โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ตำรวจเอาจริง! สายแว้น ยกล้อ นอนหมอบ จับ ปรับ ยึดรถ ยก 4 คดีตัวอย่าง ศาลสั่งทั้งจำทั้งปรับ-ริบรถของกลาง

สวพ.FM91

อัพเดต 11 ส.ค. 2567 เวลา 09.58 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. 2567 เวลา 09.58 น.

11 ส.ค.67 พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ได้มีนโยบายกวดขันวินัยจราจรเพื่อลดอุบัติเหตุและลดความสูญเสียที่เกิดจากความประมาท ละเลยกฎจราจร เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมยกตัวอย่างอุทาหรณ์ 4 เหตุการณ์ล่าสุด ที่ศาลตัดสินลงโทษหนัก เพื่อเป็นอุทาหรณ์

กรณีที่ 1 เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ปรากฎคลิปจากเพจ “เฮียขับรถ” ซึ่งเป็นกลุ่มรถจักรยานยนต์ขับขี่ในลักษณะประมาทน่าหวาดเสียว คณะทำงานจึงได้บูรณาการร่วมกับ บก.น.7 โดยมี พ.ต.อ.ชัยพล เอกกุล รอง ผบก.น.7 และ พ.ต.อ.บุญโรจน์ โลจายะ ผกก.สน.ธรรมศาลา สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวหนึ่งในผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา และนำตัวส่งฟ้องศาลในข้อหา “ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ ,ขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ ต่อมาศาลพิพากษา จำคุก 1 เดือน ปรับ 4,500 บาท โทษจำคุกรอ 2 ปี รายงานตัว 4 ครั้ง ทำงานบริการสังคมหรือสาธารณะประโยชน์ 20 ชั่วโมง

กรณีที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรากฏภาพบนโซเชียลมิเดียโพสต์คลิป ชายขับขี่รถจักรยานยนต์ในลักษณะส่ายไปมา-นอนขับ-ยืนขับ พร้อมทั้งโชว์บั้นท้าย คณะทำงานฯ จึงได้มีการประสานข้อมูลบูรณาการร่วมกับ ภ.จว.สุรินทร์ โดยมี พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ ศรีเสริม รอง ผบก.ภ.จว.สุรินทร์ และ พ.ต.อ.วีระพันธ์ ณ ลำปาง ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ ท้องที่เกิดเหตุ สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุ มารับทราบกล่าวหาและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ในข้อหา “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ” ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 2 เดือน ปรับ 5,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

กรณีที่ 3 เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้ปรากฎคลิปภาพเยาวชนอายุ 14-16 ปี จำนวน 8 ราย ได้ขับรถมาจอดรอบริเวณสี่แยกไฟแดง แล้วมีการเบิ้ลเครื่องส่งเสียงดัง-ยกล้อและจอดรถมายืนชูมือกลางถนน ท่ามกลางฝนตกหนัก คณะทำงานจึงได้บูรณาการร่วมกันกับ ภ.จว.ขอนแก่น โดยมี พ.ต.อ.ถนอมสิทธิ์ วงษ์วิจารณ์ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และ พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ท้องที่ที่เกิดเหตุ สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา โดยชุดสืบสวนได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุจำนวน 4 คันไว้เป็นของกลาง พาชายเยาวชนทั้ง 8 คนเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานขับรถโดยประมาทน่าหวาดเสียวฯ ,ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ ,ก่อให้เกิดเสียงดังเดือดร้อนรำคาญในถนนสาธารณะ ,ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาตขับรถ,และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน”และดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

และกรณีสุดท้าย เมื่อวันที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรากฎคลิปภาพรถจักรยานยนต์ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในโซเชียล คณะทำงานจึงได้บูรณาการร่วมกับ บก.น.8 โดย พ.ต.อ.เจษฎา สวยสม รอง ผบก.น.8 และ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ ท้องที่เกิดเหตุ สืบสวนสอบสวนจนสามารถติดตามนำตัวผู้ก่อเหตุ มารับทราบกล่าวหาและนำตัวส่งฟ้องต่อศาล ในข้อหา “ขับขี่รถโดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวฯ, ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยฯ” ศาลมีคำพิพากษาลงโทษ จำคุก 1 เดือน ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง โทษจำคุกรอลงอาญา 1 ปี

นอกจากนี้ พล.ต.ท.สำราญฯ ย้ำว่า คณะทำงานป้องกันและปราบปรามการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น แข่งรถในทางและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้วางแนวทางการดำเนินคดีอย่างเข้มงวดในกรณีขับขี่ในลักษณะนี้ คือการนอนหมอบขับขี่-ยกล้อ-เบิ้ลเครื่องส่งเสียงดัง ล้วนเป็นการขับขี่โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของตนเองและผู้อื่น เป็นอันตรายและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นเป็นอย่างมาก และศาลมีแนวทางคำพิพากษาลงโทษหนัก ทั้งผู้ขับขี่และเจ้าของรถ ทั้งนี้ ยังได้ขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ทั้งการโพสต์ชักชวน เชิญชวน บนสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ รวมทั้งการรวมตัวกันบนท้องถนนที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยพี่น้องประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสเหตุได้ที่สายด่วน 191 หรือ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...