ปริศนา 137 ปีคลี่คลาย! ภาพวาด The Starry Night บันทึกท้องฟ้าจริงที่มีดาวศุกร์และกระจุกดาวไฮอะดีส
เป็นเวลากว่า 40 ปีที่ผู้เชี่ยวชาญและนักประวัติศาสตร์ศิลปะต่างถกเถียงกันว่า ท้องฟ้าหมุนวนอันทรงพลังในภาพวาดระดับตำนานอย่าง ราตรีประดับดาว (The Starry Night) ผลงานปี พ.ศ. 2432 ของ วินเซนต์ แวน โกะห์ (Vincent van Gogh) เป็นเพียงจินตนาการ หรือสัญลักษณ์ทางศาสนา แต่ผลการศึกษาล่าสุดจากทีมนักดาราศาสตร์เปิดเผยว่า ภาพนี้คือการบันทึกปรากฏการณ์บนท้องฟ้าจริงก่อนรุ่งอรุณของวันที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2432 อย่างแม่นยำ
การค้นพบครั้งสำคัญนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports โดยความร่วมมือระหว่างบริษัทเทคโนโลยีอวกาศ SLLAB และวิทยาลัยการสำรวจอวกาศ มหาวิทยาลัยคย็องฮี (Kyung Hee University) ประเทศเกาหลีใต้ ทีมนักวิจัยพบว่าตำแหน่งดาวบนผืนผ้าใบสอดคล้องกับท้องฟ้าจริงเหนือเมืองแซ็ง-เรมี (Saint-Rémy) ประเทศฝรั่งเศส โดยมีวัตถุท้องฟ้าปรากฏอยู่ใกล้กันอย่างเด่นชัด ได้แก่ ดวงจันทร์เสี้ยวข้างแรม ดาวศุกร์ และกระจุกดาวไฮอะดีส (Hyades Star Cluster) ซึ่งตั้งอยู่ในกลุ่มดาววัว (Taurus)
ย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2527 และ พ.ศ. 2529 เคยมีความพยายามตีความตำแหน่งดาวในภาพนี้จากนักดาราศาสตร์ แต่ข้อสรุปที่ไม่ตรงกันในขณะนั้นทำให้คนส่วนใหญ่เอนเอียงไปตามข้อสันนิษฐานเดิม ที่อิงจากจดหมายของแวนโกะห์ถึงน้องชายช่วงวันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2432 แต่จากการตรวจสอบพบว่า ท้องฟ้าในเดือนมิถุนายนปีนั้นเป็นดวงจันทร์เสี้ยวค่อนสว่าง ไม่ใช่ดวงจันทร์เสี้ยวบางอย่างที่ปรากฏในภาพ จนกระทั่ง เอไลจาห์ จองฮยอน คิม (Elijah Jeong-hyun Kim) ผู้นำการวิจัย สังเกตเห็นว่ากลุ่มดาวตรงกลางภาพสอดคล้องกับ กระจุกดาวไฮอะดีสในกลุ่มดาววัวมากกว่ากลุ่มดาวแกะ (Aries) ตามที่เคยเข้าใจกัน ทีมงานจึงลงพื้นที่สำรวจจริงในฝรั่งเศสตั้งแต่ปี พ.ศ. 2562 และต่อยอดจากหนังสือวิทยาศาสตร์ที่ตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2568 เพื่อรวบรวมข้อมูลเชิงปริมาณมาวิเคราะห์อย่างแม่นยำ
ส่วนเหตุผลที่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2432 เคยถูกมองข้าม เนื่องจากนักประวัติศาสตร์สันนิษฐานว่าตรงกับช่วงที่แวนโกะห์มีอาการป่วยทางจิตกำเริบ แต่เมื่อทีมวิจัยนำจดหมายฉบับดั้งเดิมภาษาฝรั่งเศสและดัตช์ มาวิเคราะห์ร่วมกับบันทึกสภาพอากาศและข้อความที่พูดถึงเสียงจิ้งหรีด พบว่าอาการป่วยของเขาน่าจะเริ่มขึ้นในช่วงปลายเดือนกรกฎาคมจริง แต่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาได้สังเกตท้องฟ้าแล้ว นอกจากนี้ ทีมงานยังใช้การวิเคราะห์รูปทรงเรขาคณิตโปรครัสตีส (Procrustes Shape Analysis) เปรียบเทียบตำแหน่งดาว 5 ดวงใจกลางภาพกับกระจุกดาวไฮอะดีส ซึ่งพบว่ามีความสอดคล้องกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาพวาดด้วยปากกาที่แวนโกะห์ทำขึ้นหลังภาพน้ำมัน ยิ่งยืนยันว่าเขาเขียนภาพจากสิ่งที่มองเห็นจริง ไม่ใช่จินตนาการบริสุทธิ์
(a) กระจุกดาวศูนย์กลางในภาพ The Starry Night, 1889 (ซ้าย) และกระจุกดาวไฮอะดีส (Hyades cluster) ในกลุ่มดาววัว (Taurus) (กลาง) ส่วนภาพขวา แสดงภาพดาว 5 ดวงในภาพเขียน (สีส้ม) ซ้อนทับลงบนกลุ่มดาวจริง (สีน้ำเงิน) หลังจากการปรับขนาด ทิศทาง และตำแหน่งให้ตรงกัน โดยเส้นประสีแดงแสดงค่าความแตกต่างที่เหลืออยู่ (Residual differences)
(b) กลุ่มดาวในภาพ Café Terrace at Night, 1888) (ซ้าย) และกลุ่มดาวบริเวณสามเหลี่ยมฤดูร้อน (Summer Triangle) (กลาง) โดยช่องภาพทางขวาใช้รูปแบบการแสดงผลเช่นเดียวกับในข้อ (a)เครดิต: Kim et al., Scientific Reports (2026), Figs. 2, 4 and S1
นอกจากนี้ ทีมนักวิจัยยังได้นำเทคนิคเดียวกันไปตรวจสอบผลงานชิ้นอื่น เช่น ภาพราตรีประดับดาวเหนือแม่น้ำโรน (Starry Night over the Rhône) ในปี พ.ศ. 2431 รวมถึงเสนอข้อสันนิษฐานใหม่ว่า กลุ่มดาวที่ปรากฏในภาพคาเฟ่เทอร์เรซยามค่ำคืน (Café Terrace at Night) อาจเป็นกลุ่มดาวสามเหลี่ยมฤดูร้อน (Summer Triangle) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงวิทยาศาสตร์ดาราศาสตร์เข้ากับประวัติศาสตร์ศิลปะอย่างน่าทึ่ง
การค้นพบครั้งนี้ไม่เพียงเปิดมุมมองใหม่ให้กับวงการศิลปะ แต่ยังแสดงให้เห็นถึงสายตาอันเฉียบแหลมของ วินเซนต์ แวน โกะห์ ในฐานะนักสังเกตการณ์ท้องฟ้ายามค่ำคืนคนหนึ่ง มาร่วมติดตามกันต่อไปว่าเทคโนโลยีอวกาศและดาราศาสตร์จะช่วยเราถอดรหัสความลับที่ซ่อนอยู่บนผืนผ้าใบใบอื่นๆ ของจักรวาลแห่งศิลปะอย่างไรอีกบ้าง
ข้อมูลอ้างอิง: Scientific Reports
- The sky in Van Gogh’s The Starry Night matches the pre-dawn sky of around July 22, 1889