โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ประภาพรรณพิไลย-ประไพพรรณพิลาส" พระราชธิดา "ฝาแฝด" คู่เดียวในรัชกาลที่ 5

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 ต.ค. 2568 เวลา 01.48 น. • เผยแพร่ 17 ต.ค. 2568 เวลา 01.05 น.
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย กับ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาส พระราชธิดาแฝดในรัชกาลที่ 5 ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาพร้อม

ประภาพรรณพิไลย ประไพพรรณพิลาส พระราชธิดา “ฝาแฝด” คู่เดียวในรัชกาลที่ 5

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดาทั้งหมด 77 พระองค์ (ไม่นับรวมที่ตกพระโลหิต 20 พระองค์) ในจำนวนนี้ทรงมี “ฝาแฝด” เพียงคู่เดียว คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้า “ประภาพรรณพิไลย” และ “ประไพพรรณพิลาส” ทั้งสองพระองค์เป็นพระราชธิดาผู้เป็นที่รักยิ่งของพระบรมชนกนาถ ทว่าพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาส เจริญพระชันษาได้ 1 ปี 3 เดือนเท่านั้นก็สิ้นพระชนม์ ยังความโทมนัสแก่พระพุทธเจ้าหลวงอย่างยิ่ง

ในประวัติศาสตร์กรุงรัตนโกสินทร์ พระมหากษัตริย์และเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิด มีพระราชโอรส พระราชธิดา พระโอรส พระธิดา เป็น “ฝาแฝด” แห่งราชวงศ์จักรีทั้งหมด 4 คู่ สร้างความยินดีในพระราชหฤทัยและพระทัยแก่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เป็นที่ยิ่ง

เจ้านาย “ฝาแฝด” แห่งราชวงศ์จักรี

เจ้านาย “ฝาแฝด” ในพระบรมราชจักรีวงศ์ มีปรากฏดังนี้

คู่แรก คือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าแฝดชายและหญิง ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาเสนานุรักษ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (สมเด็จพระบวรราชเจ้าฯ ทรงเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 2) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาทรัพย์ เมื่อ พ.ศ. 2353 และสิ้นพระชนม์ในวันประสูติทั้ง 2 พระองค์

คู่ที่ 2 คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าแฝดหญิง 2 พระองค์ ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหนูจีน เมื่อ พ.ศ. 2354 และสิ้นพระชนม์เมื่อมีพระชนม์เพียง 6-7 วัน ตามลำดับ

คู่ที่ 3 คือ พระราชวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าแฝดชาย 2 พระองค์ ในกรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว (กรมพระราชวังบวรวิไชยชาญ ทรงเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ในรัชกาลที่ 5) ประสูติแต่เจ้าจอมมารดาหม่อมหลวงปริก เจษฎางกูร เมื่อ พ.ศ. 2400 และสิ้นพระชนม์ในปีเดียวกันทั้ง 2 พระองค์

พระนามฝาแฝด “ประภาพรรณพิไลย ประไพพรรณพิลาส”

ล่วงเข้ารัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระประสูติการ “ฝาแฝด” คู่ที่ 4 ใน ราชวงศ์จักรีอีกครั้ง หลังว่างเว้นมาเกือบ 30 ปี คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ “ประภาพรรณพิไลย ประไพพรรณพิลาส”

วันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2428 เจ้าจอมมารดาพร้อม ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ถวายพระประสูติการพระเจ้าลูกเธอ พระองค์หญิง 2 พระองค์ เป็นฝาแฝดกัน นับเป็นพระราชโอรส-พระราชธิดา ลำดับที่ 50 และ 51 ในรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงโสมนัสเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังสร้างความตื่นเต้นดีใจแก่พระบรมวงศานุวงศ์พระองค์อื่น ๆ

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ ผู้เชี่ยวชาญประวัติศาสตร์ เล่ารายละเอียดไว้ในหนังสือ ในกำแพงแก้ว (พิมพ์ครั้งที่ 3 ฉบับปรับปรุงใหม่ สำนักพิมพ์มติชน) ว่า

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจดหมายเหตุรายวันความว่า

“เราตื่นนอนเช้า นายบอกว่า ลูกแม่พร้อมเป็นองค์หญิงทั้งสององค์ เรากินข้าวแล้วแต่งตัวไปบนทูลหม่อมบนเสวยแล้วเสด็จเรือนเจ้าสาย แล้วเสด็จเรือนแม่พร้อมองค์หญิงน่าเอ็นดูนอนกระโจมเดียวกัน เราออกรักมาก…”

รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามพระราชธิดาฝาแฝด 2 พระองค์ว่า “ประภาพรรณพิไลย” และ “ประไพพรรณพิลาส” (บ้างสะกด ประไภยพรรณพิลาส, ประไพพรรณพิลาศ) ทั้ง 2 พระองค์ทรงพระสิริโฉมงดงาม เป็นที่ชื่นชมแก่ทุกพระองค์และทุกคนที่ได้เห็น รัชกาลที่ 5 โปรดพระราชธิดาทั้งสองอย่างมาก โปรดเกล้าฯ ให้พี่เลี้ยงเชิญตามเสด็จยังที่ต่าง ๆ โดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ให้หลังพระประสูติการเพียงปีกว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวก็ต้องทรงประสบเหตุการณ์สูญเสียในพระชนมชีพ เมื่อพระองค์เจ้าหญิง ประไพพรรณพิลาส ทรงป่วยหนัก รัชกาลที่ 5 ทรงกังวลพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง ถึงกับมิได้เสด็จออกทรงราชการตามปกติ

ถัดจากนั้นเพียงสองวัน คือวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2429 เวลาเช้าตรู่ เจ้านายพระองค์น้อยก็สิ้นพระชนม์ ยังความโศกเศร้าเสียพระทัยเป็นอันมาก

ศาสตราจารย์พิเศษ ธงทอง เล่าต่อในหนังสืออีกว่า เย็นวันที่สิ้นพระชนม์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดการพระศพพระราชทานพระเกียรติตามราชประเพณี สรงพระศพแล้วเชิญพระโกศพระศพไปไว้ที่หอธรรมสังเวช อันเป็นหอบำเพ็ญกุศลพระศพเจ้านายราชนารี ตั้งอยู่ในเขตพระบรมมหาราชวัง นับแต่วันสรงพระศพเป็นต้นไป รัชกาลที่ 5 ทรงพระราชอุตสาหะเสด็จฯ ไปทรงฟังพระสวดพระอภิธรรมที่หอธรรมสังเวชทุกคืน เว้นแต่วันที่มีการพระราชพิธีสำคัญอื่นตรงเวลากันเท่านั้น

พระองค์ทรงกะการพระราชทานเพลิง พระองค์เจ้าหญิง ประไพพรรณพิลาส เป็นพิเศษ ให้สมกับความที่โปรดปรานเสน่หา โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอพระองค์น้อย (ต่อมาคือสมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าฯ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช) เป็นแม่กองสร้างพระเมรุเป็นการเฉพาะ ที่สุสานหลวงวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เรียกพระเมรุคราวนั้นว่า พระเมรุบรรพต มีสัณฐานใหญ่โตและประดับตกแต่งวิจิตรพิสดารด้วยความตั้งใจ ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 1 เดือนเต็ม ๆ

ส่วนรถทรงพระศพที่จะเดินกระบวนแห่จากพระบรมมหาราชวังไปวัดราชบพิธฯ ก็เป็นรถพิเศษ โปรดให้ทำขึ้นเฉพาะเพื่อการนี้ เมื่อทำเสร็จได้นำมาถวายเพื่อให้รัชกาลที่ 5 ทอดพระเนตรตรวจสอบความเรียบร้อยอีกครั้งหนึ่ง และโปรดให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เชิญเสด็จ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวี และ “แม่พร้อม” ผู้เป็นเจ้าจอมมารดา ออกไปดูรถ

