โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดคำพิพากษาศาล สั่งเรียกคืนมาสด้า 2 เครื่องดีเซล รุ่นปี 2557-2561

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มี.ค. 2566 เวลา 16.13 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2566 เวลา 14.04 น.
ภาพพืันหลังจาก https://unsplash.com/s/photos/court

เป็นคดีประวัติศาสตร์ของผู้บริโภค เมื่อผู้ซื้อรถ 9 ราย ฟ้องร้องบริษัทจำหน่ายรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วน และล่าสุดศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้บริษัทเรียกคืนรถยนต์มาสด้า 2 เครื่องยนต์เชื้อเพลิงดีเซล (Mazda 2 Skyactiv D 1.5) ที่ผลิตในปี 2557-2561 ทุกคันมาซ่อมแซม พร้อมชดใช้ค่าเสียหายให้ผู้บริโภค

วันที่ 30 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าวได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถจำนวนมาก และเนื้อหาคำพิพากษาศาลคดีหมายเลขดำที่ ผบ 347/2561 คดีหมายเลขแดงที่ ผบ 238/2566 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ลงวันที่ 28 มีนาคม 2566 ระบุว่า คดีนี้มีโจทก์ 9 ราย และมีจำเลย 3 ราย ประกอบด้วย บริษัทมาสด้า เชลส์ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทมาสด้า พาวเวอร์เทรน แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัทออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำเลยที่ 1-3 ตามลำดับ

โดยคดีนี้ เป็นคดี “ซื้อขาย เช่าซื้อ ตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ.2551” เนื่องจากโจทก์ทั้ง 9 เป็นผู้ครอบครองใช้รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สกายแอคทีฟ เครื่องยนต์ดีเซล ได้รับความเสียหายอันเกิดจากรถยนต์รุ่นดังกล่าว อันเป็นสินค้าที่จำเลยทั้ง 3 ผลิตและขายให้แก่โจทก์ทั้ง 9 และผู้บริโภคทั่วไป

โดยเป็นสินค้าที่ด้อยคุณภาพ ชำรุดบกพร่องอันเป็นเหตุให้เสื่อมความเหมาะสมแก่ประโยชน์อันมุ่งจะใช้เป็นปรกติ ไม่ตรงตามคำโฆษณา ทั้งเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัยในการใช้งาน คือ ปัญหาเกี่ยวกับเครื่องยนต์สั่น เร่งความเร็วไม่ขึ้น กระบอกสูบและหัวฉีดทำงานไม่ดี โดยเชื่อมโยงกับระบบไฟฟ้า ระบบเกียร์เทอร์โบ กล่องวงจรควบคุมคอนเวอร์เตอร์ ปัญหาน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปปนกับน้ำมันเครื่องน้ำมันเครื่องเกินจุดปรกติ

ปัญหาเสียงดังจากอุปกรณ์ต่าง ( กับเสียงดังจากช่วงล่าง โช้กอัพ และห้ามล้อ โจทก์ทั้ง 9 นำรถยนต์เข้าแก้ไขที่ศูนย์บริการหลายครั้ง เสียเงินค่าซ่อมแต่แก้ไขไม่ได้ เพราะรถยนต์มีปัญหาที่ซอฟต์แวร์ด้วย ทำให้โจทก์ทั้ง 9 ต้องขาดประโยชน์จากการใช้งาน

โจทก์ทั้ง 9 ขอให้จำเลยทั้ง 3 รับสินค้าคืนและคืนเงินค่าสินค้าทั้งหมดแก่โจทก์ทั้ง 9 แต่จำเลยทั้ง 3 เพิกเฉย โจทก์ทั้ง 9 อยู่ในกลุ่มบุคคลที่ใช้สินค้าดังกล่าว จำเลยทั้ง 3 เป็นผู้ประกอบธุรกิจและผู้ประกอบการ

โดยจำเลยที่ 1 ขายสินค้า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ผลิตและประกอบสินค้า จึงต้อง ร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่ม

คิดค่าขาดประโยชน์วันละ 1,800 บาท พร้อมค่าเสียหายต่อจิตใจ

โจทก็ทั้ง 9 ได้รับความเสียหายเป็นราคาที่ชำระค่าเช่าซื้อที่เสียไป ค่าซ่อม และขอคิดค่าขาดประโยชน์วันละ 1,800 บาท แบ่งเป็น

