ฝ่ายค้าน ชูปฏิรูป 5 มิติ ยกเครื่องจัดทำงบประมาณ ให้ตอบโจทย์ประเทศ
"ฝ่ายค้าน" คิกออฟ ยกเครื่องจัดทำงบประมาณ ให้ตอบโจทย์ประเทศ ชู ปฏิรูป 5 มิติ "ชัยธวัช" ขอบคุณ ผลโพลความนิยมนำโด่ง เป็นกำลังใจผลักดันให้ทำงานต่อ
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 3 ส.ค. 2567 ที่ชั้น B1 อาคารรัฐสภา นายชัยธวัช ตุลาธน สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการจัดโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน ครั้งที่ 5
โดยนายชัยธวัช กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นวาระพิเศษที่เราไม่ได้ไปจัดเวทีที่ต่างจังหวัด โดยจะเชิญชวนประชาชนมาใช้พื้นที่ในรัฐสภา เพื่อจะเชื่อมโยงให้ใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งวันนี้ฝ่ายค้านจัดเวทีกิจกรรมทั้งวัน ในหัวข้อเรื่องปลดล็อกวิกฤตงบประมาณของประเทศ
โดยในช่วงเช้าจะเป็นเวทีใหญ่ เป็นการเสวนาเพื่อให้ตัวแทนพรรคฝ่ายค้านได้มาสื่อสารกับประชาชนว่า สถานการณ์ในการจัดงบประมาณปี 2568 ในขณะนี้มีความคืบหน้าไปอย่างไรแล้ว และเรามีข้อสังเกตอย่างไรบ้างในฐานะฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหาร รวมถึงหน้าที่โดยตรงของ สส. ในการจะอนุมัติงบประมาณ
ส่วนการสัมมนาในช่วงบ่ายเป็นกลุ่มย่อยๆ โดยเป็นเวทีที่จะนำเสนอการปฏิรูปกระบวนการงบประมาณของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าจะเป็นกระบวนการงบประมาณในเชิงระบบ หรือกระบวนการงบประมาณที่จะกระตุ้นฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ ตัวอย่างการจัดงบประมาณเพื่อจะพัฒนาแรงงานให้อัพสกิลมากกว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบัน รวมถึงตัวอย่างในการจัดงบประมาณที่จะนำไปสู่การสร้างรัฐบาลดิจิทัล
"ไม่ใช่เวทีที่มาวิพากษ์วิจารณ์อย่างเดียว แต่เราพยายามเสนอข้อเสนอในการปฏิรูประบบงบประมาณของประเทศไปด้วยในระยะยาว ซึ่งมีประชาชนลงชื่อเข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้เป็นจำนวนมาก โดยเราได้เชิญหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มนักวิชาการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงนักเรียนนักศึกษาที่ให้ความสนใจได้มาเข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ด้วย" นายชัยธวัช กล่าว
เมื่อถามว่าในอนาคตจะมีการจัดกิจกรรมที่ไหนอีกบ้างหรือไม่ นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนพยายามจัดเวทีฝ่ายค้านผู้ประชาชนให้ได้ทุกเดือน ไม่อยากจะจัดแค่ในช่วงสมัยปิดประชุมเท่านั้น เราอยากทำให้การทำงานของฝ่ายค้านในสภาฯ มีความใกล้ชิดกับประชาชนมากขึ้น
ในขณะนี้มีแผนว่าจะจัดเวทีใหญ่อีกเวทีหนึ่ง คือ "ครบรอบ 25 ปีการกระจายอำนาจ" ซึ่งเรากำลังอยู่ในช่วงทำแผนการกระจายอำนาจแผนใหม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ โดยน่าจะจัดที่กรุงเทพมหานคร
เมื่อถามว่าการจัดเวทีฝ่ายค้านพบประชาชน ปัญหาที่ประชาชนได้สะท้อนกลับมานั้น ทางฝ่ายค้านได้นำไปดำเนินการอย่างไรบ้าง นายธวัชชัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราจัดเวทีฝ่ายค้านพบประชาชนไปแล้ว 4 ภาค ซึ่งเป็นประโยชน์มาก เราถือโอกาสรายงานการทำงานของฝ่ายค้านให้กับประชาชนทราบ และเราได้ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมอยู่หลายอย่างจากพี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมกิจกรรม
ซึ่งเราก็ได้นำรูปธรรมเหล่านั้นไปดำเนินต่อ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจทางภาคใต้ PM 2.5 เรื่องการจัดการน้ำในภาคอีสาน โดยประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสส.ที่ติดตามเรื่องนั้นอยู่ลงไปดำเนินการทันที
เมื่อถามทางสวนดุสิตโพลได้สำรวจเรื่องดัชนีชี้วัดทางการเมือง และคะแนนผลงานของพรรคฝ่ายค้าน มาเป็นอันดับหนึ่ง มองประเด็นนี้อย่างไร นายชัยธวัช กล่าวว่า ตนต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่มองเห็นและสนับสนุนการทำงานของพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งด้านหนึ่งเป็นผลจากการบริหารงานของรัฐบาลด้วย ที่ประชาชนอาจจะมองเห็นว่ายังไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของพี่น้องประชาชนได้
