โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รักเฟิร์นจนเปลี่ยนชีวิต! หนุ่มรุ่นใหม่ลาออกจากครูว่ายน้ำ ปั้นสวนเฟิร์นขายส่ง สร้างรายได้หลักแสน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 23.09 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 23.05 น.

เฟิร์น (Fern) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Pteridophyta เป็นพืชอีกกลุ่มหนึ่งที่มีราว 20,000 สปีชีส์ โดยถูกจำแนกในไฟลัม Pteridophyta หรือ Filicophyta เฟิร์นเป็นพืชที่มีท่อลำเลียงที่แตกต่างไปจากไลโคไฟตา (lycophyte) ตรงที่มีลักษณะใบแท้จริง (megaphylls) ที่ต่างจากพืชที่มีเมล็ด และที่สำคัญระบบสืบพันธุ์ไม่มีดอกและเมล็ด ซึ่งวงจรชีวิตของเฟิร์นนั้นเป็นวงจรชีวิตแบบสลับ โดยมีระยะสปอโรไฟต์ที่มีโครโมโซม 2 ชุด (diploid) และแกมีโทไฟต์ที่มีโครโมโซม 1 ชุด (haploid) ซึ่งแกมีโทไฟต์ของเฟิร์นสามารถดำรงชีวิตได้อย่างอิสระ

เฟิร์นเป็นพืชที่เจริญเติบโตช้าจึงมีความต้องการสารอาหารในปริมาณที่ไม่มาก ทำให้สามารถเจริญเติบโตได้บนดินที่เลว บนหิน ตามร่องหินหรืออาศัยอยู่บนต้นไม้ได้ จึงเป็นไม้ประดับที่นิยมนำมาตกแต่งภายในสวน เพื่อให้เกิดความอ่อนช้อยและมีมิติมากยิ่งขึ้น เมื่อนำมาปะปนอยู่กับไม้อื่นๆ ภายในบริเวณนั้น

คุณสุเมธ ศรีสุนทร เป็นเกษตรกรปลูกเฟิร์นอยู่ที่ตำบลบ้านโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเฟิร์นที่เขาปลูกและขยายพันธุ์นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ โดยเริ่มทำจากความชอบจนกลายมาเป็นอาชีพที่ทำรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี

ครูสอนว่ายน้ำ

ผู้มีใจรักเฟิร์น

คุณสุเมธ เกษตรกรคลื่นลูกใหม่ไฟแรง เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นเขามีอาชีพเป็นครูสอนว่ายน้ำ เพราะได้จบการศึกษาเกี่ยวกับด้านทางการกีฬาจึงได้รับสอนพิเศษเกี่ยวกับการว่ายน้ำ โดยช่วงนั้นจะมีเวลาออกไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ที่เกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร จึงมีโอกาสเห็นเฟิร์นตามแหล่งนั้นๆ เกิดความชอบและได้ซื้อมาปลูกเองที่บ้านเพื่อสะสมในเวลาต่อมา

“พอความชอบมันเริ่มมี ทีนี้ก็จะออกไปเที่ยวชมตามแหล่งต่างๆ ที่เขามีสวนกันเพื่อซื้อต้นเฟิร์นมาปลูก บางครั้งถึงกับอยากดูเฟิร์นที่เป็นธรรมชาติแท้ๆ เราก็จะไปเที่ยวตามแหล่งธรรมชาติ ที่ต้นเฟิร์นขึ้นอยู่ในป่า เพื่อเป็นการเรียนรู้และศึกษาอุปนิสัยของไม้ชนิดนี้ เพราะยิ่งได้เรียนรู้และศึกษา บอกเลยว่าหลงใหลและมีความสุขมากกับไม้ชนิดนี้” คุณสุเมธ เล่าถึงที่มา

เนื่องจากเฟิร์นเป็นไม้โบราณที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณสุเมธ บอกว่า อยากที่จะทำการขยายพันธุ์ดูแลให้ได้มากๆ เพื่อเป็นการส่งต่อความสุขที่เขาได้ลงมือทำ ไปยังผู้ปลูกรายอื่นๆ ได้มีความสุขเหมือนกับที่เขาได้รับ

