โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขข้อสงสัย! กล่องดำบนเครื่องบิน มีความสำคัญยังไง ใช้งานตอนไหน ?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 24 ส.ค. 2567 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 24 ส.ค. 2567 เวลา 04.13 น. • Bright Today

กล่องดำ อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินที่สำคัญที่สุด ทำไมจึงต้องมีในเครื่องบินทุกลำ แล้วมันใช้งานยังไง? ไปดูกันค่ะ

สืบเนื่องจากในปีนี้มีเหตุการณ์ เครื่องบินตก อยู่บ่อยครั้ง โดย 1 ในเหตุการณ์นั้น มีเครื่องบินที่ไม่มีกล่องดำ ทำให้ไม่ทราบถึงสาเหตุ หรือเหตุกาณ์จังหวะตอนเครื่องบินตก เลยทำให้หลายๆคนสงสัยว่า กล่องดำ ที่ว่า มีความสำคัญอย่างไรกับเครื่องบิน มีวิธีการทำงานอย่างไร วันนี้ ไบรท์ทีวี (BrightTV) จะมาไขข้อสงสัยค่ะ

กล่องดำ Black Box คืออะไร ?

กล่องดำ หรือ Black box คืออุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินที่สำคัญ มีส่วนช่วยในการจำลองเหตุการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุ และนำมาวิเคราะห์ถึงสาเหตุต่อไป ไม่ว่าเครื่องบินจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่ต้องมีกล่องดำ ตามกฎการบินขององค์การบินพลเรือนระหว่างประเทศ โดย กล่องดำถูกคิดค้นขึ้นโดย เดวิด วอร์เรน นักวิทยาศาสตร์ชาวออสเตรเลีย

ตัวกล่องดำ จะมีสีส้มชัดเจน สาเหตุที่กล่องดำไม่เป็นสีดำตามชื่อแต่กลับเป็นสีส้ม ก็เพราะว่าเป็นสีที่สะดุดตา ง่ายต่อการค้นหา มักติดตั้งอยู่บริเวณด้านหางท้ายเครื่อง เพราะเป็นบริเวณที่มีโอกาสรับความเสียหายน้อยกว่าส่วนอื่น

ZSjEr OLeQ-600

กล่องดำ มี 2 ชนิด

  • เครื่องบันทึกเสียงในห้องนักบิน (Cockpit Voice Recorder)
    Cockpit Voice Recorder หรือ CVR จะบันทึกเสียงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้องนักบินเพื่อประโยชน์ในการสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นเสียงพูดของนักบิน เสียงเครื่องยนต์ เสียงสัญญาณเตือน เสียงการเคลื่อนไหวของฐานล้อ เสียงการกดหรือปลดสวิตช์ต่าง ๆ เสียงการโต้ตอบการจราจรทางอากาศ การแจ้งข่าวสภาพอากาศ โดยรับเสียงจากไมโครโฟนของนักบิน และไมโครโฟนที่ติดตั้งไว้ในแผงอุปกรณ์ด้านบนระหว่างนักบิน
  • เครื่องบันทึกข้อมูลการบิน (Flight Data Recorder)
    จะบันทึกสภาวะต่าง ๆ ในระหว่างปฏิบัติการบิน เช่น ท่าทาง, ความสูง, ความเร็ว, ทิศทาง, การทำงานรวมถึงสถานะเครื่องยนต์และระบบต่างๆในเครื่องบิน, พิกัดตำแหน่งที่เครื่องบินเดินทาง และเวลา เป็นต้น โดยข้อมูลที่ได้จาก FDR มีประโยชน์ต่อการสอบสวนมาก เนื่องจากช่วยให้สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหวของการบิน เพื่อมองเห็นท่าทางเครื่องบินก่อนเกิดอุบัติเหตุ หรือสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ
ตำแหน่งกล่องดำบนเครื่องบิน

ดังนั้นกล่องดำจึงถูกออกแบบให้ทนทาน กล่องห่อหุ้มด้วยสเตนเลสสตีลหรือไทเทเนียมที่ทนทานต่อการกัดกร่อนสองชั้น และต้องผ่านการทดสอบ ก่อนใช้งานจริง เช่น

  • ยิงอุปกรณ์นี้ให้กระทบเป้าอะลูมิเนียมเพื่อให้เกิดแรงกระแทก 3,400G (คำนวณตามแรงโน้มถ่วงของโลก = 1G)
  • ทดสอบความทนต่อการเจาะ โดยปล่อยก้อนน้ำหนักขนาด 500 ปอนด์ (227 กิโลกรัม) ที่มีเข็มเหล็กขนาด 0.25 นิ้ว อยู่ด้านล่าง ให้กระทบลงบน CSMUซึ่งเป็นตัวเก็บข้อมูลของกล่องดำ จากความสูง 10 ฟุต (3 เมตร)
  • ทดสอบด้วยแรงกด 5,000 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว เป็นเวลา 5 นาที ทุก ๆ ด้านของ CSMU
  • เผาด้วยความร้อน 2,000 °F (1,100 °C) นาน 1 ชั่วโมง
  • แช่ในน้ำเค็มนาน 24 ชั่วโมง (กรณีเครื่องบินตกทะเล)
  • แช่น้ำนาน 30 วัน
  • ทดสอบความทนทานต่อของเหลวอื่น ๆ เช่น เชื้อเพลิงเครื่องบิน น้ำมันหล่อลื่น สารเคมีดับเพลิง

เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์เครื่องบินตก หรือเครื่องบินระเบิด กล่องดำจะยังอยู่

กล่องดำยับ

และนี่คือความสำคัญของกล่องดำ ที่เครื่องบินทุกเครื่องจำเป็นต้องมี ถึงแม้จะเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด แต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การที่มีกล่องทำติดเครื่องบินไว้ เป็นสิ่งที่ถูต้องที่สุดแล้วค่ะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...