  • โจทก์ที่ 1 เป็นเงินดาวน์ 171,250 บาท ค่าเช่าซื้อ 593,928 บาท ค่าขาดประโยชน์ 12,600 บาท
  • โจทก์ที่ 2 เป็นเงินดาวน์ 165,600 บาท ค่าเช่าซื้อ 695,952 บาท ค่าซ่อม 53,403.98 บาท ค่าขาดประโยชน์ 36,000 บาท
  • โจทก์ที่ 3 เป็นเงินดาวน์ 167,288 บาท ค่าเช่าซื้อ 766,584 บาท ค่าขาดประโยชน์ 50,400 บาท
  • โจทก์ที่ 4 เป็นเงินดาวน์ 223,700 บาท ค่าเช่าซื้อ 628,500 บาท ค่าช่อม 1,800 บาท ค่าขาดประโยชน์ 25,200 บาท
  • โจทก์ที่ 5 เป็นเงินดาวน์ 183,750 บาท ค่าเช่าซื้อ 578,160 บาท ค่าขาดประโยชน์ 14,400 บาท
  • โจทก์ที่ 6 เป็นเงินดาวน์ 157,800 บาท ค่าเช่าซื้อ 764,648 บาท ค่าขาดประโยชน์ 82,800 บาท
  • โจทก์ที่ 7 เป็นราคา 748,379 บาท ค่าขาดประโยชน์ 7,200 บาท
  • โจทก์ที่ 8 เป็นเงินดาวน์ 620,500 บาท ค่าเช่าซื้อ 533,340 บาท ค่าซ่อม 3,200 บาท ค่าขาดประโยชน์ 21,600 บาท
  • โจทก์ที่ 9 เป็นเงินดาวน์ 158,000 บาท ค่าเช่าซื้อ 708,856 บาท ค่าซ่อม 2,700 บาท ค่าขาดประโยชน์ 36,000 บาท

และได้รับความเสียหายต่อจิตใจจึงขอคิดค่าเสียหายในส่วนนี้คนละ 50,000 บาท ต่อปี

ให้คำพิพากษามีผลผูกพันสมาชิกกลุ่ม

จำเลยทั้ง 3 กระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือจงใจให้ผู้บริโภคเกิดความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน จึงขอให้ศาลสั่งให้จำเลยทั้ง 3 จ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษ 2 เท่าของค่าเสียหายที่แท้จริง

ให้จำเลยทั้งสามจัดการประกาศและรับสินค้า ซึ่งอาจเป็นอันตรายคืนจากผู้บริโภคเพื่อทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนให้ใหม่ภายในเวลาที่กำหนด โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้ง3 เอง แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่อาจแก้ไขหรือดำเนินการตามที่กล่าวข้างต้นได้ ก็ให้ใช้ราคา ห้ามจำเลยทั้ง 2 จำหน่ายสินค้าที่เหลืออยู่ และให้เรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายแก่ผู้บริโภคกลับคืนจนกว่าจะได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสินค้าดังกล่าวให้มีความปลอดภัย

แต่ถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ ขอให้ศาลมีคำสั่งห้ามจำเลยทั้ง 3 ผลิตหรือนำเข้าสินค้านั้นและทำลายสินค้าที่เหลือนั้นด้วย กับขอให้คำพิพากษาของศาลมีผลเป็นการผูกพันสมาชิก
กลุ่ม โดยใช้หลักการและวิธีการคำนวณเช่นเดียวกับโจทก์ทั้ง 9 เพื่อชำระเงินให้สมาชิกกลุ่มศาลไต่สวนแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม

เปิดคำให้การ 3 จำเลย : ผู้จำหน่าย ผลิต ประกอบรถยนต์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ทั้ง 9 ไม่ใช่ผู้เสียหายตามพระราชบัญญัติความรับผิด
ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เพราะไม่ปรากฏว่ามีความเสียหาย
ต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ อนามัย จิตใจ หรือทรัพย์สินเกิดขึ้น

จำเลยที่ 1 ไม่ใช่คู่สัญญากับโจทก์ทั้ง 9 เพราะไม่ใช่ผู้ขายหรือผู้ให้เช่าซื้อ แต่คู่สัญญากับโจทก์ทั้ง 9 คือบริษัทผู้ขายหรือบริษัทผู้ให้สินเชื่อ ซึ่งไม่ใช่ตัวแทนของจำเลยที่ 1 เพียงแต่จำเลยที่ 1 ให้การรับประกันสินค้าแบบจำกัดรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สกายแอคทีฟ เครื่องยนต์ดีเซล ไม่ใช่สินค้าที่ไม่ปลอดภัยหรือสินค้าที่ชำรุดบกพร่องจากการผลิตและออกแบบ เพราะผ่านการทดสอบ ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม

ส่วนรถยนต์ของโจทก์ทั้ง 9 ผ่านการใช้งานมาแล้วจึงเป็นธรรมดาที่เกิดการชำรุดสึกหรอ ซึ่งจำเลยที่ 1 แก้ไขให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจนใช้งานได้ตามปรกติ ตรวจสอบรถยนต์ของโจทก์ทั้ง 9 แล้วพบว่า
บางรายการไม่มีอาการตามฟ้อง ทั้งอาการของสินค้าตามฟ้องไม่ใช่ความชำรุดบกพร่อง แต่อาจเกิดจากการเสื่อมสภาพ ดัดแปลงสภาพรถยนต์ ดัดแปลงเครื่องยนต์ หรือไม่ได้บำรุงรักษา รถยนต์รุ่นที่ขายในประเทศไทยแตกต่างจากที่ขายในต่างประเทศ และที่ขายในต่างประเทศก็ไม่เคยถูกเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนสินค้า ทั้งการเรียกคืนมีหลายอย่าง เช่น เพื่อตรวจสอบหรือปรับปรุงประสิทธิภาพ

โจทก์ทั้ง 9 ไม่อาจเรียกเอาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ เพราะจำเลยที่ 1 มิได้กระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่อ
อย่างร้ายแรง ไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน

ไม่ได้ผลิต นำเข้า หรือขายสินค้าโดยรู้อยู่แล้วว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือมิได้รู้เพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเมื่อรู้ว่าสินค้าไม่ปลอดภัยภายหลังจากการผลิต นำเข้า หรือขายสินค้านั้น แล้วไม่ดำเนินการใด ๆ ตามสมควรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจึงไม่จำต้องประกาศและรับสินค้าคืนหรือใช้ราคาแก่โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่ม หรือต้องห้ามจำหน่ายสินค้าที่เหลืออยู่และเรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายกลับคืนจนกว่าจะได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้มีความปลอดภัย หรือต้องห้าม ผลิต นำเข้าสินค้า หรือทำลายสินค้าที่เหลือ

โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกไม่อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายต่อจิตใจได้ เพราะความเสียหายต่อจิตใจต้องเนื่องมาจากมีความเสียหายต่อร่างกาย สุขภาพ อนามัยเท่านั้น โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่มไม่อาจเรียกเอาค่าบริการ ค่าอะไหล่ที่เสียไป หรือค่าขาดประโยชน์ เพราะเข้าข้อยกเว้นการรับประกันของจำเลยที่ 1 โจทก์บางคนได้รับรถยนต์ไปใช้ในระหว่างช่อม โจทก์ทั้ง9 ฟ้องคดีเมื่อพ้นเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำให้การจำเลยที่ 2 ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์

จำเลยที่ 2 ให้การว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่ม จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องยนต์สำหรับรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 6 สกายแอคทีฟ เครื่องยนต์ดีเซล แต่ผลิตเป็นบางคันเพราะมีโรงงานอื่นร่วมผลิตด้วย จำเลยที่ 2 ไม่ได้เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 3 หรือจำเลยที่ 3 ไม่ใช่ผู้รับประกันสินค้า ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และไม่ใช่ผู้ประกอบการตามพระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เพราะไม่ได้เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายสินค้า รถยนต์รุ่นดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่ไม่ปลอดภัยหรือสินค้าที่ชำรุดบกพร่องจากการผลิตและออกแบบ เพราะผ่านการทดสอบ ผ่านมาตรฐานอุตสาหกรรม

รถยนต์ของโจทก์ทั้ง 9 ผ่านการใช้งานมาแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่เกิดการชำรุดสึกหรอ ซึ่งจำเลยที่ 1 แก้ไขให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจนใช้งานได้ตามปรกติ และบางกรณีเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพทำให้รถยนต์สั่น หรือโจทก์บางคนดัดแปลงสภาพรถยนต์ ไม่ได้บำรุงรักษาตามระยะทางหรือเวลาที่กำหนดไว้ในสมุดคู่มือ ทั้งรถยนต์รุ่นที่ขายในประเทศไทยแตกต่างจากที่ขายในต่างประเทศ และที่ขายใน
ต่างประเทศก็ไม่เคยถูกเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนสินค้า ทั้งการเรียกคืนมีหลายอย่าง เช่น เพื่อตรวจสอบหรือปรับปรุงประสิทธิภาพ

