สบู่นกแก้ว แบรนด์ที่ดูชาวบ๊านชาวบ้าน แต่ใช้หัวน้ำหอมนำเข้าจากฝรั่งเศส เห็นงี้ชีมาจากตระกูลร่ำรวยนะขอบอก
CatDumb
อัพเดต 15 ส.ค. 2567 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 04.30 น. • CatDumb - แคทดั๊มบ์ | เล่าเรื่องน่าสนใจ ในแบบที่แมวก็เข้าใจง่ายๆสบู่อีกหนึ่งแบรนด์ที่อยู่คู่ห้องน้ำเราชาวไทยคงหนีไม่พ้น“สบู่นกแก้ว” ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย บวกกับกลิ่นที่หอมติดทนทำให้สบู่นกแก้วเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่คนหยิบมาใช้อยู่ตลอด
แต่ทุกคนเชื่อไหมคะว่าแบรนด์ที่ดูชาวบ๊านชาวบ้านนี้ จริง ๆ แล้วเป็นแบรนด์ที่คิดค้นโดยชาวต่างชาติ แถมไม่พอ… ยังใช้หัวน้ำหอมที่นำเข้าจากฝรั่งเศสอีกด้วย!
ไม่นานมานี้บนโลกทวิตเตอร์ได้มีคนออกมาแชร์ว่า “สบู่นกแก้วสีชมพูอ่อน” มีกลิ่นที่คล้ายคลึงกับน้ำหอมแบรนด์ดัง
จากนั้นทวีตก็กลายเป็นไวรัลและมีคนออกมาเผย Fun Fact เล็ก ๆ ว่าจริง ๆ แล้วสบู่นกแก้วเนี่ยใช้หัวน้ำหอมจากฝรั่งเศสนะ
#เหมียวนานะ ลองไปหาข้อมูลมาแล้วก็พบว่าเป็นเรื่องจริงค่ะ…
ย้อนไปในปี 2490 ตอนนั้นชาวไทยเรายังคงใช้สบู่สารพัดประโยชน์ที่ไม่มีกลิ่นและยังใช้ทำความสะอาดทุกอย่างทั้งซักผ้า ล้างจาน และอาบน้ำ
ซึ่งส่วนใหญ่สบู่กลิ่นหอม ๆ เนี่ยจะมีราคาแพง นำเข้าจากต่างประเทศ และใช้ในกลุ่มคนชนชั้นสูงกันทั้งนั้น
วอลเตอร์ เลโอ ไมเยอร์ เจ้าของห้างสรรพสินค้าที่นำสินค้าต่างประเทศเข้ามาขายในประเทศไทยมองเห็นจุดนี้
เขาจึงตัดสินใจตั้งโรงงานผลิตสบู่ขึ้นมาภายใต้ชื่อบริษัท รูเบีย อุตสาหกรรม โดยนำเข้าหัวน้ำหอมจากฝรั่งเศสและนำสมุนไพรไทยต่าง ๆ มาผสมผสานจนได้สบู่ที่มีกลิ่นหอมฟุ้งออกมา
ในตอนนั้นกลิ่นของสบู่นกแก้วหอมตลบอบอวลจนชาวบ้านต่างมามุงดูกันหน้าโรงงานเลยค่ะว่าเขาผลิตอะไรกันเนี่ย
ซึ่งตอนนั้นเริ่มขายอยู่ที่ก้อนละ 3 บาทค่ะ ด้วยความที่ตัววอลเตอร์เป็นคนชอบเดินป่าและชอบนกแก้วไทยจึงตัดสินใจตั้งชื่อสบู่นี้ว่า“สบู่นกแก้ว”
เวลาผ่านล่วงเลยมานานกว่า 70 ปี สบู่นกแก้วก็ยังคงอยู่คู่ชาวไทยเรา มีการเพิ่มและปรับสูตรใหม่เรื่อย ๆ ตามยุคสมัย แถมยังเป็นสบู่ที่คนเอามาเป็นน้ำหอมในบ้านไปอีก
เห็นเป็นแบรนด์บ้าน ๆ ถูก ๆ และเข้าถึงง่ายแบบนี้ จริง ๆ แล้วอิมพอร์ตจากนอกเลยนะเนี่ย ให้ฟีลลูกคุณหนูจบนอกแล้วมาพัฒนาบ้านเกิดสุด ๆ 5555555