รู้จัก GAC Aion แบรนด์ EV ใหม่จ่อตั้งโรงงานในไทย ด้วยการลงทุนกว่า 6.4 พันล้านบาท
- ที่มาของ GAC Aion ไม่ใช่ค่ายรถที่เพิ่งมา
- เหตุใดจึงเลือกไทยเป็นประเทศแรกในตลาดต่างประเทศ
- GAC Aion ถือว่าเติบโตได้รวดเร็วมาก ในประเทศบ้านเกิด
- ไทยมีความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์เกือบทุกด้าน
- ลงทุนในไทยเริ่มต้นที่ 6,400 ล้านบาท ตั้งเป้า 1 แสนคันต่อปี
GAC Aion เตรียมเข้ามาทำตลาดในไทยในเร็ว ๆ นี้ หลังจากได้ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงการลงทุนต่อคณะกรรมการนโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของประเทศไทยหรือ EEC เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา
โดยทาง GAC Aion ได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเข้าพบกับคณะตัวแทน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และกระทรวงอุตสาหกรรม (MIND)
เพื่อหารือความเป็นไปได้ที่ GAC Aion ในการจำหน่าย ในประเทศไทย และลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในอนาคต พร้อมยื่นหนังสือแจ้งความจำนงต่อโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
หลายคนอาจมีคำถามว่า GAC Aion คือบริษัทอะไร มีที่มาอย่างไร เราจึงได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้น ทั้งที่มาของแบรนด์ และสิ่งที่หลายคนสงสัยในการลงทุนในไทยครั้งนี้มาให้ได้อ่านกัน ดังนี้
GAC Aion ไม่ใช่ค่ายรถที่เพิ่งมา
Guangzhou Automobile (GAC) Group บริษัทแม่ของ GAC Aion ก่อตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน 1997 เป็นสำนักงานใหญ่ของกลุ่มรถยนต์ร่วมหุ้นของรัฐในกวางโจว ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 5 ในจีน
โดยในปี 2018 GAC Aion ได้ถูกก่อตั้งขึ้น เริ่มแรกถูกวางให้เป็นแบรนด์ย่อยซึ่งทำแต่อีวีโดยเฉพาะ ภายใต้บริษัทย่อย GAC New Energy แต่หลังจากปี 2020 เป็นต้นมา GAC Aion ถูกประกาศให้เป็นแบรนด์ใหม่ภายใต้ GAC Group และยุบส่วนของ GAC New Energy ไป
GAC Aion ถือว่าได้รับประสบความสำเร็จในประเทศบ้านเกิดอยู่ไม่น้อย โดยได้เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ามาแล้วหลากหลายรุ่น เช่น GAC Aion S, Aion LX, Aion V และ Aion Y รวมถึงนำเสนอรถต้นแบบของแบรนด์สำหรับอนาคตและนำเสนอเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการชาร์จด้วย
GAC Aion มียอดขายทั้งหมดอยู่ที่ 271,000 คันในปี 2022 โดยตามแผนการดำเนินงานของ GAC Aion ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะพิชิตยอดขาย 1 ล้านคันให้ได้ภายในปี 2025 และ 3 ล้านคัน ภายในปี 2030
อ่านเพิ่มเติม : GAC Aion สร้างสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งแรกในกวางโจวได้แล้ว เคลมใช้เวลา 2.5 นาที
เหตุผลในการเลือกประเทศไทย
Mr. Wang Liping อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ และพาณิชย์ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นตลาดรถยนต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีแนวโน้มในการเจริญเติบโตดีที่สุด และรัฐบาลไทยได้ออกนโยบายหลายชุดเพื่อสนับสนุนการผลิต และการขายรถยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย
เขากล่าวต่อไปว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการมาถึงของ GAC Aion และเราจะสนับสนุนการลงทุน และการพัฒนาวิสาหกิจของจีนในประเทศไทยอย่างเต็มที่ ทางเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย"
เหตุใด GAC Aion เลือกไทยเป็นประเทศแรกในตลาดต่างประเทศ
นอกจากนี้ Mr. Xiao Yong (นายเซียว หยง) รองผู้จัดการทั่วไปของ GAC Aion กล่าวว่า "รัฐบาลไทยได้มีนโยบายสนับสนุนการนำรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้อย่างแพร่หลาย และผู้บริโภคชาวไทยซื้อ หรือกำลังพิจารณาซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น”
Mr. Xiao กล่าวต่อไปว่า “ทั้งนี้ เราจะถือว่าประเทศไทยเป็นเป้าหมายแรกของกลยุทธ์ในต่างประเทศของ GAC Aion จุดแรกคือการนำผลิตภัณฑ์และบริการของ Aion เข้าสู่ตลาดประเทศไทยโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้รับประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกและสบายยิ่งขึ้น"
GAC Aion ถือว่าเติบโตได้รวดเร็วมาก ในประเทศบ้านเกิด
เว็บไซต์ รัฐบาลไทย ระบุถึงการเปิดเผยข้อมูลจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม หลังให้การต้อนรับ Mr. Xiao Yong รองผู้จัดการทั่วไปของ GAC Aion และคณะ ว่า
“การทำงานของบริษัท GAC Aion นับว่าเติบโตเร็วมาก โดยใช้เวลาเพียง 5 ปี ก็สามารถก้าวขึ้นเป็น Top 3 ของตลาดรถยนต์ EV ในประเทศจีนแล้ว จึงนับเป็นเครื่องการันตีได้ว่า อุตสาหกรรมรถยนต์ EV มีลู่ทางที่สดใส
ซึ่งอาจไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ EV เท่านั้น ยังรวมถึงอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ เช่น เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการผลิตแบตเตอรี่ หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นต้น”
ไทยมีความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์เกือบทุกด้าน
ดร.ณัฐพล กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tyre Testing, Research and Innovation Center–ATTRIC) และยินดีหากทาง GAC AION จะนำรถยนต์เข้ามาทดสอบมาตรฐานหรือทำ R&D ในไทย ก็สามารถดำเนินการได้”
“นอกจากนี้ ประเทศไทยยังมีการลงทุนของบริษัทชิ้นส่วนยานยนต์ชั้นนำระดับโลกถึง 17 แห่ง จาก 20 แห่ง โดยกระจายอยู่ใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดปทุมธานี ระยอง ชลบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร อาทิ BOSCH , DENSO , SUMITOMO YAZAKI , FAURECIA เป็นต้น
ทำให้สามารถรองรับการเป็นห่วงโซ่การผลิตรถยนต์ได้เป็นอย่างดี รวมถึงมีนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่ EEC กว่า 40 แห่ง ซึ่งมีระบบการกำกับดูแลที่เป็นมาตรฐานระดับสากล แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความเชื่อมั่นของประเทศเป็นอย่างยิ่ง” ดร.ณัฐพล กล่าว
อ่านเพิ่มเติม : รู้จัก GAC AION Y ครอสโอเวอร์อีวีขนาดเล็ก วิ่งได้ 430 กม. เริ่มที่ 6 แสนบาท
ลงทุนในไทยเริ่มต้นที่ 6,400 ล้านบาท ตั้งเป้า 1 แสนคันต่อปี
Mr. Xiao Yong รองประธานบริษัท GAC Aion กล่าวว่า เบื้องต้นได้เตรียมการสำหรับลงทุนในไทย 100% แต่หลังจากที่ได้หารือกับหลายหน่วยงาน อาทิ EEC และ BOI ก็ทำให้เกิดแนวคิดการหาผู้ร่วมลงทุน
โดยในการลงทุนจะเป็น GAC Aion ถือครองสัดส่วนในจำนวนที่มากกว่า และตั้งเป้าผลิตรถยนต์ EV ในไทยให้ได้ 100,000 คันต่อปี นอกจากการตั้งโรงงานการผลิตรถยนต์ EV แล้ว ยังขยายไปยังอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในการผลิตแบตเตอรี่ด้วย
โดยมูลค่าการลงทุนในประเทศไทยของ GAC Aion เบื้องต้นอยู่ที่ประมาณ 1,300 ล้านหยวน หรือ ประมาณ 6,400 ล้านบาท
ตั้งโรงงานด้วยพื้นที่เท่าไหร่
เว็บไซต์รัฐบาลไทยรายงานว่า ปัจจุบันบริษัท Aion ได้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าระบบอัตโนมัติ ผลิตเทคโนโลยี Robot และอุตสาหกรรมการบินและการคมนาคมอื่น ๆ ที่ไม่เฉพาะแต่รถยนต์ EV เท่านั้น แต่จะขยายไปยัง Eco System ในด้านอื่น ๆ ด้วย
โดย AION มีความต้องการใช้พื้นที่ในการตั้งโรงงานประมาณ 500 ไร่ แต่เมื่อพิจารณาถึงองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ระบบการขนส่งโลจิสติกส์ และระบบการดำเนินการอื่น ๆ แล้ว อาจต้องใช้พื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่
อย่างไรก็ตาม การตั้งโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ที่มากกว่า 500 - 1,000 ไร่ และเป็นนักลงทุนเป็นชาวต่างชาติด้วยนั้น มีความเป็นไปได้ว่าต้องตั้งอยู่ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม หรือสวนอุตสาหกรรม จึงจะได้รับสิทธิในการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยจะยังได้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ตามที่ BOI ให้การส่งเสริมอยู่
เธอจะเป็นอีกคนหรือเปล่า
สำหรับการเข้ามาของแบรนด์ GAC Aion ในไทยถือเป็นนิมิตรหมายอันดีที่มีแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีนมาเป็นตัวเลือกเพิ่มขึ้นในบ้านเรา โดยแบรนด์อีวีจากจีนแต่ละแบรนด์นั้นก็มีเอกลักษณ์ที่ต่างกันออกไป แต่สิ่งที่ควรทำเมื่อเข้ามาแล้วคือบริการหลังการขายที่แบรนด์จีนที่เข้ามาแล้วยังคงมีปัญหาอยู่ไม่น้อย
ขณะเดียวกัน แบรนด์จีนก็มีจุดขายในด้านของความคุ้มค่าต่อผู้บริโภคที่มากกว่าแบรนด์จากชาติอื่น จนแบรนด์เหล่านั้นต้องพยายามทำให้รถของตนคุ้มค่ายิ่งขึ้น หากผู้ผลิตรถยนต์ใดมีทั้งความคุ้มค่าต่อราคาและยังมีความน่าเชื่อถือที่สมดุลกัน ก็จะสามารถชนะใจคนไทยได้ไม่ยาก
อ่านเพิ่มเติม : เผยโฉม GAC Aion Hyper SSR ซุปเปอร์คาร์ไฟฟ้าคันแรกของจีน ที่ 0-96 กม./ชม. ไม่ถึง 2 วินาที