โจทก์ทั้ง 9 ไม่อาจเรียกเอาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ เพราะจำเลยที่ 2 มิได้กระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ไม่ได้ผลิต นำเข้า หรือขายสินค้าโดยรู้อยู่แล้วว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือมิได้รู้เพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง หรือเมื่อรู้ว่าสินค้าไม่ปลอดภัยภายหลังจากการผลิต นำเข้า หรือขายสินค้านั้นแล้วไม่ดำเนินการใด ๆ ตามสมควรเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย

จึงไม่จำต้องประกาศและรับสินค้าคืนหรือใช้ราคาแก่โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่ม หรือต้องห้ามจำหน่ายสินค้าที่เหลืออยู่และเรียกเก็บสินค้าที่ยังไมได้จำหน่ายกลับคืนจนกว่าจะได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้มีความปลอดภัย หรือต้องห้ามผลิต นำเข้าสินค้า หรือทำลายสินค้าที่เหลือ

โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกไม่อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายต่อจิตใจได้ เพราะความเสียหายต่อจิตใจ ต้องเนื่องมาจากมีความเสียหายต่อร่างกาย สุขภาพ อนามัยเท่านั้น โจทก์ทั้ง 9 และสมาซิกกลุ่มไม่อาจเรียกเอาค่าบริการ ค่าอะไหล่ที่เสียไป หรือค่าขาดประโยชน์ เพราะเข้าข้อยกเว้นการรับประกันของจำเลยที่ 1 โจทก์ทั้งเก้าฟ้องคดีเมื่อพันเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่อง จึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

คำให้การ จำเลยที่ 3 ผู้ประกอบรถยนต์

จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่มีนิติสัมพันธ์กับโจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่ม จำเลยที่ 3 เป็นผู้ประกอบรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สกายแอคทีฟ เครื่องยนต์ดีเซล จำเลยที่ 3 ไม่ได้เป็นตัวแทนของจำเลยที่ 1 หรือที่ 2 ไม่ใช่ผู้รับประกันสินค้า ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 และไม่ใช่ผู้ประกอบการตาม พระราชบัญญัติความรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ปลอดภัย พ.ศ. 2551 เพราะ ไม่ได้เป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายสินค้า รถยนต์รุ่นดังกล่าวไม่ใช่สินค้าที่ไม่ปลอดภัยหรือสินค้า ที่ชำรุดบกพร่องจากการผลิตและออกแบบ เพราะผ่านการทดสอบ ผ่านมาตรฐานอุตสาทกรรม

จำเลยที่ 1 แก้ไขให้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายจนใช้งานได้ตามปรกติ และบางกรณีเกิดจากการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง เช่น ใช้ยางรถยนต์ที่เสื่อมสภาพทำให้รถยนต์สั่น หรือโจทก์บางคนดัดแปลงสภาพรถยนต์
ไม่ได้บำรุงรักษาตามระยะทางหรือเวลาที่กำหนดไว้ในสมุดคู่มือ ทั้งรถยนต์รุ่นที่ขายในประเทศไทยแตกต่างจากที่ขายในต่างประเทศ และที่ขายในต่างประเทศก็ไม่เคยถูกเรียกคืนเพื่อเปลี่ยนสินค้า
ทั้งการเรียกคืนมีหลายอย่าง เช่น เพื่อตรวจสอบหรือปรับปรุงประสิทธิภาพ

โจทก์ทั้ง 9 ไม่อาจเรียกเอาค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้ เพราะเลยที่ 3 มิได้กระทำโดยเจตนาเอาเปรียบผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือจงใจให้ผู้บริโภคได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่นำพาต่อความเสียหายที่จะเกิดแก่ผู้บริโภค หรือกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนต่อความรับผิดชอบในฐานะผู้มีอาชีพหรือธุรกิจอันย่อมเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน ไม่ได้ผลิต นำเข้า หรือขายสินค้าโดยรู้
อยู่แล้วว่าสินค้านั้นเป็นสินค้าที่ไม่ปลอดภัย หรือมิได้รู้เพราะความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือเมื่อรู้ว่าสินค้าไม่ปลอดภัยภายหลังจากการผลิต นำเข้า หรือขายสินด้านั้นแล้วไม่ดำเนินการใด ๆ
ตามสมควรเพื่อข้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย จึงไม่จำต้องประกาศและรับสินค้าคืนหรือใช้ราคาแก่โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่ม

หรือต้องห้ามจำหน่ายสินค้าที่เหลืออยู่และเรียกเก็บสินค้าที่ยังไม่ได้จำหน่ายกลับคืนจนกว่าจะได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงให้มีความปลอดภัย หรือต้องห้ามผลิต นำเข้าสินค้าหรือทำลายสินค้าที่เหลือ โจทก์ทั้งเก้าและสมาชิกไม่อาจเรียกเอาค่าสินไหมทดแทนในความเสียหายต่อจิตใจได้ เพราะความเสียหายต่อจิตใจต้องเนื่องมาจากมีความเสียหายต่อร่างกาย สุขภาพ อนามัยเท่านั้น

โจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่มไม่อาจเรียกเอาค่าขาดประโยชน์ได้ เพราะเข้าข้อยกเว้นการรับประกันของจำเลยที่ 1 ทั้งโจทก์ทั้ง 9 และสมาชิกกลุ่มหลายคนยังได้รับรถยนต์ไปใช้ในระหว่างซ่อม โจทก์ทั้ง 9 ฟ้องคดีเมื่อพันเวลาปีหนึ่งนับแต่เวลาที่ได้พบเห็นความชำรุดบกพร่องจึงขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง

เจาะข้อมูลนำสืบ รถยนต์รุ่นพิพาท

จำเลยทั้ง 3 นำสืบว่า รถยนต์รุ่นพิพาทแบ่งออกได้เป็น 2 ช่วง ช่วงแรก คือ รถยนต์ที่จำหน่ายในปี 2557 ถึงปี 2561 และช่วงที่สอง คือ รถยนต์ที่เปลี่ยนรูปร่างภายนอกและภายใน ซึ่งจำหน่ายในปี 2562 จนถึงปัจจุบัน รถยนต์ของโจทก์ทั้ง 9 เป็นรถยนต์ที่จำหน่ายในช่วงแรก

รถยนต์รุ่นพิพาทไม่ใช่สินค้าที่ชำรุดบกพร่องและไม่ไช่สินค้าที่ไม่ปลอดภัย แต่เป็นรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลซึ่งมีกำลังอัดสูง ทำให้เครื่องยนต์สั่นมากกว่าเครื่องยนต์เบนซิน ทั้งเครื่องยนต์ดีเชล
ใช้วิธีฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปที่กระบอกสูบเพื่อจุดระเบิด น้ำมันเชื้อเพลิงไม่ได้รวมกับอากาศมาก่อนทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์เหมือนเครื่องยนต์เบนชินและทำให้เกิดเขม่า

รถยนต์จึงมีอุปกรณ์เพื่อลดมลพิษจากไอเสีย คือ ระบบหมุนเวียนอเสีย (อีจีอาร์) กับระบบกรองและกำจัดเขม่า (ดีพีเอฟ) แต่ระบบหมุนเวียนไอเสีย (อีจีอาร์) ไม่ทำให้รถยนต์สั่นหรือเร่งไม่ขึ้นแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ทำให้เกิด เขม่าเพิ่มขึ้น และการกำจัดเขม่ามิได้เกิดในเครื่องยนต์ แต่เขม่าที่เกิดขึ้นตามปรกติอาจทำให้เครื่องยนต์สั่นได้ และหากมีการดัดแปลงเครื่องยนต์ เช่น ติดกล่องดันราง ตั้งโปรแกรมการทำงานของเครื่องยนต์ขึ้นใหม่ (รีแมฟ) เพื่อเพิ่มปริมาณการฉีดน้ำมัน

การตัดระบบหมุนเวียนไอเสีย (อีจีอาร์) ออกไปทำให้การเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ เกิดเขม่ามากขึ้น เพราะอุณหภูมิในห้องเผาไหม้ไม่เป็นไปตามค่าที่กำหนด อาจทำให้รถยนต์สั่นและเร่งเครื่องยนต์ไม่ขึ้นได้ เขม่าอาจไปสะสมที่ระบบกรองและกำจัดเขม่า (ดีพีเอฟ) มากกว่าปรกติ รถยนต์รุ่นพิพาทมีการกำจัดเขม่าแบบอัตโนมัติ ซึ่งทำงานเมื่อขับขี่รถยนต์ด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป จะไม่ทำงานเมื่อดับเครื่องยนต์ การทำงานใช้วิธีการให้หัวฉีดฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มเข้าไปเพื่อเผาไหม้แล้วส่งไอเสียไปที่ระบบกรองและกำจัดเขม่า
(ดีพีเอฟ)

