สปป.ลาว อัดสปีด 47 โปรเจกต์โรงไฟฟ้า 8,260 MW ส่งออกเวียดนามแตะ 8,000 MW ปี 2573
สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ เผย สปป.ลาว เร่งดัน 47 โครงการพลังงานไฟฟ้า รวม 8,260 เมกะวัตต์ ลุยขายไฟให้เวียดนามเปิดตัวเลขไตรมาสแรกปี 2569 เวียดนามนำเข้าไฟจากลาวพุ่งเกือบ 120% ทะลุ 2,920 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงปรับแผนกระจายความเสี่ยง ลดพึ่งพาพลังงานน้ำ 80–90% หันอัดฉีดพลังงานลม–แสงอาทิตย์ แก้โจทย์ไฟตกฤดูแล้ง
7 พฤศจิกายน 2569 - สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ (สคต.) ณ กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เผยแพร่รายงานการติดตามความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมพลังงานใน สปป.ลาว โดย อ้างอิงข้อมูลจาก laox.la ระบุว่า รัฐบาล สปป.ลาว กำลังเร่งเดินหน้าผลักดันโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวน 47 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตรวมกันสูงถึง 8,260 เมกะวัตต์ (MW) เพื่อส่งออกพลังงานไฟฟ้าไปยังประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง
จากการสำรวจความคืบหน้าล่าสุด พบว่าในบรรดา 47 โครงการดังกล่าว มีโครงการที่สามารถดำเนินการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงการค้า (COD) แล้วจำนวน 13 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตรวม 2,763 เมกะวัตต์ ขณะที่อีก 34 โครงการที่เหลือ กำลังการผลิตรวม 5,497 เมกะวัตต์ ยังคงอยู่ระหว่างกระบวนการพัฒนาและก่อสร้าง โดยตั้งเป้าหมายว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดก่อนปี 2573 นอกจากนี้ รัฐบาลลาวยังมีโครงการที่มีศักยภาพอีก 16 โครงการ กำลังการผลิตรวม 10,618 เมกะวัตต์ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อเตรียมรองรับการส่งออกไฟฟ้าไปยังเวียดนามในอนาคต
การเร่งขยายกำลังการผลิตดังกล่าว สอดรับกับเป้าหมายร่วมกันระหว่าง สปป.ลาว และเวียดนาม ที่ตั้งเป้าให้เวียดนามนำเข้าไฟฟ้าจากลาวไม่น้อยกว่า 8,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 ซึ่งสะท้อนผ่านตัวเลขการค้าจริง โดยในไตรมาสแรกของปี 2569 เวียดนามได้นำเข้าไฟฟ้าจากลาวไปแล้วถึง 2,920 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นเกือบ 120% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า
ปรับยุทธศาสตร์กระจายพอร์ตพลังงาน เร่งเพิ่มสัดส่วน 'ลม-แสงอาทิตย์' ปิดจุดอ่อนฤดูแล้ง
ในมิติการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านพลังงาน รัฐบาล สปป.ลาว กำลังเร่งปรับโครงสร้างและกระจายแหล่งผลิตไฟฟ้าในประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยหันมาเพิ่มการลงทุนในโครงการพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์อย่างจริงจัง เพื่อลดระดับการพึ่งพาพลังงานน้ำ ซึ่งปัจจุบันคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 80–90% ของปริมาณการส่งออกไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ
โครงสร้างการผลิตที่พึ่งพาน้ำเป็นหลัก ส่งผลให้ สปป.ลาว ต้องเผชิญข้อจำกัดและอุปสรรคอย่างหนักในการผลิตไฟฟ้าในช่วงฤดูแล้ง ดังนั้น การเติมพอร์ตพลังงานหมุนเวียนประเภทอื่นจึงเป็นทางออกสำคัญ โดยมีโครงการไฮไลต์ที่เริ่มเดินเครื่องแล้ว ได้แก่ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมมอนซูนขนาดกำลังการผลิต 600 เมกะวัตต์ ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงการค้าไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2568
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพลังงานลม Savan 2 ขนาดกำลังการผลิต 495 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุนสูงถึง 768 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการจ่ายไฟฟ้าได้ในช่วงปลายปี 2571
“มอนซูน” ดึงแรงงานท้องถิ่น 70% พร้อมอัดงบพัฒนาชุมชน 1.1 ล้านดอลล์ต่อปี
นอกจากประโยชน์ในเชิงการค้าและการส่งออกพลังงานแล้ว รายงานของ สคต. ณ กรุงเวียงจันทน์ ยังได้ระบุถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นจากโครงการมอนซูน (Monsoon Wind Power Project) โดยพบว่าโครงการดังกล่าวช่วยสร้างการจ้างงานในพื้นที่ประมาณ 300 ตำแหน่ง ซึ่งเป็นสัดส่วนแรงงานท้องถิ่น สปป.ลาว สูงถึง 70%
ขณะเดียวกัน โครงการยังสร้างรายได้ตรงให้แก่ภาครัฐผ่านการจ่ายค่าภาคหลวง (Royalty Fees) ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเงินงบประมาณจำนวน 1.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เข้าสู่การพัฒนาชุมชนโดยรอบใน 4 ด้านหลัก ได้แก่ การศึกษา สาธารณสุข การเกษตร และการฝึกอบรมอาชีพ
อย่างไรก็ดี รัฐบาล สปป.ลาว ได้เน้นย้ำถึงกรอบนโยบายในการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนทุกประเภทว่า จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) การจ่ายค่าชดเชยอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการกำหนดมาตรการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน