โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เจอข้อหาอ่วม! หนุ่มถ่ายอุจจาระลงทะเล เมืองพัทยา เจ้าท่า และ ตร.ท่องเที่ยว เอาจริงจับ-ปรับ หลังทำลายภาพลักษณ์ด้านท่องเที่ยว

THE PATTAYA NEWS

อัพเดต 31 ส.ค. 2567 เวลา 11.25 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2567 เวลา 04.25 น. • เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya News

จากกรณีที่โลกสื่อสังคมออนไลน์ เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Boat Oi” โพสต์ข้อความว่า “กินข้าวหรือยัง น้าแบ้ ผมเป็นห่วง ใจบุญขนาดขี้ยังให้ปลากิน“ พร้อมคลิปวีดีโอผู้ชายคนหนึ่ง สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ ถกกางเกง เกาะท้ายเรือนั่งยอง หย่อนก้นปล่อยอุจจาระลงสู่น้ำทะเล ด้วยท่าทีและสีหน้าที่สนุกสนาน ท่ามกลางนักท่องเที่ยวกำลังขี่เจ็ทสกีเที่ยวเล่น และนั่งเรือเข้าฝั่ง ซึ่งภายในคลิปยังได้ยินเสียงยุยงจากคนรอบข้างให้ถ่ายอุจจาระเลย และชายคนดังกล่าวก็ทำตาม พร้อมให้คนถ่ายคลิปวีดีโอไว้ ว่า “ถ่ายเลย ถ่ายเลย” ก่อนที่ชายที่ปล่อยอุจจาระคนดังกล่าว ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 30 ส.ค.67 นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยนายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา พ.ต.ต.อภิชาติ จารุรักษ์ สว.ส.ทท.4 กก.2 บก.ทท.1 และนายมาโนช หนองใหญ่ รองนายกเมืองพัทยา ร่วมแถลงชี้แจงการดำเนินการกับผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายและปรับทัศนคติ หลังทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเมืองพัทยา

นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก ซึ่งเมือพัทยามีส่วนที่เกี่ยวข้องโดยตรง นอกจากภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวที่จะเสียหายแล้ว ยังเกิดความไม่สบายใจต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นการกระทำที่อุจาด และไม่อยากให้มีใครมาทำและเลียนแบบอีก โดยกล่าวอ้างว่าเกิดความคึกคะนอกแล้วนำไปลงในเฟชบุ๊ก จนมีการเผยแพร่ไปทั่ว ซึ่งการกระทำที่เกิดขึ้นตามอำนาจหน้าที่เมืองพัทยาเข้าข่ายการกระทำความผิด พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 ที่ห้ามผู้ใดถ่ายอุจาระหรือปัสสาวะลงในที่สาธารณะหรือสาธารณะที่ไม่ใช่สถานที่ราชการท้องถิ่นที่จัดไว้เพื่อการนั้น มีโทษปรับ 2,000 บาท เมืองพัทยาจะดำเนินการปรับสูงสุดตามข้อบังคับดังกล่าวต่อไป

ขณะที่นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำผิดตามมาตรา 119 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช 2456 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ 14) พ.ศ.2535 บัญญัติว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดเท ทิ้ง หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้หิน กรวด ทราย ดิน โคลน สิ่งของหรือสิ่งปฏิกูลใด ๆ ยกเว้นน้ำมันและเคมีภัณฑ์ลงในแม่น้ำ ลำคลอง บึง อ่าง เก็บน้ำ หรือทะเลสาป อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันหรือทะเล ภายในน่านน้ำไทย อันจะเป็นเหตุให้เกิดการตื้นเขิน ตกตะกอนหรือสกปรก เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากเจ้าท่า ผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และต้องชดใช้เงินค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียในการขจัดสิ่งเหล่านั้นด้วย พร้อมทั้งจะทำการตรวจหาข้อเท็จจริงเพิ่มและนำตัวผู้กระทำผิดดำเนินคดีตามกฎหมายพร้อมขยายว่ามีใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง และสนับสนุนผู้กระทำผิดหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุดังกล่าวขึ้นอีก

ด้าน พ.ต.ต. อภิชาต จารุรักษ์ สารวัตร สถานีตำรวจท่องเที่ยว 4 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 1 กล่าวว่า ในส่วนของทางตำรวจท่องเที่ยวก็จะได้มีการประสานงานกับพนักงานสอบสวนเพื่อดูความผิดในมาตรอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้น ก็จะมีเรื่องขอการนำข้อมูลเข้าสู่คอมพิวเตอร์ และจะมีการดูว่าจะมีใครร่วมกระทำผิดอีกบ้าง อีกทั้งจะเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่อไป

โดยนายโอม (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นบุคคลที่ปรากฏในคลิป ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่าเครียดมาก โดยเล่าว่า ตนเองเป็นเด็กจับเรือ หรือ หาเรือสปีดโบ๊ทข้ามฟาก ให้กับนักท่องเที่ยว ได้ปวดท้องหนัก แล้วก็ให้เขาขับเรือออกไปกลางทะเล ก็ไม่ทราบวาจะเป็นข่าวแบบนี้ แต่ในครั้งนี้ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ พร้อมทั้งขออภัยในสิ่งที่ทำลงไป และสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...