เมื่อถึงวันเชิญพระศพออกพระเมรุ ทรงขอแรงพระบรมวงศานุวงศ์ฝ่ายหน้าจัดกระบวนรถยนต์แห่เครื่องสังเค็ดเข้าขบวนพระศพ มีการบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งส่วนของหลวงและของเจ้าภาพ คือ เจ้าจอมมารดาพร้อม อย่างเต็มที่

วันพระราชทานเพลิง คือ วันที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2429 อันเป็นเวลาห่างจากวันที่สิ้นพระชนม์ถึงเดือนเศษแล้ว จดหมายเหตุพระราชกิจรายวัน จดบันทึกไว้ว่า “ทรงโศกาดูรเศร้าพระราชหฤทัยเป็นอันมาก”

การสูญเสียพระราชธิดาผู้เป็นที่รักพระองค์นี้ รัชกาลที่ 5 โปรดฯ ให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงพิชิตปรีชากร พระราชอนุชาในพระองค์ ซึ่งขณะนั้นพระชันษา 30 ปี รับราชการเป็นอธิบดีศาลรับสั่งชำระความฎีกา แต่งโคลงสี่สุภาพและภุชงคประยาตฉันท์ ถวายรำพันความในพระราชหฤทัย ปรากฏในแผ่นศิลาจารึกที่พระอนุสาวรีย์ในบริเวณวัดราชบพิธฯ

กรมหลวงพิชิตฯ ทรงแต่งถวายได้ดียิ่ง ถึงขั้นที่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ พระอนุชา ทรงลงความเห็นว่า

“ฉันท์และโคลงจารึกอนุสาวรีย์นี้ใครได้อ่านมีความเห็นเป็นอันเดียวกันว่าแต่งดีที่สุดในกลอนไทย ไม่ว่ากวีคนใดที่ปรากฏมาแต่ก่อน แต่งดีกว่านี้ได้ มีคำกระซิบกล่าวกันในเวลานั้นว่า กรมหลวงพิชิตฯ ทรงแต่งดีได้อย่างนี้ อาจจะร้อนพระทัยในภายหน้า เมื่อโปรดฯ ให้แต่งสำหรับจารึกอื่นซึ่งสำคัญยิ่งขึ้นไป กรมหลวงพิชิตฯ จะไม่สามารถทรงแต่งได้ดีถึงอนุสาวรีย์นี้ คำที่กล่าวนี้ทราบถึงกรมหลวงพิชิตฯ ครั้นภายหลังมาก็เป็นจริงอย่างที่เขาว่า เคยตรัสแก่ข้าพเจ้าว่า มันจริงของเขาเสียแล้วนะน้องเอ๋ย…”

ด้าน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย หลังเจ้าจอมมารดาพร้อมผู้เป็นพระมารดาถึงแก่กรรม สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ทรงทูลต่อรัชกาลที่ 5 ขอรับมาอภิบาลเป็นพระราชธิดาบุญธรรม ทรงมีพระชันษายืนยาวมาจนถึงแผ่นดินในหลวง รัชกาลที่ 9 และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2491 พระชันษา 63 ปี มีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2493

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ธงทอง จันทรางศุ, ในกำแพงแก้ว. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ : มติชน, 2566.

นนทพร อยู่มั่งมี. “พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีวิลัยลักษณ์ สุนทรศักดิ์กัลยาวดี กรมขุนสุพรรณภาควดี ‘ลูกคู่ทุกข์คู่ยาก’ ในสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง”. ศิลปวัฒนธรรม ฉบับกุมภาพันธ์ 2566.

“๑๓ สิงหาคม ๒๔๒๘ วันประสูติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประภาพรรณพิไลย และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าประไพพรรณพิลาส” เฟซบุ๊ก พระนครคีรี กรมศิลปากร. วันที่ 13 สิงหาคม 2563.

เผยแพร่ครั้งแรกในระบบออนไลน์เมื่อ 28 มีนาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ประภาพรรณพิไลย-ประไพพรรณพิลาส” พระราชธิดา “ฝาแฝด” คู่เดียวในรัชกาลที่ 5

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...