ทั้งนี้การกำจัดเขม่าจะเกิดขึ้นบ่อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการใช้งานรถยนต์ด้วย เช่น การจราจรที่ติดขัดเป็นเวลานานทำให้เกิดเขม่าสะสมได้มาก ทั้งในขณะที่รถยนต์กำลังกำจัดเขม่าอยู่นั้น ผู้ใช้รถยนต์สามารถขับได้ตามปรกติ รวมถึงเร่งความเร็วได้ตามปรกติ รถยนต์รุ่นพิพาทมีสมุดคู่มือการใช้ให้แก่ลูกค้า ซึ่งมีคำแนะนำเกี่ยวกับชนิดของน้ำมันเครื่องที่ใช้ด้วย เพราะหากใช้น้ำมันเครื่องชนิดอื่นจะทำให้อายุการใช้งานของระบบกรองและกำจัดเขม่า (ดีพีเอฟ) สั้นลงหรือเสียหายได้

เมื่อรถยนต์รุ่นพิพาทถูกจำหน่ายไปแล้วระยะหนึ่ง ผู้ผลิตได้พัฒนาซอฟต์แวร์กล่องควบคุมเครื่องยนต์ขึ้น จึงต้องจัดการซอฟต์แวร์นี้ใหม่ เรียกว่า อัพเดทซอฟต์แวร์หรือรีโปรแกรม อันเป็นการบำรุงรักษารถยนต์ตามปรกติ แม้ว่ารถยนต์จะไม่มีอาการสั่นหรือเร่งความเร็วไม่ขึ้นก็ตาม การรีโปรแกรมจึงไม่ใช่การแก้ไขความชำรุดบกพร่อง

ศาลสั่งจำเลยที่ 1 ชำระเงิน พร้อมประกาศรับรถแก้ไขภายใน 2 ปี

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ทั้ง 9 และจำเลยทั้ง 3 แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์ทั้ง 9 เป็นผู้ครอบครองใช้รถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สกายแอคทีฟ เครื่องยนต์ดีเซล โจทก์ทั้ง 9 นำรถยนต์เข้าศูนย์บริการหลายครั้งอ้างว่ามีปัญหาเครื่องยนต์สั่น เร่งความเร็วไม่ขึ้น กับมีปัญหาน้ำมันเครื่องเกินหรือพร่องไปจากปรกติ

พิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินแก่โจทก์ที่ 1-9 กับให้จำเลยที่ 1 จัดการประกาศและรับรถยนต์ยี่ห้อมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สกายแอคที่ฟ เครื่องยนต์ดีเซล ที่ผลิตระหว่างปี 2557 ถึงปี 2561 (ก่อนเปลี่ยน
รูปร่างภายนอกและภายใน เพื่อทำการแก้ไขภายในสองปีนับแต่วันพิพากษา โดยค่าใช้จ่ายของจำเลยที่ 1 เอง ห้ามจำเลยที่ 1 จำหน่ายรถยนต์รุ่นดังกล่าวที่ผลิตในช่วงปี 2557 ถึงปี 2561(ก่อนเปลี่ยนรูปร่างภายนอกและภายใน) ที่เหลืออยู่ และให้เรียกเก็บรถยนต์รุ่นดังกถ่าวที่ผลิตในช่วงเวลาดังกล่าวที่ยังไม่ได้จำหน่ายแก่ผู้บริโภค หากมีกลับคืนจนกว่าจะได้มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงสินค้าดังกล่าวให้มีความปลอดภัย

กับให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าฤชาธรรมเนียมต่อศาลในนามของโจทก์ทั้ง 9 เฉพาะในทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ทั้ง 9 ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 100,000 บาท และให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินรางวัลของทนายความฝ่ายโจทก์ทั้ง9 เป็นจำนวนเงิน 150,000 บาท รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ตามบัญชีค่าใช้จ่ายที่ทนายความโจทก์ทั้ง 9 ยื่นต่อศาลฉบับลงวันที่ 22 มีนาคม 2566 เป็นเงิน 294,744 บาท ให้แก่ทนายความฝ่ายโจทก์ทั้ง 9 ยกฟ้องโจทก์ทั้ง 9

สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีระหว่างโจทก์ทั้ง 9 กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...