ขยายพันธุ์ด้วยการแบ่งกอเป็นหลัก

คุณสุเมธ เล่าให้ฟังต่อว่า เฟิร์นที่นำมาปลูกสะสมในช่วงแรกสามารถขยายพันธุ์ออกจำหน่ายสู่ตลาดได้ จึงได้มองในเรื่องของการทำเป็นอาชีพอย่างจริงจัง โดยได้ลาออกจากการเป็นครูสอนว่ายน้ำ และมาปลูกเลี้ยงดูเฟิร์นเพื่อเป็นอาชีพในแบบที่เขารัก โดยค่อยๆ ลงทุนทีละเล็กละน้อยนำผลกำไรที่ได้มาขยายสวนให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งสายพันธุ์เฟิร์นต่างๆ ที่อยู่ภายในสวนเป็นไม้ที่เขาได้เก็บสะสมไว้เองทั้งหมด และเมื่อไม้เจริญเติบโตจนสามารถขยายพันธุ์ได้ เขาก็จะนำมาแบ่งกอใส่กระถางใหม่เพื่อให้เกิดต้นใหม่และมีจำนวนมากๆ เหมือนต้นแม่ทุกประการ

“เฟิร์นนี่ขยายพันธุ์ได้หลายวิธี มีทั้งการเพาะสปอร์ แยกหน่อหรือแบ่งกอ ซึ่งการเพาะสปอร์ดีอยู่ตรงที่สามารถเพาะได้จำนวนมากๆ แต่ใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ที่สวนผมจะใช้วิธีแยกกอเป็นหลัก โดยเลือกสายพันธุ์ที่สวยๆ มาทำการขยายพันธุ์ มันก็จะทำให้เราได้ต้นใหม่ที่ออกมา สวยเหมือนต้นแม่ทุกประการ” คุณสุเมธ บอก

เมื่อแยกกอต้นใหม่ออกมาจากต้นแม่แล้ว คุณสุเมธ บอกว่า จะนำมาปลูกลงในวัสดุปลูกจำพวกมะพร้าวสับผสมกับขุยมะพร้าว ปลูกใส่ลงในกระถางขนาด 6 นิ้ว ประมาณ 3 เดือน ไม้ก็จะเริ่มมีขนาดกอที่ใหญ่ขึ้น ก็จะทำการย้ายมาปลูกลงในกระถาง 8 นิ้วอีกครั้งหนึ่ง โดยไม้ทั้งหมดจะต้องอยู่ในโรงเรือนที่คุมด้วยตาข่ายพรางแสง 60 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นดูแลอีกสักระยะไม้ก็จะเริ่มได้ขนาดไซซ์ที่จำหน่ายได้

การรดน้ำเฟิร์นจะเน้นรดตามสภาพอากาศ ถ้าช่วงไหนที่มีอากาศไม่ร้อนมาก รดน้ำวันละ 2 ครั้ง แต่ถ้าช่วงฤดูร้อนอากาศแห้งมากๆ จะรดน้ำถึงวันละ 3 ครั้ง ต่อวัน เพื่อให้สภาพแวดล้อมภายในสวนมีความชื้น เพราะเฟิร์นเป็นไม้ป่าที่ชอบสภาพแวดล้อมแบบร้อนชื้น