แต่สำหรับฝ่ายค้านถือว่าเป็นกำลังใจ และมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่มากขึ้น ฝ่ายค้านในปัจจุบันไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะงานที่เป็นฝ่ายค้านในแบบเดิมๆ แต่เราพยายามทำงานอย่างสร้างสรรค์ในการนำเสนอว่า รัฐบาลโดยฝ่ายบริหาร การบริหารและการแผ่นดินโดยรวมทั้งหมดที่ดีกว่านี้ควรจะเป็นอย่างไร
"เราพยายามนำเสนอว่า มันถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องยกเครื่องหรือปฏิรูประบบงบประมาณกันอย่างจริงจัง เพื่อผลประโยชน์ของประเทศ ไม่ใช่เรื่องรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งเท่านั้น" นายชัยธวัช กล่าว
จากนั้น นายชัยธวัช กล่าวเปิดงานว่า เราอยากเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ รวมถึงประชาชน คิดถึงการปลดล็อกระบบงบประมาณของประเทศ ยกเครื่องปฏิรูปครั้งใหญ่ให้เร็วที่สุดในอนาคต โดยเราจะใช้โอกาสนี้ในการนำเสนอการปฏิรูประบบงบประมาณ และการจัดสรรงบประมาณ เพื่อให้ตอบโจทย์ในแต่ละเรื่อง
การดำเนินนโยบายสาธารณะ ต้องทำอย่างน้อย 3 เรื่อง ดังนี้ 1.คน คือ บุคคลและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการผลักดันนโยบาย 2.กฎ คือ ระเบียบ ซึ่งเป็นบทบาทของสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ทั้งการออกและแก้กฏหมาย แม้ว่างบประมาณจะนำเสนอจากฝ่ายบริหาร แต่ผู้อนุมัติคือรัฐสภา ในฐานะสถาบันการเมืองที่ประชาชนเลือกมา 3.งบ ซึ่งก็คืองบประมาณ
นายชัยธวัช กล่าวว่า เวลาพูดถึงงบประมาณของรัฐบาล หลายคนนึกถึงค่าใช้จ่ายภาครัฐ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญของเครื่องจักรในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงอยากให้ทุกคนคิดถึงการจัดสรรงบประมาณในอย่างน้อย 5 มิติ ได้แก่ 1.มิติความคุ้มค่า เพราะงบประมาณมาจากภาษีของประชาชน ดังนั้น การใช้งบต้องตอบโจทย์ความคุ้มค่า
ซึ่งที่ผ่านมาเราเห็นว่ามีการจัดสรรที่ไม่คุ้มค่า เพราะมีการตั้งธง และประมาณการต้นทุนโครงต่ำกว่าความจริง ซึ่งเห็นได้ในการจัดทําโครงสร้างพื้นฐานหลายเรื่องที่ไม่คุ้มค่าจนถูกปล่อยร้าง ไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์ ตามที่คาดการณ์ไว้แต่ต้น
2.มิติที่ทำให้ประเทศพร้อมรับมือกับความท้าทายต่างๆ เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ไม่ใช่การจัดสรรงบแบบเดิมๆ ตามความเคยชิน ปีที่แล้วเสนอยังไง ปีนี้ก็เสนออย่างนั้น โดยไม่มียุทธศาสตร์ ฉะนั้น ระบบงบประมาณที่ดีควรตอบโจทย์ความท้าทายในแต่ละด้าน ทั้งการเปลี่ยนผ่านด้านอุตสาหกรรม การแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 หรือความผันผวนของภูมิอากาศ
3.มิติเสริมพลังให้กับสังคม เพราะในสภาพที่มีความเหลื่อมล้ำ โดยเฉพาะในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ ต้องเสริมพลังให้กับภาคส่วนที่ยังขาดโอกาสยกระดับตัวเอง ซึ่งต้องทำให้เป็นระบบต่อเนื่อง ไม่คิดแทนประชาชนทุกเรื่อง เพราะสิ่งที่เราเห็นในงบปี 67 และปี 68 ไม่มีความเป็นระบบแต่อย่างใด
4.มิติเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ด้วยการบริหารให้เรามีพื้นที่การคลังเพียงพอ ที่จะรองรับสถานการณ์ที่โลกปัจจุบันมีความไม่แน่นอนสูง เพราะเราไม่ทราบว่าจะเกิดวิกฤตอะไรในอนาคตแบบฉับพลัน ดังนั้น เราต้องมีสมดุลและความพร้อมในการเผชิญความไม่แน่นอนของโลก
5.มิติสร้างความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ระบบอุปถัมภ์ เพราะที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่า ระบบงบประมาณส่วนหนึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง ทั้งระหว่างรัฐมนตรีกับ สส. หรือฝ่ายการเมืองกับข้าราชการประจำ เพื่อสร้างฐานการเมืองในพื้นที่ สร้างระบบที่เราเรียกว่าบ้านใหญ่
"เวทีวันนี้ไม่ใช่การวิจารณ์รัฐบาล แต่ชวนคิดถึงอนาคตว่าเราจำเป็นต้องยกเครื่องระบบงบประมาณ ด้วยความเชื่อว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน และการทำหน้าที่ของ สส. รวมถึงการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น สิ่งเหล่านี้จะทำให้ประชาธิปไตยของเรา ตอบโจทย์สังคมและประชาชนมากขึ้น" นายชัยธวัช กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฝ่ายค้าน ชูปฏิรูป 5 มิติ ยกเครื่องจัดทำงบประมาณ ให้ตอบโจทย์ประเทศ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th