะบอกให้ตนออกจากวัดไป  ล๊อกกุญแจประตูโบสก์ไม่ให้ตนเข้า ตลอดทั้งไม่ให้ตนร่วมสังฆกรรมอื่นๆ เช่น ไม่ให้ร่วมรับสังฆทาน ไม่ให้ร่วมในพิธีตักบาตรเทโว และเมื่อถึงช่วงเข้าพรรษา เจ้าอาวาสไม่ส่งชื่อตน ซึ่งจำพรรษาในวัดฯ ให้สำนักพุทธศาสนาทราบตามวิธีปฏิบัติ แต่ได้ส่งชื่อพระในวัด 4 รูป กับ รายชื่อพระ 2 รูป ซึ่งเป็นพระจากวัดพระธาตุสุขสำราญ อ.หาดสำราญ แทนชื่อตน  เนื่องจากการแจ้งรายชื่อพระจำพรรษานั้น จำนวนพระในวัดต้องมีตั้งแต่ 5 รูป ขึ้นไปเพื่อให้ครบองค์ประชุม หรือ มาระวางพรรษา  เพื่อได้จัดให้มีการทอดกฐินได้  แต่พระ 2 รูป จากวัดพระธาตุสุขสำราญ  ไม่ได้จำพรรษาที่วัดนิกรรังสฤษฎ์ตลอดเวลา จะมาเมื่อมีพิธีสำคัญทางศาสนา เมื่อเสร็จงานก็กลับไปวัดพระธาตุสุขสำราญเช่นเดิม ตนถูกกีดกันการเข้าร่วมพิธีกรรมทุกอย่าง จึงต้องภาวนาตนเข้าพรรษาสันโดษ ทำวัดเช้า ทำวัดเย็นอยู่ในกุฏิ

และพระครูนิกรธรรมาทร หรือ หลวงนัย   ได้ทำหนังสือขับไล่ตนออกจากวัด ภายในเวลา 3 วัน  โดยได้ส่งหนังสือขับไล่ เมื่อวันที่ 21 ก.ย.2564 และ ส่งหนังสือทบทวนคำสั่งขับไล่มาอีกครั้ง เมื่อวันที่  8 พ.ย.64  ซึ่งตนยืนยันไม่ยอมออกจากวัดนิกรรังสฤษฎ์ เพราะตนไม่ได้กระทำผิดอะไร และอยู่ภายในวัดเรื่อยมา

จนล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้มีพระบุญฤทธิ์ จากวัดนางพญา จ.นครศรีธรรมราช พระพงษ์ศักดิ์ ซึ่งเป็นพระลูกวัด วัดนิกรรังสฤษฎ์ พร้อมกับชายฉกรรจ์ อ้างตัวว่าเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบ จำนวน  4-5 คน หนึ่งในนั้นอ้างว่าเป็นตำรวจ ตำแหน่งรองสารวัตร ชื่อ ภาคิน  ทั้งหมดมาที่กุฏิของตน และสอบถาม พูดจาเชิงข่มขู่ตน ให้ตนออกจากวัด ตนเห็นท่าไม่ดีจึงหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปไว้  และเพื่อความปลอดภัยตนจึงเดินทางมาที่ สภ.ย่านตาขาว เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวัดไว้ พร้อมกับร้องสื่อมวลชน เพราะทุกหวั่นเรื่องความปลอดภัย

และจากความขัดแย้งดังกล่าวส่งผลกระทบกับตน ทั้งเรื่องการปฏิบัติศาสนกิจ ไม่ได้รับกิจนิมนต์ และเรื่องการศึกษา โดยก่อนหน้านี้ตนได้ศึกษาและสอบได้นักธรรมตรีแล้ว แต่พอเกิดเรื่องจนทำให้ตนมีสังกัดวัดไม่ชัดเจน ส่งผลให้ตนไม่สามารถเข้าสอบนักธรรมโทได้

โดยหลังจากการแจ้งความที่ สภ.ย่านตาขาว พระศรชัย ได้นำผู้สื่อข่าวไปดูบริเวณหน้ากุฏิ ซึ่งถูกพระและชายฉกรรจ์ มาหาตน  และในวันเดียวกันผู้สื่อข่าวได้ไปหาพระครูนิกรธรรมาทร ที่กุฏิแต่ปรากฏว่าประตูกุฏิปิดล๊อกกุญแจไว้ และไม่พบพระครูนิกรธรรมาทร แต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...