“ปุ๋ยเราก็จะใส่ออสโมโค้ทสูตรเสมอ 13-13-13 ไปในช่วงที่เราย้ายมาปลูกใหม่ๆ ได้เลย เพราะช่วงนั้นไม้ก็จะมีรากอยู่เหมือนกัน พอผ่านได้สักระยะก็จะใช้สูตรเสมอ 15-15-15 นำมาละลายน้ำรดไปที่กระถางอีกครั้ง ส่วนในเรื่องของโรคแมลงนั้น ก็ดูตามความเหมาะสม เพราะแต่ละฤดูกาลไม่เหมือนกัน ช่วงหน้าร้อนหนอนก็จะชอบกินใบอ่อน ช่วงหน้าฝนก็จะเกิดเชื้อรา ดังนั้น เราก็จะป้องกันตามช่วงที่เกิด ฉีดพ่นยาให้ติดๆ กัน ประมาณ 3 สัปดาห์มันก็จะหาย เราก็เว้นไป พอเห็นเกิดอีกก็จะป้องกันแบบนี้ทุกครั้ง ก็จะไม่ทำให้ไม้เสียหาย” คุณสุเมธ บอกถึงวิธีป้องกันโรคและแมลง

เน้นขายส่งเป็นหลัก

ในเรื่องของการทำตลาดจำหน่ายเฟิร์นนั้น คุณสุเมธ บอกว่า ไม่ค่อยเกิดปัญหาในเรื่องนี้มากนัก เพราะช่วงที่ได้ไปหาซื้อต้นไม้ในช่วงแรกๆ ก็พอรู้จักกับร้านที่จำหน่ายต้นไม้อยู่แถวบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี จึงทำให้สามารถติดต่อกับร้านต่างๆ และนำไม้ที่อยู่ภายในสวนมาส่งจำหน่ายให้กับร้านในแถบนี้เป็นหลัก

“ตอนนี้ไม้ในสวนส่วนมากก็ยังผลิตไม่ทัน เพราะเฟิร์นทั้งหมดไม่ได้จ้างใครทำเลย เราทำเองแบบธุรกิจครอบครัว ไม่ได้มีลูกจ้าง เพราะรู้สึกว่าทุกขั้นตอนที่ผ่านมือเรา รู้สึกมั่นใจกว่าที่จะให้คนอื่นมาช่วยดูแล หลักๆ เฟิร์นพันธุ์ที่ขายดีในสวนผมก็จะเป็น เฟิร์นสไบนาง เฟิร์นอัษฎางค์ และเฟิร์นราชินี โดยราคาขนาดกระถาง 8 นิ้ว ขายส่งอยู่ที่ 100 บาท เฟิร์นยังถือว่าเป็นไม้ที่ราคายังดีอยู่ เพราะใช้เวลาเลี้ยงดูนาน แต่ถ้าเจริญเติบโตเต็มที่ก็จะเป็นพุ่มกอที่สวยมาก ก็ยังถือว่าเป็นไม้ที่ยังได้รับความนิยมอยู่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบไม้ชนิดนี้” คุณสุเมธ บอกถึงเรื่องการตลาด

สำหรับผู้ที่ซื้อเฟิร์นไปปลูกและเกิดใบไหม้กอไม่สวย คุณสุเมธ แนะนำว่า ควรปลูกให้อยู่ในพื้นที่ร่มรำไร โดยไม่ให้ตากแดดมากจนเกินไป ยิ่งเป็นในช่วงเช้าๆ ได้จะดีกว่าโดนแดดตลอดทั้งวัน

หากท่านใดที่สนใจอยากปลูกเฟิร์นเป็นอาชีพสร้างรายได้นั้น เฟิร์นก็ถือว่าเป็นไม้ที่สามารถทำเงินได้เหมือนกัน เพียงแต่ผู้ที่เริ่มทำใหม่ๆ ต้องค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป โดยอย่าไปลงทุนในการทำในครั้งเดียว แต่ถ้าชอบเริ่มศึกษาและลงมือทำนำประสบการณ์ที่ได้มาปรับใช้ การปลูกเฟิร์นเป็นอาชีพที่สามารถสร้างเงินได้อย่างแน่นอน

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณสุเมธ ศรีสุนทร หมายโทรศัพท์ (085) 298-0498

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ.2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รักเฟิร์นจนเปลี่ยนชีวิต! หนุ่มรุ่นใหม่ลาออกจากครูว่ายน้ำ ปั้นสวนเฟิร์นขายส่ง สร้างรายได้หลักแสน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.khaosod.co.th/technologychaoban

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...