สท.เดือด พาแม่ไปล้างแผล กลับถูกไล่กลับบอกหมดเวลา ซ้ำโดนโพสต์ประจาน
สท.เดือด พาแม่ไปล้างแผล กลับถูกไล่กลับบอกหมดเวลา ซ้ำโดนโพสต์ประจาน ทำถูกคอมเมนต์ด่า รุดแจ้งความ ยันทำเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี
วันที่ 22 ก.พ.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายทศพร โสภา สมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.จักรพล ใจเชื่อม สารวัตร (สอบสวน) สภ.ศรีมหาโพธิ เพื่อให้ดำเนินคดีหลังพาแม่ไปล้างแผลที่ รพ.แห่งหนึ่ง แล้วโดนใล่กลับ ซ้ำโพสต์เฟซบุ๊กประจาน โดยได้นำหลักฐานเป็นภาพการโพสต์เฟซบุ๊กของพยาบาลคนหนึ่งที่ทำมให้คนถูกดูถูกเกรียดชังมามอบให้ตำรวจด้วย
ซึ่งเฟซบุ๊กดังกล่าวได้โพสต์ว่า "โคตรเกลียดเลยพาแม่มาทำแผลผ่าตัดหัวเข่านอกเวลา18.20 น.จนท.4 คนสลับกันอธิบายว่ามารับบริการ 08.30- 16.00 น.แต่ไม่เข้าใจ เถียงต่อว่า จนท.มีตำแหน่งเป็นถึงสมาชิกสภาเทศบาล มีความรู้ ตาสีตาสาเค้ายังเข้าใจ กร่างสั่งให้คนโทรหาหมอปาน ผู้อำนวยการ รพ.อีก ถามว่าฉุกเฉินทำแผลไม่ได้เหรอๆๆๆ ก็ช่วยกันอธิบายว่า ฉุกฉิน เช่น เส้นเลือดหัวใจตีบ เส้นเลือดสมองแตก แต่ไม่นำพา ย้ำอีกว่า ฉุกเฉินทำไม่ได้เหรอๆๆๆๆ คนนั้นน่ะชื่ออะไรมานี่สิๆ ออกมานี่ โอโห เทพมากอ่ะ สั่งให้ จนท.ที่อธิบายออกไปหา ลืมตัวรึป่าวว่าไม่ใช่ลูกน้องตัวเอง ไอ้ชิบ…หมอช่วยอธิบายยังไงก็ก็ยังไม่ฟัง สมองหมาปัญญาควายจริง เข้าใจอะไรยาก นี่ถ้าเป็น ผช.จะถอดเสื้อต่อยแมร่งเลย ปล.ชื่อเล่น อ.อ่าง"
โดยทราบว่า นายทศพร ได้พาแม่ไปล้างแผลหลังผ่าตัด แต่ไปช้าไม่ทราบเวลาเกิน 16.30 น. พยาบาลห้องฉุกเฉิน บอกหมดเวลาให้มาล้างวันรุ่งขึ้น แม้จะพยายามขอร้อง เพราะติดงานราชการแต่พยาบาลไม่ยอมจนโต้เถียง ไม่พอรุ่งพยาบาลคนดังกล่าวโพสต์เรื่องราวลงเฟซบุ๊ก จนทำมีคนเข้าไปคอมเมนต์ไปทางเสื่อมเสีย จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความ
โดย นายทศพร กล่าวว่า การเข้าแจ้งความในครั้งนี้ ก็เพื่อปกป้องศักดิ์ศรี ในฐานะที่เป็นผู้นำหรือผู้แทนชุมชน ที่ถูกดูถูกเหยียดหยามด้วยการโฆษณาในโซเชียล ทำให้ถูกดูถูกเกลียดชัง ทั้งที่ความจริงควรพูดจาดีๆ หรือให้คำแนะนำ เพราะตนไม่คิดว่านอกเวลาแล้วจะล้างแผลไม่ได้ ไม่เช่นนั้นตนก็จะพาแม่ไปล้างที่ โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกแทน
ซึ่งภายหลังแจ้งความลงบันทึกประจำวันแล้ว ทางตำรวจบอกว่า ที่ผู้โพสต์ระบุชื่อย่อว่า อ.อ่าง จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าพูดจริงหรือไม่ ส่วนชื่อของผู้โพสต์ตำรวจก็ไม่พูดถึงแต่อย่างใด ทั้งที่มีชื่อชัดเจน ตนยืนยันว่า จะไม่ยอมให้ถูกดูหมิ่นเพราะขนาดตนยังโดนขนาดนี้แล้วถ้าเป็นชาวบ้านจะเป็นยังไง นอกจากนี้ยังทราบว่ามี สท.หลายคนก็โดนแบบนี้เช่นเดียวกัน